|
บันทึกโอวาทท่านเหล่าเฉียนเหยิน
เมื่อครั้งเยือนประเทศไทยเดือนธันวาคม
พ.ศ. 2535
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเบื้องบน
คุณธรรมบารมีแห่งพระอาจารย์ พวกเราทั้งหลายจึงมีโอกาสมาร่วมชุมนุมกัน
ซึ่งไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงินทอง พวกเราล้วนแต่ได้รับพระบัญชาให้จุติลงมาเกิดยังแดนโลก
แต่จิตเดิมแท้ของเราหลงเมามัว ทำให้วนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ ไม่อาจกลับคืนฟ้าเบื้องบนได้
บัดนี้
เบื้องบนทงเมตตา โดยเหล่าพระพุทธะพระอริยะทั่วสากลโลก ได้ร่วมกันกราบวอนขอต่อพระอนุตตรธรรมมารดา
องคืกำเนิดควบคุมสรรพญาณ ซึ่งชนชาวจียน เรียกว่า "ฟ้าเบื้องบน"
(เหล่าเทียนเอี๋ย)
ท่ามกลางฟ้าดินนี้จะต้องมีพระผู้ก่อกำเนิดฟ้าดินและสรรพสิ่ง
ในครั้งแรก เมื่อได้รับบัญชาจากฟ้าให้ลงมาเกิดกายในโลก ซึ่งเมื่อมาจากฟ้าก็ต้องกลับคืนฟ้า
แต่ภายหลังทุกตัวตนเริ่มสร้างบาปเวร จึงไม่อาจกลับคืนไปได้ ทำให้เกิดวงจรแห่งการเวียนว่ายขึ้น
มาบัดนี้
เบื้องบนทรงโปรดประทานนิรโทษกรรมทั่วสามภพ ทั้งมวเทพเทวาในเทวโลก มวลมนุษย์ในแดนโลก
และเหล่าวิญญาณในยมโลก ล้วนได้รับการโปรดอภัยโทษครั้งใหญ่ ความผิดบาปทั้งหลายที่เคยสร้างมาในอดีต
ขอเพียงแต่สำนึกความผิดบาปด้วยใจจริง ก็จะได้รับการอภัยโทษให้ทั้งหมด
ปัจจุบัน
พวกเราล้วนมุ่งปฏิบัติแพร่ธรรมกัน แต่ในสมัยโบราณนั้นชาวธรรมมุ่งที่การบำเพ็ญเฉพาะตนเป็นหลัก
วิถีอนุตตรธรรมมีประวัติพงศาธรรม
โดยมีพระบรรพจารย์ถ่ายทอดสืบต่อกันมาแต่ละสมัย ศาสนาต่างๆ ในโลกต่อยๆ
เปลี่ยนแปลงเป็นองคืกรของผู้คนในเวลาต่อมา
ทุกศาสนาล้วนแก่ดีทั้งสิ้น
สอนให้คนปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม ซึ่งเป็นการบำเพ็ญธรรม
การบำเพ็ญธรรมเป็นการบำเพ็ญที่ใจของตน
เพื่อจะไม่ไปทำให้สิ่งที่ไม่ดีงาม แต่ยังไม่อาจบรรลุธรรมได้ ในพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า
"จิตตนแท้เป็นพุทธ
นอกกายนี้ไม่มีพุทธะ"
มีคัมภีร์พระสูตรที่เป็นรูปลักษณ์อักษร
คนทั้งหลายต่างสวดท่อง แต่ก้ค้นหาจิตเดิมแท้ไม่พบ
ประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ
ลองยอ้นคิดดูในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็มิได้กราบำหว้บูชาพระในวัดวาอารามใด
หรือสวดท่องพระคัมภีร์ใด หรือประทับภาวนานานเท่าใด แต่พระองค์ก็สำเร็จเป็น
"พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" เหตุใดพระองค์จึงทรงสำเร็จเป็นพระพุทธะได้
ก็เนื่องจากพระพทุธเจ้าทรงเสียสละพระองค์ผ่านความทุกข์ยากนานัปการ
โปรดฉุดช่วยเวไนยสัตว์มากมาย หลังจากทรงดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ทุกคนต่างถวายพระนามว่า
"พระสัมมาสัมพุทธเจ้า"
การที่เรากราบไหว้พระพุทธรูปในวัดกันนั้น
เป็นการกราบไหว้บูชารูปลักษณ์วัตถุแต่การจะสำรเร็จเป็นพระพุทธะได้นั้น
จะต้องเจริญรอยตามปฏิปทาแห่งองค์พระศากยมุนีพุทธเจ้า ในการอนุเคราะห์ช่วยเหลือชาวโลก
ให้เวไนยสัตว์ทั้งหลายได้พ้นจากทะเลทุกข์นี้ดังเช่น..
