ครั้งที่แล้วองค์หญิงเมี่ยวส้านได้เห็นหย่งเหลียนสาบานตนต่อฟ้าดินว่าจะบำเพ็ญเป็นการเพิ่มเพื่อนบำเพ็ญ
ทำให้ปีติยินดีในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จากวันนั้นเป็นต้นมาองค์หญิงก็รู้ว่า
วันกำหนดออกบรรพชาคงอีกไม่นานนัก จึงได้ตระเตรียมข้างของต่างๆ
ที่จะใช้ในการปลงพระเกศาในครั้งนี้
กล่าวฝ่ายราชาเมี่ยวจ้วน หลังจากมีราชโองการให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดจินกวงหมิงแล้ว
ก็มีรับสั่งให้ราชบุตรเขยองค์ใหญ่เป็นผู้กำกับงาน เมื่องานปฏิสังขรณ์เริ่มขึ้น
ข่าวได้แพร่สะพัดไปทั่วประเทศพวกช่างไม้ฝีมือดีต่างก็เข้ามาช่วยงาน
ยังมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง เมื่อได้ยินข่าวพระธิดาองค์ที่สามจะสละตนออกบำเพ็ญจึงมีความชื่นชมยกย่องสรรเสริญ
เห็นอกเห็นใจ อันที่จริงการเป็นพระราชธิดาองค์หนึ่ง ควรใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกลับไม่เอา
ยินยอมลำบาก ผ่านชีวิตที่จืดชืดหากแต่สงบเสงี่ยมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากจึงมีคุณค่ายิ่ง
ประชาชนเหล่านี้จึงเกิดจิตยกย่องนอบน้อมจึงแย่งกันถวายของมีค่า
บ้างถวายเรือนกระจกที่ประดับประดาอย่างงดงามบ้างถวายพลอยที่สลักเป็นพระพุทธรูป
บ้างก็ถวายไม้จันทน์หอมที่แกะสลักวาดรูปใช้ทำเป็นขื่อแป ฯลฯ
เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่จะได้จากการถวายของประชาราษฎร์
นี่ก็เพราะหลายปีมานี่ลมฝนตกต้องตามฤดูกาล ประชาชนมั่งมีศรีสุข
เงินทองจึงมากมี วัตถุเลยอุดมสมบูรณ์ การบูรณปฏิสังขรณ์จึงดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว
สภาพของวัดจินกวงหมิงแม้นว่าจะไม่มีผู้อยู่อาศัยนานแล้วก็ตาม
หากแต่ตัวอาคารยังไม่ทรุดพังเค้าโครงยังอยู่ครบ เมื่อเทียบกับการก่อสร้างใหม่จากความว่างเปล่าความยากง่ายก็ต่างกันมาก
ดังนั้นตั้งแต่เริ่มลงมือทำงานเมื่อต้นเดือนยี่ เรื่อยมาจนถึงเดือนห้า
ลมฟ้าไม่เป็นอุปสรรค ห้องหับแท่นบูชาก็บูรณะจนเสร็จเรียบร้อย
ทำให้วัดจินกวงหมิงที่ว่างเปล่ากลับกลายเป็นวัดที่สง่างาม
สดใสเปล่งประกายสีเขียวเจิดจ้ากระเบื้องสีเหลืองอร่ามตัดกับกำแพงสีแดง
ดูแล้วทั้งสูงและกว้างขวาง ตัวอาคารแม้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่พระพุทธรูปปั้นยังแกะสลักไม่เสร็จ
เวลาผ่านไปอีกนานพอสมควรการประดับประดาตกแต่งภายในก็เสร็จเรียบร้อย
