ประจำวันที่


 

ศีล 5 จากพระอาจารย์จี้กง
ศีล เป็นศัพท์บัญญัติในศาสนาพุทธ
มีคนพูดว่า ผู้บำเพ็ญวิถีอนุตตรธรรม ทำไมจะต้องใช้ศัพท์บัญญัติของศาสนาพุทธด้วย นี่คือ ความรู้สึกนึกคิดของคนที่มีจิตใจแบ่งแยก
ศีล เป็นรากฐานเบื้องต้นที่จะพาคนให้พ้นเวียนว่า ไม่รู้จักถือศีล เจ้าจะทำผิดกันมากมาย ไม่ถือศีล เหมือนมีรายรับไม่พอกับรายจ่าย จึงต้องใช้ศีลมาเป็นกรอบบังคับให้ทำความผิดกันน้อยลง ไม่ว่าใคร บำเพ็ญสายใด ล้วนแต่จะต้องรอบคอบ ระวังรักษาศีลให้ กาย วาจา ใจ บริสุทธิ์ เราบำเพ็ญปฏิปทาพระโพธิสัตว์กัน ก็จะต้องระมัดระวังแม้สิ่งละเอียดเล็กน้อย มิฉะนั้น ทุกขณะที่เกิดความคิด จิตสำนึกของเจ้าก็จะไม่บริสุทธิ์
ธรรมปฏิบัติ มีหลายแนวทาง ที่เหมือนกันคือการถือศีล ไม่ว่าจะเป็นลัทธิใด ศีล จะเป็นธรรมปฏิบัติร่วมกันอย่างแน่นอน
ฉะนั้น วันนี้อาจารย์จึงจะพูดเรื่อง ศีล ให้พวกเจ้าเข้าใจ ให้ไปรักษากันเอาไว้ ไม่ใช่รักษาเพียงปณิธานสิบ และรหัสคาถาแล้วก็จะพ้นเวียนว่ายตายเกิด ถ้าเอาแต่ท่องทุกวัน แต่ไม่ตัดตัว ต้นคิด ไม่ตัดรากเหง้าของความผิดบาปทั้งหลาย ก็จะเข้าข่าย ดายหญ้าไม่ขุดรากเหง้า ลมฝนพัดเจ้าก็แตกยอดดอกใบ (จั่นเฉ่าปู้ฉูเกิน ชุนเฟิงชุยอิ้วเชิง) รากเหง้าของความผิดบาปจะต้องตัดขาด ขุดถอนให้สิ้นโดยเด็ดขาด อริยวิสัยในตัวเจ้า (จิตพุทธะ) จึงจะเจริญวัย ปัญญาของเจ้า จึงจะเบิกบานแจ่มใส ศีล สมาธิ ปัญญา ศีลนำมาก่อน
การได้พบหนทางตรงในยุคสุดท้ายนี้ เนื่องจากรากฐานของเหล่าเวไนยค่อนข้างหยาบ จึงไม่อาจเห็นจิตเดิมแท้ของตนได้ทันที ไม่อาจสำรวมรักษาตนให้บริสุทธิ์ได้ จำต้องอาศัยศีลเป็นครู เมื่อไม่อาจใช้จิตเดิมแท้เป็นตัวรู้ได้ จึงต้องใช้ศีลเป็นครูนำทาง
ถือศีลช่วยให้ครอบครัวเป็นสุข สามีภรรยาต่างถือศีล ความผิดเรื่องชู้สาว เหล้ายา อบายมุข ย่อมไม่เกิดขึ้น ทุกคนในสังคมถือศีล บ้านเมืองก็ไม่ต้องมีสถานีตำรวจ โรงศาล ไม่ต้องใช้กฎหมายควบคุม อยากให้สังคมสงบสุข ทุกคนจะต้องถือศีล อาศัยศีลควบคุมตน