ท่านจังเฉียนเหยิน
(เต๋อฮุ่ยผุซ่า) ท่านเป็นเพียนหญิงสูงอายุ ที่ไม่รู้หนังสือแม้สักตัวเดียว
แต่ทุกคนล้วนเทิดทูนท่านว่า "ท่าได้บรรลุธรรมแล้ว"
ถ้าหากท่านไม่ได้ฉุดช่วยเวไนยฯ ใครเล่าจะยินดีตั้งแท่นบูชาพระนามแห่งท่านได้
พวกเราโชคดี
เกิดทันบุญวาระอันวิเศษในครั้งนี้ วันนี้ปฏิบัติแพร่ธรรม หากตายไปในวันนี้ก็สำเร็จเป็นพุทธะได้
เหตุใดจึงง่ายดายเช่นนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดเสมอว่า
"วันนี้เธอทความดีเธอก็ได้ชื่อว่าเป็น
"คนดี" หากเธอได้ใช้แรงไปทำงานก็ได้ชื่อว่าเป็น "คนงาน"
หากทำการค้าก็ได้ชื่อว่าเป็น "พ่อค้า" ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ทำก็ไม่ได้เป็นแล้ว
เพราะฉะนั้น วันนี้เธอช่วยโลกช่วยผู้คน วันนี้เธอก็คือ "พุทธะ"
เมื่อเราได้ประสบศุภวาระพิเศษเช่นนี้
ถ้าหากไม่ปฏิบัติไม่เดินทางสายนี้ ก็ไม่อาจจะหลุดพ้นจากทะเลทุกข์ได้
หนึ่งจุดชี้ที่เราได้รับนี้
เรียนกว่า "อนุตตรธรรม"
อนุตตรธรรมก็คือ
"ฟ้าเบื้องบนอันแท้จริงที่ก่อเกิดฟ้าดินและสรรพสิ่ง" พวกเราล้วนมีพระผู้เป็นเจ้าภายในตัวเอง
ในศาสนาพุทธกล่าวว่า "รู้แจ้งในจิตตน" เธอลองถามตัวเองดูสิ
"รู้แจ้งในจิตตนแล้วหรือยัง?" คนโดยทั่วไปบรรยายธรรมที่เป็นตัวหนังสือมากมาย
แต่เราเพียงได้รับหนึ่งจุดชี้ก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง
ในคัมภีร์พระหฤทัยสูตรกล่าว่า
"พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์" ดูสิ! ตัวเธอก็มีพระโพธิสัตว์
พระอาริยะตรัสว่า "ชีวิตแห่งฟ้าเรียกว่า จิตญาณ" ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยพูดสอนชั่วชีวิตหนึ่ง
ก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ เราได้รับหนึ่งจุดชี้ก็สามารถรู้ได้ในทันที หมื่นคัมภีร์ศาสน์ล้วนไม่ห่างจากเรื่องจิตญาณแห่งตน
จากนี้ลองไปศึกษาคัมภีร์ของศาสนาต่างๆ ดู ก็จะสามารถเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง
วันนี้พวกเราต้องสำนึกขอบพระคุณเฉียนเหยินทุนท่าน
และอย่าลืมอาจารย์แนะนำ-รับรอง หากไม่มีอาจารย์แนะนำ-รับรองแล้ว วันนี้ก็คงไม่มีโอากาสมาที่นี่
ท่านเฉียนเหยินทั้งหลายที่มาจากไต้หวัน ล้วนเสียสละตนเอง เสียสละทรัพย์สมบัติ
อีกทั้งยังต้องตรากตรำลำบากเดินทางไปแพร่ธรรมยังประเทศต่างๆ อีก ในสมัยก่อนพระพุทธเจ้าก็ทรงจริยวัตรเช่นนี้
ท่านจอมปราชญ์ขงจื้อก็ปฏิบัติเช่นกัน โดยออกจาริกไปยังรัฐต่างๆ พวกเราจึงควรเจริญรอยตามพระจริยวัตรแห่งเซียนพุทธะทั้งหลาย
โดยออกไปยังที่ต่างๆ เพื่อฉุดช่วยเพื่อนเวไนยสัตว์ ในวันข้างหน้าเราจึงจะสำเร็จเป็นพุทธะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้
