หมอกเฆมละอองไอ หยาดหยดรวมเป็นฝนพัดพา
ให้บนพื้นแผ่นดินเหมือนว่า เปลี่ยนโลกาบรรเจิดเรื่อยไป เปรียบใจใสเมตตา
แต่มนุษย์ไขว่คว้าใจหมอง ไม่ตัดทุกข์ตัดกรรมสร้างใหม่ แล้วเมื่อไหร่จะได้รู้ตน
* ยามเมื่อมีชีวิต ปล่อยให้ดวงจิตเวียนว่ายผจญ ใจที่เหมือนน้ำฝนแปรภาวะในตน
แปรใจทุกข์ทนให้กลับหวน เมื่อฝนล้างโลกขุ่น ฝุ่นชะล้างใจเพื่อทบทวน
กลับใจหันศิษย์เอยเพราะห่วง นำมวลชนช่วยคลายทุกข์กรรม (ซ้ำ
*)