ศีลช่วยให้เจ้าหลุดพ้น ศีลไม่ใช่เครื่องผูกมัดจำกัดเจ้า แต่ศีลเหมือนรางรถไฟ หากเจ้าแล่นออกนอกราง ก็จะอันตราย ศีลเป็นขอบเขต เมื่อเจ้าออกนอกของเขต สัญญาณไฟแดงจะเตือนภัย ทำผิดไปจากความเป็นคนก็คือ ละเมิดศีล
เสรีภาพ คือ ความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เป็นภัยต่ออิสระภาพของผู้อื่น จึงต้องอาศัยศีลมาควบคุม ถ้าทุกคนมีเมตตากรุณาประจำใจ ศีลก็จะไม่มีผลอะไรสำหรับเจ้า ถือศีล คือ กำหราบตนเอง เสริมสร้างตนเองให้เกิดเมตตากรุณา กำหราบตนเองไม่ให้เพ้อเจ้อ ไม่ลักขโมย ไม่โลภอยาก ไม่เมาสุราขาดสติ ไม่มักมาในกาม ศีลช่วยให้เจ้าเดินเข้าสู่สัมมาโพธิมรรค อย่าเห็นศีลเป็นเครื่องผูกมัดพันธนาการ และอย่าเอาศีลมาเป็นเครื่องวัดระดับการบำเพ็ญ หรือพิจารณาหาความผิดของคนอื่น เขาบังเอิญกุศลจิตจะรักษาศีล ให้เขาค่อยๆ ปรับสภาพไป
ในอดีตชาติที่ผ่านมา เราต่างปลูกเมล็ดพันธุ์อันเป็นเหตุ และผลมากมายในสัญญาความจำ พอกพูนไว้นานเหลือเกินแล้วจึงยากที่จะกำจัดไป ทุกคนต่างมีอารมณ์ มีอนุสัยที่นอนเนื่องแฝงอยู่ นี่คือจุดบกพร่อง จึงต้องอาศัยศีลค่อยๆ ปรับสภาพ ค่อยๆ กำหราบตัวเจ้าเอง
อย่าได้กลัวการถือศีล
สำหรับผู้บำเพ็ญ ศีลเป็นบันไดที่จะต้องก้าวขึ้นไปเพื่อมุ่งสู่วิถีโพธิสัตว์ เจ้าสร้างบุญกุศลกันโดยไม่เข้าใจ ศีล เท่ากับเสื้อผ้าเปื้อนที่ยังไม่ได้ซัก เอามาใส่ทีไร รอยเปื้อนก็ยังคงอยู่ อนุสัยในแต่ละชาติของชีวิตที่ได้สั่งสมไว้ มิได้ขจัดไป มันนอนเนื่องอยู่ในสันดาน เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในผืนนา ได้รับแสงแดดก็จะแตกใบงอกงามขึ้นมาใหม่ จึงกล่าวว่า ดายหญ้าไม่ขุดรากเหง้า ลมฝนพัดเจ้าก็แตกยอดดอกใบ จะกำจัดวัชพืชในจิตใจต้องอาศัยศีลเป็นหลัก จึงจะถึงรากถึงโคน
ศีลข้อที่ 1 บทฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ศีลข้อที่ 2 บทลักขโมย
ศีลข้อที่ 3 บทกามตัณหา
ศีลข้อที่ 4 บทมุสาวาจามิชอบ
ศีลข้อที่ 5 บทขาดปัญญา เสพสุราของมึนเมา
   