ราชบุตรเขยใหญ่ผู้กำกับงานได้กราบทูลรายงานให้ทรงทราบ ราชาเมี่ยวจ้วนได้มาตรวจตราด้วยพระองค์เอง
ทรงพอพระทัยยิ่งเมื่อกลับถึงพระราชวัง จึงมีคำสั่งให้ขุนนางฝ่ายโหราจารย์ตรวจหาฤกษ์ยาม
และกำหนดวันออกบรรพชาจึงทำให้ทุกคนชุลมุนวุ่นวาย ในที่สุดก็เลือกเอาวันที่
19 เดือน 6 เป็นวันที่องค์หญิงเมี่ยวส้านจะออกบรรพชาเข้าวัด
วันที่ 17 ทำพิธีสักการบูชาบุรพมหากษัตริย์ วันที่ 18 ทำพิธีอำลากษัตริย์จากมหาราชวัง
วันที่ 19 เช้าขบวนแห่จากมหาราชวังเข้าสู่วัด พิธีการต่างๆ
ก็สุดแท้แต่ฝ่ายสงฆ์จะจัดการ พอเที่ยงราชาเมี่ยวจ้วนก็เสด็จถึงวัด
จะมีพิธีปลงเกศาหน้าพระพุทธรูปเมื่อทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว
ราชาเมี่ยวจ้วนก็ให้พระธิดาสามเข้าเฝ้าแล้วก็ตรัสเล่าทุกอย่างให้พระธิดารับทราบ
เพื่อให้พระธิดาเตรียมตัว องค์หญิงเมี่ยวส้านทรงขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ส่งเสริมแล้วก็เสด็จไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
พอถึงวันที่ 17 พระธิดาเมี่ยวส้านทรงเฉลิมพระองค์ในฐานะเจ้าหญิงแบบราชสำนักแล้วทรงเสด็จประทับรถพระที่นั่งขบวนเสด็จมีทั้งรั้งหน้าและตามหลังสู่ประตูมหาราชวังแล้วมุ่งหน้าสู่สุสานบรรพกษัตริย์
ทรงทำพิธีกราบไหว้บรรพชนตามลำดับพร้อมทั้งรายงานถึงสาเหตุที่ทรงออกบรรพชา
หลังจากถวายสุราแล้วก็เสด็จกลับราชวัง ภายในเมืองหลวงเหล่าประชาราษฎร์ต่างรอรับเสด็จตามรายทางเพื่อชมพระบารมีเป็นจำนวนมาก
รถพระที่นั่งเสด็จไปถึงไหนก็มีเสียงเพลงกึกก้อง องค์หญิงเมี่ยวส้านทรงยิ้มด้วยพระพักตร์รื่นรมย์พร้อมพนมขึ้นไหว้เป็นการขอบทัยประชาชน
วันรุ่งขึ้นราชาเมี่ยวจ้วนเสด็จออกสู่ท้องพระโรง เมื่อเสด็จประทับเหนือบัลลังก์ทองแล้ว
เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นนับร้อยรอเฝ้าอยู่พร้อมหน้า
ประเดี๋ยวนั้นนายทหารก็รายงานว่าพระธิดาที่สามกำลังรอเข้าเฝ้าเพื่อทำพิธีอำลาพระราชาธิราชอยู่
ณ ประตูทิศเหนือพระเจ้าค่ะ จึงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าได้ ชั่วประเดี๋ยวพระธิดาก็เสด็จเข้าเฝ้าบังคมยังหน้าบัลลังก์ทองระหว่างทางเสด็จผ่านเหล่าขุนนางก็ร้องขานคารวะ
องค์หญิงกราบบังคมทูลว่าลูกหญิงอกตัญญูคิดแต่จะกราบไหว้พระพุทธะ
จึงไม่สามารถเฝ้าสนองพระกรุณาแก่เสด็จพ่อได้ โทษควรลงอาญา
ขอให้พระพุทธคุณจงคุ้มครองเสด็จพ่อให้อายุมั่นขวัญยืนพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันออกบรรพชาของหม่อมฉันแล้ว
