ป ร ะ วั ติ พ ร ะ อ า ริ ย ะ
พระสูตรของท่านเว่ยหลาง
คำนำ
ท่านพุทธทาส ภิกขุนับเป็นผู้ที่มีคุณูปการอันใหญ่หลวงของผู้ใฝ่ใจ ศึกษาพุทธธรรมยิ่งนัก เพราะได้แปลพระสูตรของท่านเว่ยหล่างจากภาษาอังกฤษ จึงเป็นเสมือนหนึ่งผู้จุดประทีปขึ้นในที่มืดมิดทำให้ศาสนิกชนหูตาสว่างไสวพบอัญมณีมากมายจากพระสูตรนั้น ผู้เขียนได้อ่านพระสูตรนี้สองระยะๆ แรกอ่านเพราะสนใจธรรมะ แต่มิได้รับรสชาติความซาบซึ้งแต่ประการใด มีหลายช่วงหลายตอนของพระวจนะผู้เขียนไม่เข้าใจเลย ซึ่งมิได้เกิดจากความด้อยในเชิงการแปลความของท่านพุทธทาส ภิกขุ หรือเป็นเพราะพระสูตรนั้นไม่มีความลึกซึ้งก็หามิได้ แต่เป็นเพราะผู้เขียนด้อยสติปัญญายังหนาทึบไปด้วยการยึดมั่นถือมั่น จึงเปรียบเสมือนดวงเทียนแสงริบหรี่เดินเข้าไปในถ้ำวิเศษ จึงไม่พบเห็นอัญมณี ภายหลังที่ได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ศุภนิมิตนำพาให้ได้ศึกษาอนุตตรธรรม และได้รับมอบหมายให้อธิบายพระสูตรของท่านเว่ยหล่างในชั้นศึกษาธรรม จึงได้อ่านพระสูตรนี้อีกครั้งหนึ่งและอ่านหลายเที่ยวจนเกิดความเข้าใจซาบซึ้ง ทั้งภาษาการแปลแลเห็นความมหัศจรรย์ทางปัญญาของท่านเว่ยหล่าง ซึ่งเป็นพระสังฆปริณายกองค์ที่หก ประการสำคัญได้ยืนยันให้เห็นเป็นหลักสัจธรรมว่า ธรรมะ เป็นสากลไม่เกี่ยวกับภาษา กาลเวลา หรือการนับถือของใคร ท่านเว่ยหล่างไม่รุ้จักหนังสือและเกิดห่างจากพระพุทธองค์นับเป็นพันปี แต่พระวจนะของท่านเว่ยหล่าง แม้ต่างภาษาแต่ความหมายแห่งพระสูตรนี้ตรงแท้กับพระพุทธวจนะ ผู้เขียนมีความซาบซึ้งพระสูตรจึงอาจหาญเขียนอธิบายลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ "กรุงเทพธุรกิจ" มิได้มีเจตนาแสดงภูมิปัญญาอันน้อยนิดของตนแต่ประการใด เพียงแต่หวังว่าความซาบซึ้งนี้จักเผื่อแผ่ไปถึงผู้ที่ใส่ใจศึกษาหาหนทางแห่งความหลุดพ้นไปจากโลกียวิสัย ในการอธิบายความหมายแห่งพระสูตรนี้ ได้นำเอาพระพุทธวจนะทั้งในหินยานและมหายานมาเปรียบเทียบและบางครั้งนำเอาพระวจนะของพระอริยเจ้า เช่น พระเยซูคริสต์ เหลาจื๊อ และขงจื๊อมาอธิบายประกอบเพื่อให้เห็นเป็นสัจธรรมว่า ธรรมะ ล้วนเป็นอย่างเดียวกัน สำหรับภาษาเฉพาะบางคำเช่น "จิตเดิมแท้" ผู้เขียนได้เปลี่ยนแปลงโดยใช้คำว่า "ธรรมญาณ" อันตรงต่อความหมายในภาษาจีน หรือนามเฉพาะอันเป็นการทับศัพท์สำเนียงจีนกวางตุ้ง ก็ได้รับความเมตตา จากท่านอาจารย์ศุภนิมิตออกเสียงเป็นสำเนียงจีนแมนดาริน เช่น "เว่ยหล่าง" เป็น "ฮุ่ยเหนิง" เป็นต้น การแปลหรือการอธิบายความหมายของพระสูตรย่อมมีความผิดเพี้ยนเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผู้เขียนจึงขอกราบประทานอภัยพระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิง และท่านพุทธทาส ภิกขุ ผู้แปลพระสูตรเป็นภาษาไทยหากเกิดอานิสงส์จากการอธิบายความของพระสูตรนี้ขอทูลถวายแด่พระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิงผู้ปลดปล่อยสัตว์โลกให้พ้นไปจากความมืดมิดทางปัญญา และท่านพุทธทาส ภิกขุ ซึ่งเป็นเสมือนหนึ่งดวงประทีปแห่งพุทธธรรมของไทย ผู้เขียนขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศุภนิมิต ซึ่งมีความเมตตาชี้แนะให้อยู่ในหนทางแห่งธรรมตลอดมา