   
คู่มือฉุดช่วยคน
คำนำผู้แปล
นักปราชญ์โบราณเคยกล่าวว่า :
"ผู้ใดได้สดับรับสัจธรรม ผู้นั้นยอมแบกรับหน้าที่"
เชื่อว่าคำพูดที่ว่านี้ สำหรับศิษย์อนุตตรธรรมที่ได้สดับรับสัจธรรมแห่งธรรมญาณแล้ว จะทำให้ยิ่งตระหนักถึงภาาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ของการโปรดฉุดช่วยที่ฟ้าเบื้องบนทรงประทานให้
ก่อนหน้านี้ที่เราทุกคนยังไม่ได้รับวิถีอนุตตรธรรม เราคงพอปฏิเสธได้ว่า เราไม่รู้ในพระภาระศักดิ์สิทธิ์นี้ ทว่าวันนี้เมื่อเราทุกคนได้รับธรรมแล้วเราจะไม่ยอมแบกรับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นี้ได้อย่างไร ? เนื่องจากธรรมะนี้ มีเกณฑ์กำหนดในการโปรดฉุดช่วย และมีคุณสมบัติในการได้รับ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราได้รับวิถีธรรมแล้วต้องรีบรักษาเกณฑ์กำหนดที่ธรรรมะยังปกโปรด เร่งช่วยโปรดคนบุญ และช่วยสร้างคุณสมบัติในการรับธรรมให้มวลเวไนย เช่นนี้จึงเป็นเทวทูตแห่งยุคขาวที่รู้หน้าที่อย่างแท้จริง !
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าถึงอนุตตรธรรม ต้องอาศัยวิถีเป็นเครื่องนำทางฉันใด การจะโปรดฉุดช่วยคนก็ย่อมมีวิถีเป็นเครื่องนำพาฉันนั้น ถึงวิถีและวิธีจะมิใช่เนื้อแท้แห่งธรรม แต่ตราบใดที่เวไนยยังไม่สำเร็จธรรมกลับคืนสู่ต้นกำเนิด ก็จำเป็นต้องอาศัยเครื่องนำทางเพื่อนำพาตราบนั้น เพียงแต่เราต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์โดยไม่ยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง
หนังสือ "คู่มือฉุดช่วยคน" นี้ ได้รวบรวมประสบการณ์ในการฉุดช่วยคนของนักธรรมอาวุโสทั้งหลายที่ผ่านๆ มา นำมาเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการฉุดช่วยคนสำหรับศิษย์อนุตตรธรรมที่บังเกิดจิตศรัทธาจากการรับวิถีธรรม และมุ่งหวังที่จะฉุดช่วยคนมารับธรรม แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ?
ผู้แปลเรียบเรียง หวังว่าคู่มือเล่มนี้จะเอื้อประโยชน์แก่ญาติธรรมทุกๆ ท่านบนเส้นทางการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม แต่อย่าลืมว่า ! ในการโปรดฉุดช่วยคนไม่ว่าจะเป็นหมื่นวิถีหรือพันวิธี ล้วนต้องมีจิตวิสุทธิ์เดิมเป็นที่ตั้ง เช่นนี้การโปรดจึงเป็นการโปรดจริงการฉุดจึงสามารถฉุดขึ้น และการช่วยจึงช่วยให้ถึงฝั่ง
ข้อบกพร่องและความผิดพลาดในหนังสือเล่มนี้ ผู้แปลและผู้เรียบเรียงยินดีรับคำชี้แนะนำจากนักธรรมอาวุโสทุกท่าน
ด้วยจิตสำนึกคุณ
ตอนที่ 1 ภาระหน้าที่ของธรรมทูตยุคขาว
ตอนที่ 2 คนยากฉุดช่วยจริงหรือ ?
ตอนที่ 3 หลักฉุดช่วยคน 25 ข้อ
ตอนที่ 4 ข้อความรู้สำหรับผู้แนะนำ- รับรอง
   