ดังนั้นวันนี้จึงมากราบบังคมลาเบื้องยุคลพระบาท ขอให้เสด็จพ่อจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเพคะเมื่อราชาเมี่ยวจ้วนได้ฟังแล้ว
ภายในพระทัยรู้สึกรันทดยิ่งนักดุจดังคมหอกทิ่มแทงจนพระชลเนตรรินไหลอาบแก้มทั้งข้างพระธิดาน้อยที่ฉลาดปราดเปรื่องสู้อุตส่าห์ฟูมฟักจนเจริญใหญ่บัดนี้กำลังจะตัดขาดจากพระองค์
สละกายออกบรรพชา ทำไมจะไม่ให้พระองค์อาลัยอาวรณ์ได้เล่า คิดแล้วก็อดพระทัยกั้นพระชลเนตรไม่ให้หลั่งออกมาอีกแล้ว
ตรัสปลอบประโลมพระธิดาเพียงไม่กี่ประโยค เมื่อเสร็จแล้วจึงมีรับสั่งให้นำรถพระที่นั่งของพระองค์เองไปส่งพระธิดากลับตำหนัก
องค์หญิงเมี่ยวส้านแม้มีพระทัยแน่วแน่ แต่ความมีน้ำพระทัยของบิดามารดาอันยาวนานก็มิอาจละทิ้งได้หมดจด
จึงทำให้พระธิดามีกิริยาอิดเอื้อนไม่อยากจากไป เมื่อกลับมายังตำหนักแล้วประทับนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
พระธิดาใหญ่เมี่ยวอินพระธิดาเมี่ยวหยวนก็เสด็จมาหา ต่างจับมือถือแขนแสดงความมีเยื่อใยอันลึกซึ้งต่อกันต่างมีปฏิสันถารต่อกันและกันจนตะวันตกดินแล้วค่อยอำลาจากกันองค์หญิงเมี่ยวส้านได้ตระเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไส้แต่เนิ่นๆ
แล้วดังนั้นในช่วงนั้นจึงไม่มีอะไรจะทำอีก การครั้งนี้นอกจากแม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนสองคนแล้ว
ก็ยังมีพวกพนักงานในโรงครัวอีกประมาณสามสิบคนเศษ ยินดีที่จะตามไปรับใช้พระธิดาพวกเขาไม่คำนึงถึงว่าผู้บังคับบัญชาจะอนุญาตหรือไม่
ต่างคน ก็เก็บข้าวของเตรียมเดินทางไปพร้อมกับพระธิดาดังนั้นพวกเขาจึงชุลมุนกันไม่เสร็จ
ทั้งนี้เพราะองค์หญิงเมี่ยวส้านมีไมตรีจิตต่อพวกเขานั่นเอง
พวกเขาส่วนใหญ่จึงมีใจสวามิภักดิ์และพวกเขาก็มีรากธรรมอยู่บ้าง
เพราะฉนั้นพวกเขาจึงยอมละทิ้งความรุ่งโรจน์เพื่อใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
เวลาล่วงผ่านไปจนกระทั่งตีห้าของวันรุ่งขึ้น องค์หญิงเมี่ยวส้านจึงลุกจากที่บรรทม
ภายหลังสรงน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระธิดาก็ยังฉลองพระองค์ในฐานะเจ้าหญิงอยู่
เนื่องจากยังไม่ได้ปลงพระเกศา ท่ามกลางความมือสลัวของแสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่
ก็มีนางกำนัลเข้ามารายงานว่า งานทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว
ขอให้พระธิดามีรับสั่งเพคะ
พระธิดาเมี่ยวส้านมายังตำหนักที่ประทับของพระราชาเมี่ยวจ้วน
