นับตั้งแต่อดีต มีผู้ประสบความสำเร็จในชวิตมากมาย ไม่ว่าจะ รํ่ารวยมหาศาล มีฐานะตำแหน่งใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงก้องโลก สุดท้าย ตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ทำคุณประโยชน์ให้กับโลกนี้ก็1โม่มี เมื่อลงสู่นรกก็ขังต้องรัใเโทษกรรมอีกมากมาย (มีประจักษ์หลักฐานของ วิญญาณมาอาศัยร่างทรงบอกเรื่องราวต่างๆ) แต่มีคนส่วนหนึ่งกลับละ ทิ้งลาภยศ ชื่อเสียง ฐานะ ตำแหน่ง มุ่งหน้าแสวงหาหนทางหลุดพ้น ปฏิบัติบำเพ็ญธรรม ในสายตาของหลายๆ คน มองคนเหล่านีว่าเป็นคน โง่ แต่สุดท้ายคนเหล่านี้กลับกลายเป็นที่เคารพศรัทธากราบไหว้ของคน ทั่วโลก มีชื่อจารึกในโลกนับพันปี จิตญาณได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้ง ปวง กลับสู่แดนนิพพานบ้านเดิม
มาบัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นยุคที่ปรกโปรดครังยิ่งใหญ่ ผู้ที่มีรากฐาน บุญพอสมควร ก็สามารถรับธรรมะได้ รับธรรมะแล้วไม่ได้บำเพ็ญ อย่างน้อยก็ได้รับนิรโทษกรรม 70 เปอร์เซ็น มีสิ่งศักดิสทธคอยดูแล คุ้มครอง ชาติหน้ายังได้เกิดในยุคพระศรีอาริย์เพื่อบำเพ็ญต่อ และได้รับ การย้ายชื่อจากนรกขึ้นสู่ด่านตรีเทพพิทักษ์มหาราช แต่ถ้าไม่ได้รับ ธรรมะตายแล้วต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อไปในวัฏจักรของธรรมชาติ แต่ ถ้าได้รับธรรมะ แล้วมีจิตศรัทธา ตังใจบำเพ็ญ ก็สามารถบรรลุได้ใน ชาตินี้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัจธรรมที่สิ่งศักดิสทธทั้งหลายมาบอกกล่าวไว้ ทั้งนั้น ไม่ใช่คนอย่างเราจะไปรู้ได้ ท่านจะเชื่อหรือไม่ คงไม'มีใครบังคับ ท่านได้ แต่อยากให้ท่านพิจารณาให้ดี เพราะนี่คือเรื่องใหญ่ที่สุดของ มนุษย์ สัตว์ต่างๆ ได้ชื่อว่าเป็นเดรัจฉาน เพราะเขาเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม เพียงอย่างเดียว แต่มนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐเพราะนอกจากจะ เกิดมาใช้กรรมแล้ว ยังสามารถอาศัยกายสังขารบำเพ็ญให้สำเร็จเป็นพระ อริยเจ้าได้ เรียกว่ากำหนดชะตาชีวิตตนเองได้ หรือจะกำหนดให้ชาติ หน้าเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ได้เหมือนกัน จึงอยากให้ท่านได้ใคร่ครวญ ให้ดี "เพราะนี่สือเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิต ที่เกิดมาได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ ประเสริฐ"
สรุป รับธรรมะดีกว่าไม่รับ รับแล้วศึกษา บำเพ็ญ ปฎิบัฅิ ยิ่งดีที่สุด
**************************************
กลับไปข้างบนโปรดคลิก