นับตั้งแต่คำพูดของเสนาบดีคอนาโลเป็นต้นมา
ผู้เฒ่าที่ค้นหาไม่พบ ทุกคนต่างก็ยอมรับว่าเป็นพุทธอวตารมา
ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไป ทำให้ประชาราษฎร์ชาวเมืองซิ่นหลิน
ไม่มีใครสักคนที่ไม่เชื่อถือ มิเพียงเท่านั้นยังได้เพิ่มเติมปรับปรุงแต่งอื่น
ๆ ลงไปอีก ทำให้จิตใจของคนที่เดินผ่านเมืองซิ่นหลินต่างหันเหมาสู่พุทธศาสนา
สิ่งนี้เองที่ทำให้พุทธศาสนาในดินแดนตะวันตกได้เจริญรุ่งเรืองขึ้น
โดยที่จริงแล้วนับตั้งแต่พระศากยมุนีพุทธเจ้าประกาศพระศาสนาเป็นต้นมา
ก็ตั้งพระทัยจะช่วยสรรพสัตว์ ทุกคนต่างก็มองว่าแผ่นดินทางทิศตะวันตกคือพุทธประเทศ
ซิ่นหลินประเทศค่อนข้างจะใกล้กับชมภูทวีป จึงได้รับอิทธิพลทางศาสนามาบ้างแล้ว
ยิ่งได้มีเรื่องราวครึกโครมเช่นนี้อีกรอบหนึ่ง ยิ่งเกิดผลประโยชน์เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้น
กล่าวถึงพระธิดาเมี่ยวส้าน ได้รับการเลี้ยงอบรมจากพระนางเป่าเต๋อ
ก็ค่อยเจริญวัยขึ้น ชั่วเวลาไม่นานนัก พระธิดาก็มีพระชันษา
4 ปี มีความฉลาดน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เลิศล้ำกว่าพระพี่นางทั้งสองไปอีกช่วงหนึ่ง
พระนิสัยก็แตกต่างไปกับผู้อื่น หากเป็นเด็กสามัญทั่วไปก็จะพอใจกับเสื้อผ้าที่มีสีสันต่าง
ๆ อยากรับประทานแต่ของรสอร่อย แต่กับพระธิดาน้อยองค์นี้กลับไม่สนพระทัยเสื่อผ้าแพรพรรณชั้นดี
หรืออาหารประเภทเนื้อสัตว์และของทะเล กลับพอพระทัยแต่ผ้าเนื้อหยาบ
และที่น่าแปลกยิ่งก็คือทรงเสวยแต่อาหารเจ ไม่เสวยอาหารสัตว์
มิใช่เพราะพระองค์ไม่ยอมเสวย แต่เพราะเสวยไม่ได้ ของคาวเหล่านั้นพอเข้าโอษฐ์ก็จะอาเจียนออกมาทันที
ไม่สามารถที่จะผ่านศอลงไปได้เลย ทั้งพระนางเป่าเต๋อและราชาเมี่ยวจ้วนได้ประสบกับสภาพเช่นนี้
แม้จะรู้สึกแปลกประหลาดแต่ก็ไม่อาจทำประการใดได้ และก็ไม่ยอมที่จะเห็นพระธิดาอาเจียนเช่นนั้นอีก
เพราะเป็นการทำลายสุขภาพจึงได้แต่ตระเตรียมอาหารเจที่สะอาดให้พระธิดาเสวยจึงค่อยพอพระ
ทัย เมื่อพระชันษาได้ 6 ปีก็เข้าเรียนหนังสือ เพราะมีพระปัญญาเฉียบแหลมเพียงสอนครั้งเดียวก็เข้าใจ
เมื่อได้ผ่านสายพระเนตรแล้วก็ไม่ลืม ทรงฉลาดล้ำหน้าพระพี่นางทั้งสองมากมายนัก
ดังนั้น ราชาเมี่ยวจ้วนและพระนางเป่าเต๋อจึงรักใคร่เอ็นดูยิ่ง
ทะนุถนอมดุจดั่งไข่ในหิน เป็นที่ปลอบพระราชหฤทัยราชาได้ดี
แม้จะเป็นพระธิดาแต่ก็ไม่ต่างไปจากโอรสเลย ราชาเมี่ยวจ้วนได้ดำรัสกับพระนางเป่าเต๋อเสมอ
ๆ ว่า รอให้พระธิดาเมี่ยวส้านเจริญ พระชันษาเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยสรรหาผู้ที่มีความสามารถทั้งบุ๊นและฝ่ายบู๊มาเป็นพระสวามี
ให้มีลักษณะที่คู่ควรกับลูกหญิง เมื่อถึงตอนนั้นแม้จะไม่มีพระโอรส