เมื่อเสด็จมาถึงราชวัง พระธิดาเมี่ยวส้านแสดงคามคารวะต่อมหาดเล็กที่ประจำประตูวัง
แล้วเสด็จมาถึงพระตำหนักบรรทมของพระราชบิดาเพื่อคอยเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาอีกครั้งขณะรออยู่นั้นก็ปรากฏว่าพระธิดาเมี่ยวอินและพระธิดาเมี่ยวหยวนเสด็จมาพร้อมกันแล้วตรัสพร้อมกันว่า
เราได้รับคำสั่งของเสด็จพ่อให้มาส่งเสด็จน้องสาม เสด็จพ่อตรัสว่าไม่ต้องเข้าไปถวายบังคมลาอยู่นอกพระตำหนัก
ดังนั้นพระธิดาเมี่ยวส้านจึงกราบถวายบังคมลาอยู่หน้าพระตำหนักเก้าครั้ง
หลังจากนั้นก็หันมาไหว้เสด็จพี่ทั้งสองเพื่ออำลาจากกัน พระธิดาทั้งสามล้วนเป็นพี่น้องร่วมอุทรเดียวกันจึงมีคสามอาลัยอาวรณ์ไม่อยากอำลาจากกัน
อิดๆ เอื้อนๆ อยู่พักใหญ่จึงยอมขึ้นรถพระที่นั่ง พระธิดาทั้งสองก็ขึ้นรถพระที่นั่งตามไปส่งด้วย
พอรถพระที่นั่งมาถึงประตูมหาราชวัง ทั้งระฆังและกลองก็ดังขึ้น
วงดุริยางค์ก็บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีขบวนริ้วธงนำเสด็จ
ติดตามด้วยขบวนช่อขนนก กระถางกำยานของหอมนานาชนิดเดินเป็นคู่ๆ
กลิ่นธูปหอมพวยพุ่งทะยานสู่วิมานเมฆ ขบวนดอกไม้หลากสีสันนานาชนิดเดินเป็นคู่
ๆ ยามลมพัดจะโชยเอากลิ่นหอมของมวลบุปผาชาติฟุ้งกระจาย กลิ่นจรวยสดชื่นยิ่งนัก
แม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนคนหนึ่งถือเครื่องหยกขาวหยู่อี้ อีกคนถือแส้ปัดฝุ่น
ยืนอยู่ซ้ายขวาของรถพระที่นั่ง นายพลผู้พิทักษ์เจี่ยเย่ นำทหารสามร้อยนายคอยติดตามอยู่ด้านหลัง
ส่วนรถพระที่นั่งของพระธิดาทั้งสองก็มีนางกำนัลตามเสด็จเป็นริ้วขบวน
วันนี้ชาวเมืองต่างเบียดเสียดเนืองแน่นตามถนน เพราะต่างก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่พระธิดาสามจะเสด็จออกบรรพชา
พอเช้าขึ้นมาทุกคนจึงต่างพากันมาออแน่นตามสองข้างของถนนเพื่อเฝ้าส่งเสด็จ
ต่างเฝ้าชมพระบารมี มีหลายคนนำช่อดอกไม้และสมุนไพรอันมีค่าเพื่อเตรียมถวายแด่พระธิดายิ่งสายคนก็ยิ่งมากันแน่น
ตลอดเส้นทางจากมหาราชวังถึงวัดจินกวงหมินเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ขบวนรถพระที่นั่งเสด็จไปถึงที่ใด ที่นั่นจะมีเสียงไชโยโห่ร้องพรน้อมกับกระโดดโลดเต้นไปรอบๆ
ทั้งดอกไม้และหญ้าสมุนไพรถูกส่งไปยังรถพระที่นั่ง แม้เหล่าทหารจะคอยป้องกันขับไล่
ก็ไม่อาจจะทำให้พวกเขาถอยห่างไปได้เลยรถพระที่นั่งขับเคลื่อนไปได้ไม่นานเท่าใดนัก
ช่อดอกไม้และหญ้าสมุนไพรก็เต็มลำรถ หากมองไกลๆ ดุจดังรถบุปผาชาติกลิ่นหอมจรุงใจนั้นเป็นบรรยากาศที่ดียิ่ง