   
คำแก้วในพระโอวาท (หมวดวาจา)
คำแก้วในพระโอวาท (หมวดวาจา)
 
 
พระคัมภีร์ยุคขาว ปี 2541 พฤษภาคม-สิงหาคม
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "ประตูแห่งปัญญา"
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "บริสุทธิ์"
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "HOMAGE" ความเคารพนบน้อม
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "บุตรเดิมฟ้า"
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "INSIGHT" ปัญญา
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "ขันติ"
 
 
ก้าวสู่หนทางการบำเพ็ญธรรม
ประเด็นสำคัญของการบำเพ็ญธรรมก็คือ
การที่สามารถเพิ่มพูนสติปัญญา
ยกระดับคุณธรรมของตน
พ้นจากปุถุชนสู่ความเป็นอริยะ
พระวจนะพระอาจารย์จี้กง
บทที่ 1 สนทนาถึงเรื่องใจ
บทที่ 2 สนทนาถึงเรื่องความคิดภายในใจ
บทที่ 3 สนทนาถึงความอยากที่ถูกต้อง และการบำเพ็ญกุศล
บทที่ 4 สนทนาถึงอธิยภาพภายใน และศักยภาพภายนอก
บทที่ 5 สนทนาถึงการบำเพ็ญทั้งจิต และชะตา
   
   
โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน
ก่อนเริ่มเรื่อง  
คุยกับท่านผู้อ่าน  
โอวาทข้อที่หนึ่ง การสร้างอนาคต
โอวาทข้อที่สอง วิธีแก้ไขความผิดพลาด
โอวาทข้อที่สาม วิธีสร้างความดี
โอวาทข้อที่สี่ ความถ่อมตน
 
คุณวิเศษแห่งวิถีอนุตตรธรรม
คำนำ
หนึ่งขีดเบิกฟ้า
พระเป็นเจ้า
ด้วยญาณทัศนะ
การถวายสักการะบูชาพระเป็นเจ้า
ย้อนต้นค้นหาที่มาของชีวิต
ธรรมอุทรเดียวกัน
 
พระในบ้าน
พระในบ้าน
 
บำเ็พ็ญอย่างไร ?
บำเ็พ็ญอย่างไร ?
 
พระคัมภีร์ พระคาถา
พระคัมภีร์ พระคาถา
 
 


เกร็ดธรรมะ


บางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนเรา ทั้งสุขและทุกข์มันไม่ได้คงอยู่ถาวร ที่สุขก็ต้องผ่านไปที่ทุกข์ก็ต้องเลือนหาย วันนี้เราสำรวจตัวเองหรือยังว่าเราผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง แล้วเรานำมันคิดบ้างไหมว่าอะไรคือสิ่งที่แท้จริง เหตุใดพระพุทธองค์ทรงละทิ้งจากวรรณะกษัตร ลาภยศเงินทอง แล้วออกป่าบำเพ็ญ ตรงกันข้ามกับเราทุกวันนี้กลับไขว่คว้าหาแต่สิ่งที่พระพถุทธองค์ละทิ้ง แล้วสุดท้ายเราเอาอะไรไปได้บ้าง ด้วยเหตุนี้เนื้อหาเกี่ยวกับเกร็ดธรรมะที่อยู่ภายในอาจเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราคิดถึง ว่าการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เราควรดำเนินชีวิตยังไงไม่ให้จิตใจตกต่ำ และดำเนินชีวิตอย่างไรเพื่อให้มีประโยชน์ต่อสังคม คนรอบข้าง รวมถึงตัวเอง ดีกว่าที่เกิดมาทั้งที่และก็ตายไปโดยปราศจากคนชื่นชม

มงคลชีวิต 38 ประการ
มงคลชีวิต 38 ประการ
มงคลสูตรทั้ง 38 ข้อนั้น แบ่งได้เป็น 10 หมู่ 5 หมู่แรกเป็น ข้อปฏิบัติในการสร้างชีวิต ส่วน 5 หมู่หลังเป็นการฝึกใจโดยตรง ในการศึกษามงคลชีวิตให้เข้าใจง่าย ให้เราสมมุติตัวเองว่าเป็นพ่อแม่ และถามตัวเองว่า เราอยากจะให้ลูกเราเป็นคนมีคุณสมบัติอย่างไร หรือสมมุติว่าเราเป็นพี่ เราอยากจะให้น้องเราเป็นคนอย่างไร หรือสมมุติว่าเราเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ เราอยากจะให้พนักงานของเรามีคุณสมบัติอย่างไร เราจะพบคำตอบว่า คนที่เราต้องการ ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่สมบูรณ์นั้นคือ