บัลลังก์แห่งซิ่นหลินประเทศก็ยอมยกให้เขา ก็ยังนับว่าไม่ขาดสายดลหิตแห่งเชื้อพระวงศ์เพอเจีย
พระนางเป่าเต๋อ ก็ทรงเห็นพระทัยด้วยกับพระราชดำริเช่นนี้ จึงทรงสนับสนุนด้วยดี
ทั้งสองกษัตริย์ใจคอค่อยสงบลง ความต้องการพระโอรสก็ค่อย ๆ
จางคลายไป ในพระทัยก็คอยมองหาคนที่มีความสามารถ ความเรื่องนี้ทำไมจึงทราบไปถึงกรรณของพระธิดาเมี่ยวอิน
เมี่ยวหยวนได้อย่างไรก็ไม่ทราบ ทั้งสองพระองค์ต่างถอนหายใจว่า
ทำไมเราจึงมีบุญวาสนาน้อย อยู่มาวันหนึ่งขณะที่พระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนกำลังชมดอกท้อในอุทยาน
ทั้งสองเดินมาถึงข้างคูหาเทวดาโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็พลันแลเห็นพระธิดาเมี่ยวส้านประทับยอง
ๆ อยู่ที่พื้น โดยมีนางกำนัลยืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองต่างก็นิ่งเงียบ
ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ เมื่อพระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนเห็นพระธิดาเมี่ยวส้านอยู่ในสภาพเช่นนั้น
ทำให้รู้สึกประหลาดใจ จึงค่อย ๆ ย่างก้าวเข้าไปดู อ้อ ! ที่แท้ก็มดกัดกัน
ในขณะนั้นพระธิดาเมี่ยวส้านก็เหลือบเห็นเสด็จพี่ทั้งสอง จึงทรงร้องเรียก
" ท่านพี่ทั้งสอง รีบมาช่วยหม่อมฉันกวาดเอามดที่กัดกันตายเหล่านี้ไปขุดหลุมฝังด้วย
" พระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนต่างส่องพระพักตร์กัน แล้วก็ทรงพระสรวลแล้วว่า
" น้องขา น้องกวาดเองก็แล้วกัน พวกเรากลัวว่ามือจะสกปรก และก็ทนช่วยเหลือไม่ไหวกับสิ่งที่เธอเล่นอยู่กับดินโคลน
" กล่าวจบก็จุงมือกันแล้วผละจากไป พระธิดาเมี่ยวหยวนทรงถามพระธิดาเมี่ยวอินว่า
" เสด็จพี่ท่านก็เห็นว่าน้องสามโปรดปรานที่จะขุดดินโคลน และยุ่งกับสัตว์ต่าง
ๆ แต่ทำไมเสด็จพ่อเสด็จแม่กลับเห็นเธอดั่งสมบัติล้ำค่า ทั้งยังดำรัสว่าจะหาพระสวามีที่มีความสามารถทั้งบุ๊นทั้งบู๊
เลยทำให้เสด็จแม่ไม่ยอมมีพระประสูติกาลอีก พระสวามียังมีโอกาสได้สืบราชบัลลังก์
น้องเธอก็จะได้เป็นราชินีด้วยเนี่ยะ ในโลกนี้เคยได้ยินได้ฟังว่าพระธิดาขุดดินโคลนบ้างไหม
เธอว่า น่าหัวเราะหรือไม่ " พระธิดาเมี่ยวอินดำรัสว่า " กิริยาของน้องสาม
ข้าว่าดูจะต่ำต้อยไปสักหน่อย หากแต่เสด็จพ่อเสด็จแม่เอนเอียงพระทัยรักใคร่เธอ
นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ จะโกรธก็คือเธอกับข้านั้นวาสนาน้อย
ที่ไม่มีโอกาสดีขนาดนั้น ทั้งนี้เพราะชะตาได้ลิขิตเอาไว้แล้ว
" พระธิดาทั้งสองโทษฟ้าดินลำเอียง ขอหยุดไม่กล่าวต่อ กล่าวฝ่ายพระธิดาเมี่ยวส้าน
พระองค์ทรงทำอะไรอยู่ที่นั่นนะ ถ้าหากไม่เล่าให้กระจ่างแจ้งก็คงไม่ได้
ที่แท้วันนั้นพระธิดาเมี่ยวส้านกระวนกระวายประทับไม่อยู่กับที่ในตำหนักจึงให้นางกำนัลหนึ่งติดตามไปเที่ยวในอุทยาน