ภายหลังรถพระที่นั่งพ้นจากประตูเมืองมาแล้ว ภูเข้าเยโหม่ แม้จะไมใช่เขาสูงชันแต่ก็เป็นภูเขาที่งดงามทีเดียว
ห่างจากเมืองมาได้ประมาณ 10 ลี้ พื้นดินก็ปราศจากฝุ่นละออง
นับว่าเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการบำเพ็ญเพียร ขบวนเดินไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งมาถึงชายเขา พอวกเข้าไปหน่อยหนึ่งเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองภาพที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าก็คือประตูทางเข้าวัดที่เปล่งประกายแจ่มจรัส
ทางเดินจากประตูวัดถึงโบสถ์ปูลาดด้วยแผ่นศิลาสีเขียวด้านหน้าเป็นวิหารจาตุมหาราช
กำแพงของวิหารเป็นสีแดงหลังคาปูด้วยกระเบื้องสีทองอร่าม ขณะนั้นดวงอาทิตย์กำลังส่องกระทบพอดี
แลเห็นลายสีทองดุจงูจำนวนนับหมื่นกำลังเลื้อยสู่นภากาศเป็นประกายแสบตา
งดงามระยิบระยับไม่มีที่ใดเปรียบปาน องค์หญิงเมี่ยวส้านเสด็จมาถึงประตูทางเข้าวัด
ก็ลงจากรถพระที่นั่งเสด็จเข้าสู่วิหารจาตุมหาราช ทรงสักการะท้าวมหาราชทั้งสี่และพระศรีอารยเมตไตรย์
ถัดจากวิหารจาตุมหาราชก็เป็นลานกว้างใหญ่ บนลานปลูกต้นสนเป็นทิวแถวเขียวขจีสูงชะลูดขึ้นไปบนฟ้า
ด้านหน้าเป็นแท่นบูชาที่ก่อด้วยศิลาขาว ถัดไปจากแท่นบูชาก็ตัวโบสถ์
ขณะนั้นข้างแท่นบูชามีพระภิกษุณียืนเป็นแถวทั้งสองข้างประมาณ
30 รูป พอเห็นองค์หญิงเสด็จมาก็รีบจัดแถวเป็นแนวต้อนรับ พระภิกษุณีเหล่านี้ล้วนมาจากที่อื่น
เมื่อได้ข่าวว่าองค์หญิงจะบรรพชาอยู่วัดนี้จึงพากันมาลงชื่อเพื่อเข้าจำวัด
พระภิกษุณีคู่หนึ่งเข้ามาต้อนรับแล้วนำเสด็จองค์หญิงเข้าสู่โบสถ์
ขณะนั้นระฆังและกลองบนโบสถ์ก็ดังขึ้น หมู่เทียนถูกจุดขึ้นสว่างไสว
กลิ่นกำยานบนกระถางธูปลอยวน กล่องไม้ปลาสีแดงถูกตีดังก๊อกๆๆๆ
กระดิ่งก็ดังติ๊งๆๆๆ ไม่ขาดระยะ ทุกคนหลับตาลง พนมมือสวดศูรางคมธารณีสูตรองค์หญิงกราบบังคมองค์พระพุทธปฏิมา
เมื่อสวดมนต์จบลง ก็ถูกภิกษุณีนำเสด็จไปพักผ่อนห้องฌาน เหล่าภิกษุณีเข้ารายงานตัวบอกชื่อพลางถวายน้ำสุคนธรสชาแด่องค์หญิงเพื่อทรงดื่มแก้กระหาย
ขณะนั้นยังมี หมู่ชนยืนออกันอยู่หน้าห้องฌาน โชคดีที่ได้ยินว่าราชาเมี่ยวจ้วนเสด็จมาถึง
หมู่ชนจึงแยกกระจายกันออกไปเพราะเกรงอาญาหากแต่ว่าทำให้ดอกไม้ในลานวัดถูกเหยียบพังไปไม่น้อย
แม้แต่ราวลูกกรงก็เสียหายไปบ้าง แต่หมู่ชนที่สนใจอยู่กับองค์หญิงที่อยากเห็นคือ
นั่นคือ
วันนี้สู่พุทธภูมิ ภาคหน้าโปรดสรรพสัตว์