1. ต้องเป็นคนดี พวกคนเกเร เกะกะเกกมะเหรกไม่มีใครชอบ ไม่มีใครต้องการ ทุกที่ต้องการแต่คนดี

2. ต้องเป็นคนที่มีความพร้อมในการฝึกตัวเอง ีปัจจัยสนับสนุนในการทำงานในการสร้างความดี

3. ต้องเป็นคนมีประโยชน์ มีฝีมือ ทำงานได้ ทำงานเป็นพูดเป็น ไม่ใช่เป็นคนมีไฟแรงแต่ฝีมือไม่มี จับงานอะไรละก็พังทุกที อย่างนั้นไม่มีใครต้องการ

4. ต้องเป็นคนมีครอบครัว ครอบครัวอบอุ่นสามัคคี ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน และมีฐานะมั่นคง

5. ต้องเป็นคนมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาแต่ประโยชน์ตัวเอง แต่รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม
มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี
มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง
มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์
มงคลหมู่ที่ 4 เพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว
มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียมสภาพให้พร้อม
มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว
มงคลหมู่ที่ 8 การแสงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวให้เต็มที่
มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้สิ้นไป
มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติจนหมดกิเลส
   
   
ธรรมะเก็บตก
ธรรมะ เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ทุกหนแห่ง
ธรรมะ เป็นสิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
แต่อนิจจา คนส่วนมากกลับคิดว่าธรรมะเป็นเรื่องของคนบำเพ็ญปฏิบัติที่ปล่อยวางจากโลกีย์วิสัยแล้ว พวกเขาจึงมองข้ามธรรมะที่มีอยุ่ในตน มองข้ามสาระแห่งธรรมที่พบได้ในชีวิตประจำวัน แม้แต่ผู้ที่กำลังบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอยู่ ส่วนมากก็ยัง "สละใกล้แสวงไกล" เพราะคิดว่าธรรมะอยู่แต่ในวัดวาอาราม คิดว่าธรรมะมีอยู่แต่ในพระธรรมคัมภีร์เท่านั้นหารู้ไม่ว่า
............บำเพ็ญธรรมไม่ห่างจิต
............ปฏิบัติธรรมไม่ห่างกาย
............เมื่อจิตกับกายไม่ไกลจากธรรม
.............ธรรมะจึงอยู่ในชีวิตประจำวัน
."ธรรมะกับชีวิตจะต้องดำเนินควบคู่กันไป"
เราไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีธรรมะ หาไม่แล้ว ชีวิตของเราก็ไม่แตกต่างอะไรกับซากศพที่เดินได้
เราไม่อาจแยกธรรมะออกจากชีวิตของเราได้ หาไม่แล้วชีวิตของเราก็จะไร้ซึ่งคุณค่า สาระแลแก่นสาร
บทสรุปที่อยุ่ในตอนท้ายของเรื่อง มีไว้เพื่อช่วยทำความเข้าใจในสาระของเรื่องเท่านั้น มิได้ต้องการจำกัดขอบเขตของความลึกซึ้งในการทำความถึงแต่อย่างใด
ตอนที่ 1 ช่วยพยุง
ตอนที่ 2 พระราชาหัวล้าน
ตอนที่ 3 ความทุกข์ของมนุษย์ต่างดาว
ตอนที่ 4 อุดมการณ์กับความเป็นจริง
ตอนที่ 5 เต็มหรือยัง?
ตอนที่ 6 ไม่ต่างกัน
ตอนที่ 7 ธรรมะอยู่ที่ไหน
ตอนที่ 8 เหตุผลของตาอยู่
ตอนที่ 9 นักเกาทัณฑ์เยี่ยมยุทธ
ตอนที่ 10 ทิศทางและหนทาง
ตอนที่ 11 ความแก่งแย่งในวัดร้าง
ตอนที่ 12 เจ้าก็คือพระพุทธะ
ตอนที่ 13 ลืมว่าเขาเป็นใคร
ตอนที่ 14 ความหวังที่อาจจะเป็นจริง
ตอนที่ 15 กลเม็ดการเรี่ยไร
   