โดยไม่ตั้งใจก็เสด็จพระราชดำเนินมาถึงข้าง ๆ คูหาเทวดา ฉับพลันก็แลเห็นที่พื้นดินมีมดเหลืองอยู่ฝูงหนึ่ง
มดดำอีกฝูงหนึ่ง กำลังต่อสู้กันเป็นกลุ่ม ในขณะที่ยากต่อการแก้ไขนั้นมดทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัดกันตายเป็นจำนวนมาก
พระธิดาเมี่ยวส้านทอดพระเนตรแล้วไม่อาจทนได้ ได้แต่ครุ่นคิดว่า
เจ้ามดตัวน้อยเหล่านี้ วงจรชีวิตก็สั้นอยู่แล้ว น่าจะผ่านชีวิตอย่างสงบสุข
แล้วทำไมจึงต้องมีเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันมาต่อสู้ทำร้ายกัน
ลำพังแต่การรักษาตัวให้รอดก็ไม่ง่ายแล้ว แล้วทำไมยังจะต่อสู้กันทำให้ตัดรอนชีวิตสั้นลงอีก
ดูซิ ซากศพที่บาดเจ็บล้มตายอะไรมากอย่างนั้น น่าเวทนายิ่งนัก
! สู้ให้ข้าช่วยแก้ไขแยกพวกเขาให้ออกจากกันจะดีกว่า ว่าแล้วก็ทรุดพระวรกายลงประทับยอง
ๆ อยากจะเอาพระหัตถ์เข้าไปปัด มันก็กัดกันแน่น จึงไม่กล้าลงมือ
จะทำอย่างไรดีนะ ขณะนี้ทั้งมดเหลืองและดำกำลังอยู่ในสภาวะสงคราม
ต่อสู้กันเป็นกลุ่ม ๆ มดตัวก็เล็ก ๆ จะแยกพวกเขาได้อย่างไรกัน
ถ้าจะจับแต่ละคู่มาแยกไม่รู้จะต้องใช้เวลานานถึงเมื่อไรจึงจะจบสิ้น
วิสัยพวกมดนี่ ถ้าไม่กัดกันก็แล้วไป แต่ถ้าลองได้กัดกันแล้ว
จะกัดกันจนตายจึงจะยอมหยุด ถ้าศัตรูถูกกัดอยู่ ก็จะกัดจนตนเองหมดแรง
มิฉะนั้นจะไม่ยอมผ่อนปรน ดังนั้น แต่ละครั้งภายหลังการต่อสู้กัน
จะเห็นว่าตัวที่กัดต่อสู้ก็จะตายตามกันไปด้วย หากมีใครไปจับมันแยกได้จริง
ๆ มดทั้งคู่ย่อมได้รับการบาดเจ็บแน่นอน หากสมมติว่าไม่บาดเจ็บ
เมื่อปล่อยลงพื้นพวกมันก็วิ่งเข้าหาศัตรูและกัดกันจนตายอีก
ถ้าเช่นนั้นคู่หนึ่งยังแยกกันไม่เสร็จ อีกคู่หนึ่งก็กัดกันอีก
เวียนอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ ไม่มีวันที่จะแยกพวกมันได้สำเร็จ
พระธิดาเมี่ยวส้านทรงคิดมาถึงตอนนี้ พระธิดาจะหยุดก็ไม่ได้
พระธิดาเป็นเด็กที่ฉลาดปราดเปรื่อง พระองค์ทรงคิดอย่างรอบคอบ
ก็ทรงคิดได้วิธีหนึ่งพระองค์ทรงคิดว่า พวกมดต่อสู้กันคงจะเพื่ออาหาร
ถ้าหากทั้งสองฝ่ายมีอาหารเพียงพอพวกมันต่างก็ไปขนอาหารกลับรังแน่นอน
การต่อสู้ก็สามารถคลี่คลายได้ เมื่อทรงคิดได้ดังนั้นแล้วพระองค์จึงมีรับสั่งให้นางกำนัลไปเอาขนมหวานมา
ขณะเดียวกันก็ค้นหารังของมันด้วย เอาขนมหวานมาขยี้ให้กระจายอยู่แถว
ๆ ปากรังโดยรอบ จริงดังคาด เมื่อมดที่ออกมาจากรังได้พบกับอาหารเช้า
ก็ไม่ไปที่แนวรบอีก ต่างก็รีบขนอาหารเข้ารัง มดทางแนวรบก็ค่อย
ๆ ผละออกจากกัน พระองค์ทรงเอาไม้กวาดเล็ก ๆ ค่อย ๆ กวาดลงที่มดต่อสู้กันอยู่
ทำให้แนวรบสลายกันออกไป ต่างก็วิ่งกันเพ่นพ่าน ขณะนั้นมดที่อยู่แนวหลังก็ถ่ายทอดคำสั่งมายังแนวหน้า
พวกมันก็เชื่อฟังกันดี ต่างก็รีบกลับไปขนอาหาร การต่อสู้ครั้งร้ายแรงจึงยุติลง