วันนี้เธอได้รับวิถีธรรมแล้ว
จะปฏิบัติหรือไม่ เป็นเรื่องของเธอเอง ถ้าเธอปฏิบัติได้ในกาลข้างหน้าก็สำเร็จได้
ถ้าหากไม่มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติ ก็ขอให้ประคองรักษาปณิธานแห่งตนให้ดี
การที่เบื้องบนปรกโปรดอย่างกว้างขวาง ก็เพื่อฉุดช่วยเวไนยสัตว์ในยุคเภทภัยยุคปลายนี้
จุดมุ่งหมายของอนุตตรธรรม
ก็เพื่อแปรเปลี่ยนกล่อมเกลาจิตใจคนให้ดีงาม หมื่นศาสน์กลับเป็นหนึ่งเดียว
โลกจึงจะดีขึ้นได้
อนุตตรธรรมไม่เหมือนกับศาสนา
ศาสนาเป็นองค์กรแห่งบุคคล
อนุตตรธรรมว่าด้วยเรื่องของความเสมอภาคและสิทธิที่เท่าเทียมกัน
ใครปฏิบัติก็สามารถสำเร็จได้
ในสังคมของเราก็มักพูดกันถึงเรื่องเสรีภาพและความเสมอภค
ซึ่งทำให้โลกไม่อาจมีบรรทัดฐานที่ถูกต้องได้
ในครอบครัวของเธอ
(ทางโลก) หากพ่อแม่ลูกมีความเสมอภาคและมีสิทธิอำนาจเท่าเทียมกัน ก็จะวุ่นวายกันไปหมด
มนุษย์มีหลักธรรมของมนุษย์ ในปัจจุบันเป็นวาระที่ศาสนาปราชญ์ช่วยเก็บธรรมญาณ
หลักคุณสัมพันธ์และหักคุณธรรมในเรื่องต่างๆ ของท่านสาสดาขงจื๊อ ดังเช่น
ในครอบครัว บิดามีหลักธรรมแห่งความเป็นบิดา ลูกมีหลักธรรมแห่งความเป็นลูก
สามีภรรยาต่างมีหลักธรรมแห่งตน พวกเราทุกคนล้วนคาดหวังให้ลูกของเราได้ดี
แต่ถ้าเธอไม่ซื่อสัตย์ไม่กตัญญู มั่วสุมในอบายมุข ลูกของเธอจะดีได้อย่างไร
เธอติดในสิ่งที่ไม่ดี ลูกก็จะทำตาม
เบื้องบนปรกโปรดฉุดช่วยครั้งใหญ่นี้
ถือเอามนุษยธรรมเป็นเกณฑ์หลัก ทุกๆ คนล้วนสามารถบำเพ็ญธรรม ปฏิบัติงานแพร่ธรรม
จึงนับได้ว่ามีความเสมอภาคกันอย่างแท้จริง เมื่อปฏิบัติมนุษยธรรมได้ดีพร้อมสมบูรณ์แล้ว
ย่อมสำเร็จอนุตตรธรรมได้ในที่สุด
คนเราเกิดมาในโลก
กายสังขารอยู่ได้ไม่กี่สิบปีก็ต้องสูญเสียไป ไม่อาจคงอยู่ถาวร แต่คนเราสามารถสร้างบุญกุศล
บ่มเพาะคุณธรรม เป็นการจรรโลงไว้ซึ่งชื่อเสียงอันงดงามสืบทอดต่อไปถึงชนรุ่งหลัง
ปัจจุบันวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก แต่มโนธรรมคุณธรรมกลับตกต่ำถดถอยลง
ในกาลก่อน พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
"ธรรมวาระแห่งเราจะดำรงอยู่สามพันปี
สัทธรรมหนึ่งพันปี ธรรมลักษณะหนึ่พันปี วิถีธรรมยุคปลายกาลข้างหน้า
เมื่อพ้นวิถีธรรมยุคปลาย สัทธรรมจะฟื้นฟูกลับขึ้นมาใหม่"
ในพระสุตตันตปิฎก
(มหายาน) ว่าด้วยอาคมคัมภีร์ จารึกไว้ว่า
"ภายหน้เาเมื่อถึงวาระปลาย
สรรพิส่งจะประสพเคราะห์ภัย พวกเธอทั้งหลายล้วนจะได้เป็นลูกศิษย์ พระเมตเตยยะ
จงออกไปฉุดช่วยโลก"
แต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาคนทั้งหลายจึงยังไม่อาจรู้
บัดนี้ พระวิสุทธิอาจารย์อุบัติมาสู่โลก เข้าเกณฑ์กำหนดแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย
เวลาได้มาถึงแล้ว อนุตตรธรรม จึงโปรดปรกแผ่ทั่วทุกมุมโลก
พระธรรมาจารย์และพระธรรมจาริณี
ของเราเป็นสามัญชนคนธรรมดา ตัวของข้าพเจ้าก็เป็นสามัญชน พวกเราทุกคนก็ล้วนแต่เป็นสามัญชน
อนุตตรธรรมแพร่ขยายกว้างไกลไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก แม้แต่ประเทศอัฟริกาใต้
ก็ยังมีผู้ปฏิบัติแพร่ธรรมกันจึงกล่าวได้ว่า
"ธรรมะลงสู่สามัญชน"
พระอริยะต่างตระหนักดีว่า
"พระโองการฟ้าน่าเกรงขาม"
เราเป็นสามัญชนคนธรรมดา
ย่อมไม่อาจรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้นได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ตรัสไว้ตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว่า
"ไม่ช้า...อนุตตรธรรมจะแพร่หลายไปทั่วโลก"
บัดนี้
เราได้เห็นแล้วว่าเหตุการณ์เป็นจริงตามนั้น จึงเป็นการยืนยันว่า
"พระโองการฟ้าน่าเกรงขาม"
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำนายไว้ก่อน แล้วจึงประจักษ์ให้เห็นชัดในภายหลัง
วันนี้ทุกคนมาร่วมชุมนุมกันพร้อมหน้าได้
ก็ด้วยบุญสัมพันธ์ซึ่งล้วนมีร่วมกับพระบรรพจารย์ พระธรรมาจารย์และพระธรรมจาริณีของเรานั่นเอง
ดุสิว่า ต่างก็มาจากหลายๆ ประเทศ ต่างเหนื่อยยากลำบาก หากแต่มีความรู้สึกชื่นชมยินดี
ญาติมติรของเราที่มีฐานะสิ่งแวดล้อมดีนั้น
จะให้เขาทำสิ่งใดอาจจะง่าย แต่จะให้เขาเกิดศรัทธาเชื่อในธรรม และจะให้ปฏิบัติแพร่ธรรมด้วยนั้นไม่ง่ายเลย
ทำไมเขาเหล่านั้นไม่ยินดี แต่เธอกลับยินดีที่จะปฏิบัติบำเพ็ญธรรม ทั้งนี้
อาจเป็นเพราะเธอได้รับพระโองการฟ้าให้ลงมาเกิดกายในโลกมนุษย์ การที่เธอสามารถปฏิบัติบำเพ็ญแพร่ธรรมฉุดช่วยชาวโลก
ก็เพราะเธอได้บำเพ็ญมาตั้งแต่อดีตชาติ บรรพบุรุษก้มีคุณธรรม
โบราณกาลมาก็มีคำกล่าวว่า
"บ้านโน้นบ้านนี้
มีลูกรู้จักปฏิบัติบำเพ็ญธรรม ก็เพราะบรรพบุรุษได้ส่งสมกุศลคุณธรรมไว้มาก"
ท่านเกาจื้อหลิง
ประธานสมาคมข่งเจี้ยวฮุ่ยแห่งประเทศไทย ท่านตระหนักว่าอนุตตรธรรมล้ำค่ายิ่ง
จึงได้สร้างรูปจำลองของพระศรีอาริยเมตไตรยองคืใหญ่ที่ กวนอินซัน หัวหิน
ประเทศเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ
ชาวไทยทุกคนกราบไหว้พระพุทธรูป เป็นที่ยึดเหนี่ยวใจให้ไม่ไปกระทำในสิ่งไม่ดี
แต่ลำพังการสวดมนต์ภาวนากราบไหว้ ไม่ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมต่อประเทศชาติ
ก็ยากที่จะบรรลุพุทธะได้ในภายหน้า
บัดนี้
เบื้องบนโปรดประทานชี้ทางสว่าง โปรดช่วยให้เรามีโอกาสบรรลุธรรมหากเราไม่ตั้งใจเดิน
ก็เท่ากับพลาดโอกาสอันดีไป หวังว่าทุกคนจะตั้งใจปฏิบัติบำเพ็ญกาลข้างหน้าจะได้สำเร็จเป็นพุทธะโดยทั่วกัน
พุทธะสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายอุบัติมาเกิดกายในโลก
เพื่อหนุนช่วยงานธรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะลงมาเกิดเป็นเพศหญิง เพราะผู้หญิงสร้างบาปเวรน้อยกว่า
ในโลกนี้ความผิดบาป ทั้งหลายส่วนใหญ่เกิดจาผู้ชาย ปัจจุบันนี้ที่เราพบเห็นผู้บำเพ็ญธรรมในที่ต่างๆ
ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง
ผู้มีรากธรรม
ผู้มีบุญสัมพันธ์ เมื่อได้รับวิถีธรรมแล้ว ก็จะเกิดความเชื่อมั่นศรัทธา
ส่วนผู้ที่มีรากธรรมไม่ลึกซึ้ง แม้รับวิถีธรรมไปแล้ว ก็ไมีคิดปฏิบัติบำเพ็ญธรรม
จึงไม่อาจสำเร็จเป็นพุทธะได้
ไม่ใช่เรื่องง่ายมีคนมีฐานะร่ำรวยจะออกมาปฏิบัติแพร่ธรรม
เพราะสิ่งแวดล้อมเขาดี เสพสุขอย่างสบายทุกวัน ถ้าหากเขาจัดตั้งสถานธรรมขึ้นในบ้าน
ชาวบ้านทั่วไปก็คงไม่กล้าเข้าไป เช่นนี้ วิถีธรรมจะแพร่ออกไปทั่วโลกได้อย่างไร
เพราะฉะนั้น คนบำเพ็ญธรรมคนปฏิบัติแพร่ธรรม จึงล้วนเป็นชาวบ้านคนธรรมดาทั่วไป
บัดนี้
อนุตตรธรรมโปรดแผ่ไปทั่วโลก ต่างคนต่างสร้างสรรค์งานอริยะของตน ผู้ใดคิดจะตั้งสถานธรรมขึ้น
ก็สามารถอัญเชิญพุทธประทีป แล้วก็จัดตั้งสถานธรรมได้ อาศัยบ้านของตัวเองเชิญชวนคนรับวิถีธรรม
เมื่อนัดหมายได้แล้ว ก็เชิญอาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมมาชี้ธรรม การจัดตั้งสถานธรรมเป็นภาระของตัวเราเอง
ไม่ต้องรอดคอยถามผู้อื่น ข้าพเจ้าปรารถนาจะได้เห็นทุกบ้านรีบจัดตั้งสถานธรรม
พูดธรรมะทุกวัน บรรยายธรรมทุกวัน หวังว่าพวกเธอทั้งหมดจะได้สำเร็จเป็นพุทธะ
พวกเราควรจะมีจิตสำนึกขอบคุณคนทั้งหลายอยู่เสมอๆ
ถ้าไม่มีคนทั้งหลายมาช่วยกัน สังคมจะเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร พวกเราต้องสำนึกขอบคุณประเทศชาติ
ขอบคุณสังคม ขอบคุณคนงานชาวนาผู้ปลูกข้าว อีกทั้งขอบคุณคนช่วยเก็ยขยะ
ทุกๆ วัน มีจิตสำนึกขอบคุณอยู่เสมอ เช่นนี้ก็เหมือนอยู่บนสวรรค์แล้ว
เรายังต้องขอบคุณคนไม่ดีอีกด้วย หากไม่ใช่เพราะความไม่ดีของเขา จะประจักษ์ชัดถึงความดีของเราได้อย่างไร
ฉะนั้น เราควรขอบคุณเขา เช่นนี้จึงจะค่อยๆ โน้มนำจิตใจเขา กล่อมเกลาจิตใจเขา
ฉุดช่วยเขา ให้เขามีโอกาสละจากความชั่ว กลับมาทำความดี
จากนี้ไป
ขอให้พวกเราแต่ละคนช่วยกันประหยัดเงิน จากส่วนที่เคยใช้จ่ายในสิ่งที่ตนชอบ
และที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปกับการกินหรือเที่ยวเล่น เก็บออกสะสมไว้เพื่อช่วยสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม
และหวังว่า โครงการจัดสร้างมหาวิทยาลัยอนุตตระธรรมและสถานเชิดชูคนชราในประเทศไทย
จะสามารถสำเร็จได้ในอนาคตอันใกล้นี้
|