   
สัจธรรมนำสู่มาตุภูมิ
หมวดที่ 1 ลักษณะแห่งธรรม
หมวดที่ 1.1 ความแตกต่างระหว่างธรรมะกับศาสนา
หมวดที่ 1.2 ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมะกับมนุษย์
หมวดที่ 1.3 ธรรมะคืออะไร
หมวดที่ 2 โลกียะแห่งธรรมะ
หมวดที่ 2.1 คุณประโยชน์ของการรับวิถีธรรม
หมวดที่ 2.2 เหตุใดจึงต้องรับวิถีธรรม
หมวดที่ 2.3 อุปสรรค 4 ในการรับวิถีธรรม
หมวดที่ 3 อนุตตรแห่งธรรม
หมวดที่ 3.1 พงศาธรรมแท้แห่งโองการฟ้า
หมวดที่ 3.2 มหาธรรมล้ำค่า เหตุใดธรรมแท้จึงต้องอำพรางการฉุดช่วย
หมวดที่ 3.3 ยุคสามปลายกัป
หมวดที่ 4 อริยลักษณ์แห่งธรรม
หมวดที่ 4.1 บำเพ็ญธรรมสร้างคุณธรรม
หมวดที่ 4.2 รับธรรมแล้วจะบำเพ็ญธรรมอย่างไร
หมวดที่ 4.3 สร้างบุญบรรลุมรรคผล
หมวดที่ 4.4 อริยะกับโลกียะ
   
หมวดที่ 5 มรรคผลแห่งธรรม
หมวดที่ 5.1 กรำทุกข์เหนือทุกข์ ยอดคนเหนือคน
หมวดที่ 5.2 การบำเพ็ญธรรมต้องปฏิบัติรักษาธรรมวินัย
หมวดที่ 5.3 บำเพ็ญธรรมต้อง บำเพ็ญจิตสร้างคุณลักษณะ
หมวดที่ 5.4 บำเพ็ญธรรมต้อง เสมอต้นเสมอปลาย
   
   
บทเตือนสติตน
คำปรารภ
หนทางการดำเนินชีวิตของคนเรา ล้วนตกอยู่ในโลกของความผูกพัน (รัก โลภ โกรธ หลง) อยู่กับสิ่งที่เป็นอนิจจัง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนแห่งทะเลทุกข์ได้ ทำให้ชีวิตต้องตกอยู่ในความมืดมนอันธการสับสนและสูญเปล่าอย่างไร้ค่า
ในยุคปัจจุบันถึงกำหนดกาลปกโปรดเผยแพร่หลักสัจธรรมเพื่อเป็นหนทางสู่ความหลุดพ้น ผู้ที่โชคดีจึงได้รับการถ่ายทอดหลักสัจธรรมรู้หนทางการหลุดพ้น จะละเลยไม่ได้ที่จะต้องเอาใจใส่ในการสร้างคุณงามความดี เสริมสร้างคุณธรรมบารมีและเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกที่ดี อีกทั้งต้องหมั่นคอยสำรวจตรวจสอบและเตือนสติตนเองอยู่เสมอ
ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องอ่านหนังสือเพื่อแสวงหาความเข้าใจและแนวทางการดำเนินชีวิต บทเตือนสติตนเองคงจะให้ประโยชน์กับท่านได้ไม่มากก็น้อย
กลุ่มรักอนุตตรธรรม

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4
ตอนที่ 5 ตอนที่ 6 ตอนที่ 7 ตอนที่ 8
ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 ตอนที่12
ตอนที่ 13 ตอนที่ 14 ตอนที่ 15 ตอนที่ 16
ตอนที่ 17 ตอนที่ 18 ตอนที่ 19 ตอนที่ 20
ตอนที่ 21 ตอนที่ 22 ตอนที่ 23 ตอนที่ 24
ตอนที่ 25 ตอนที่ 26 ตอนที่ 27 ตอนที่ 28
ตอนที่ 29 ตอนที่ 30