แต่ในแนวรบมีมดตายกันหลายร้อยตัว พระธิดาเมี่ยวส้านทอดพระเนตรเห็นสภาพแขนขาหักแล้วรู้สึกสังเวชใจยิ่ง
ทรงคิดในใจว่าแม้มดจะเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็เป็นชีวิตหนึ่งเหมือนกัน
แต่ทำไมแค่ต่อสู้กันครั้งหนึ่ง ก็ทำให้สูญเสียวิญญาณมากมายอะไรเช่นนั้น
ไม่รู้ว่าพวกเขาได้ก่อกรรมเวรอะไรในชาติที่แล้ว จึงต้องมาตายลงในสภาพอันน่าเวทนาเช่นนี้
ในขณะนี้ถ้ายังอยู่ที่แนวรบคงไม่เหมาะเสียแล้ว ถ้าหากอาหารถูกมดพวกอื่นขาเอาไปก็จะกลายเป็นแย่บวกแย่
ดังนั้นมันจึงเลิกลากันไปหมด พระองค์หยุดคิด แล้วก็ลงมือขุดหลุมเล็ก
ๆ แล้วกวาดรวบรวมพวกซากศพมดไปฝัง ก็บังเอิญพระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนเสด็จมาพอดี
จึงทรงเรียกพวกเขามาช่วยเหลือไม่คิดว่าพวกเขาจะไม่สนพระทัยแล้วจากไป
พระองค์ก็ไม่ร้องเรียกอีกได้แต่นำซากมดเทลงไปในหลุมแล้วทำการกลบให้เรียบร้อย
เป็นอันเสร็จพิธีงานกุศล เสร็จแล้วก็กลับตำหนักพร้อมนางกำนัล
จึงค่อยรู้สึกพอพระทัย กล่าวฝ่ายพระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวน
เป็นเพราะเสด็จพ่อเสด็จแม่ลำเอียงรักเมี่ยวส้าน ทั้งยังได้ยินว่าจะหาพระสวามีที่เก่งให้และให้สืบราชบัลลังก์อีกด้วย
ในหัวอกหญิงแล้วมักจะคับแคบ จึงไม่ยินดีกลับทำให้เกิดอิจฉา
ดังนั้นเมื่อเห็นการกระทำของเมี่ยวส้านจึงรู้สึกดูแคลน เมื่อเห็นว่าลงไปขุดดินฝังมด
จึงได้หัวเราะเยาะเย้ย แล้วรีบกลับตำหนักก่อน นำความไปกราบทุลพระนางเป่าเต๋อพระธิดาทั้งสองหวังว่าเสด็จแม่จะได้ลดการรักใคร่ลงสักหน่อย
เพื่อจะได้หันมาสนใจตัวเอง แต่ทว่าเมื่อพระนางเป่าเต๋อได้ยินเรื่องจากพระธิดาทั้งสอง
แล้วก็ทรงแย้มสรวลแล้วยังดำรัสว่าการกระทำของพระธิดาเมี่ยวส้านครั้งนี้ช่างเข้าใจถึงพระเจ้าที่เมตตาให้กำเนิดชีวิตเสียจริง
พระธิดาเมี่ยวอินเมี่ยวหยวนไม่คิดว่าพระนางเป่าเต๋อจะดำรัสแบบนี้ออกมา
ในพระทัยจึงเจ็บแค้นนัก แม้กระทั่งน้ำพระเนตรหลั่งออกมา ในขณะนั้นพระธิดาเมี่ยวส้านได้เสร็จสิ้นงานกุศลเรียบร้อยแล้ว
ก็กลับตำหนักพร้อมนางกำนัล เข้าเฝ้าพระมารดา แลเห็นเสด็จพี่ทั้งสองอยู่ในสภาวะที่โกรธ
คงเพราะถูกเสด็จแม่ทรงสั่งสอน ก็ไม่กล้าจะถามอะไร พระนางเป่าเต๋อเห็นพระธิดาสามก็ดำรัสถามว่าไปเที่ยวเล่นที่ไหนมา
พระธิดาเมี่ยวส้านจึงทรงเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด พระนางเป่าเต๋อจึงทรงสรวลว่า
เจ้าก็ใจดีเหลือล้นเกินไปแล้ว มีกะใจไปทำเรื่องพรรค์นี้ด้วยไม่กลัวว่ามือเปรอะเปื้อน
ถ้าถูกมดที่มีพิษกัดเข้าเกิดแผลพุพองขึ้นก็สมใจเจ้าหรอก วันหลังอย่าได้เล่นแบบนี้อีก
พระธิดาเมี่ยวส้านได้ฟังโอวาทพระมารดาแล้วก็ตอบรับ อีกทางหนึ่งก็ได้อธิบายหลักธรรมออกมา
นั่นคือ เห็นเธอมีปัญญาเลิศ คำน้อยแต่โปร่งในเซน