|
คืนนั้น
ภายใต้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน บัณฑิตผู้ชรา ก็นำเข็มขัดหยกออกมาลูบคลำอีก
มันเป็นหยกเนื้อใส สลักเสลาด้วยฝีมืออันวิจิตรบรรจง เป็นลวดลายดอกไม้
นก หนู และสัตว์น้อยใหญ่ต่าง ๆ มีชีวิตชีวาเหมือนของจริงบัณฑิตชราจึงรักษาไว้อย่างดี
ถือเป็นสมบัติอันประมาณค่ามิได้ น้อยคนนักที่จะได้ชมเป็นขวัญตา
แม้แต่ลูกชายของบัณฑิตเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้อง ทั่วอำเภอไท่ซัง
ทุกคนรู้ว่าบัณฑิตชรามีเข็มขัดหยกล้ำค่าอยู่สายหนึ่ง แต่น้อยคนนักที่เคยได้เห็น
จึงเพิ่มความลึกลับพิศดารให้แก่เข็มขัดหยกเส้นนั้นยิ่งขึ้น จนกลายเป็นหัวข้อเรื่องสนทนาของชาวบ้านไม่ขาดปาก
เมื่อโจษจันกันมาก ๆ ก็รู้ไปถึงหูนายอำเภอท้องที่เข้า นายอำเภอเป็นคนโลภ
เมื่อได้ยินว่าบัณฑิตชรามีหยกล้ำค่า ก็นึกอยากช่วงชิงมาเป็นของตัว
จะได้นำไปจิ้มก้องขุนนางใหญ่ในจังหวัด เพื่อเป็นเครื่องมือในการไต่เต้าสู่ตำแหน่งสูงต่อไป
ดังนั้น วันหนึ่งนายอำเภอจึงได้ส่งลูกน้องชั่วร้ายไปยังบ้านบัณฑิตชรา
เอ่ยขอเข็มขัดหยกเอาดื้อ ๆ แน่นอนมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
โดยเฉพาะวิธีการอันป่าเถื่อนเช่นนั้น เมื่อส่งลูกน้องออกไปแล้วนายอำเภอก็นั่งยิ้มกริ่มอยู่กับบ้าน
รอรับเข็มขัดหยกเส้นนั้น "ท่านนายอำเภอขอรับ' คนที่ถูกใช้ไปหน้าบึ้งกลับมารายงานอย่างหัวเสียว่า
"กระผมไปทำตามที่ท่านสั่งแล้ว แต่มันบอกว่าอย่าว่าแต่นายอำเภอเลย
ใครจะเอาก็ไม่ให้" นายอำเภอโมโหเดือดเป็นไฟ โดยคิดว่าบัณฑิตชราช่างเหยียดหยามตนดีนัก
คอยดูเถอะจะจัดการเสียให้เข็ด เกิดเป็นเหตุบังเอิญขึ้นเหมือนจับวาง
หลังจากนั้นไม่นาน เรือนจำอำเภอก็เกิดเหตุนักโทษแหกคุกหนีไปได้
ขณะที่นายอำเภอกำลังปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ก็ได้รับจดหมายสนเท่ห์ฉบับหนึ่ง
เขียนมาบอกว่า บ้านของบัณฑิตชรามีนักโทษแหกคุกมาพักอาศัยอยู่
นายอำเภอผู้ใจเบาไม่ทันสอบสวนไตร่ตรองใด ๆ ทั้งสิ้น ส่งคนไปจับกุมตัวบัณฑิตชราทันที
บัณฑิตชราปฏิเสธตลอดข้อหา เพราะถือว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่นายอำเภอยังแค้นใจเรื่องเข็มขัดหยกอยู่ไม่หาย
จึงไม่สนใจว่าจะถูกผิดอย่างไร สั่งให้ลงโทษโบยตีและใส่ขื่อคาบัณฑิตชราทันที
บัณฑิตชราทนความเจ็บปวดไม่ไหวจึงต้องยอมรับผิด นายอำเภอจึงพิพากษาโทษ
แล้วส่งบัณฑิตชราเข้าคุกไป ชีวิตในคุกตะรางวันหนึ่งเนิ่นนานเหมือนหนึ่งปี
บัณฑิตชราต้องได้รับความทุกข์แสนสาหัส ถูกเกณฑ์ออกไปทำงานหนักทุกวัน
พอกลับมาถึงล้มตัวลงนอนก็หลับไปทันที คืนหนึ่งบัณฑิตชราฝันว่าปู่มาหาบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากราชเลขาฟั่นในเมืองหลวง
เพราะท่านเป็นขุนนางตงฉิน มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม ซึ่งท่านสามารถจะพลิกคดีล้างความผิดให้ได้
ทั้งจะนำคนที่ส่งบัตรสนเท่ห์ใส่ร้ายมาลงโทษได้อีกด้วย เมื่อตื่นขึ้น
บัณฑิตชราก็พยายามทบทวนและจดจำข้อความในความฝันไว้ เมื่อทางบ้านได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมบัณฑิตชราก็สั่งให้คนทางบ้านไปดำเนินการร้องทุกข์
โดยเล่าความเป็นไปทั้งหมดทั้งเรื่องเข็มขัดหยกให้ราชเลขาฟัง
ภายในเวลาไม่นานต่อมา บัณฑิตชราก็ได้รับการปล่อยตัวนายอำเภอถูกถอดออกจากตำแหน่ง
และด้วยความเสียใจอย่างแรง ทำให้วิกลจริตเดินร้องไห้ไปตามถนน
บัณฑิตชราออกจากคุกกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นาน คนในตระกูลเดียวกันคนหนึ่ง
ชื่อว่า หลินหู่ ก็เกิดมีอาการประหลาด โดยป่วยเป็นฝีขึ้นที่หน้าท้อง
แรกทีเดียวก็เป็นเม็ดเล็ก ๆ ต่อไปก็ค่อย ๆ โตขึ้นแล้วแตกเน่าเฟะ
ส่งกลิ่นเหม็นคาวน่าสะอิดสะเอียน จนไม่มีใครเข้าใกล้ บัณฑิตชราเห็นว่านายหลินหู่เป็นที่รังเกียจของใคร
ๆ จึงไปเยี่ยมเยียนช่วยเหลือ ส่งอาหารไปให้ ให้หมอมารักษา แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ฝีลูกนั้นลุกลามเน่าเข้าไปจนถึงอวัยวะภายในท้องเกือบหมด หลินหู่รู้ตัวดีว่าจะตายแล้ว
วันนั้นเขาร้องไห้ต่อหน้าบัณฑิตชรา และรับสารภาพด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งว่า
"ผมขอโทษที่เคยทำร้ายท่าน ผมเองเป็นคนเขียนจดหมายสนเท่ห์ฉบับนั้น
เพราะผมแค้นใจที่ครั้งหนึ่งเคยขโมยเงินของท่านแล้วถูกท่านแจ้งความจับไปขัง
ผมหาโอกาสจะแก้แค้นท่านอยู่ตลอดเวลา บังเอิญได้โอกาสนักโทษแหกคุก
โรคประหลาดที่เกิดกับผมคงเป็นการลงโทษแน่ ๆ
" สารภาพยังไม่ทันขาดคำ
หลินหู่ก็ร้องโอดโอย แล้วสิ้นใจตายไป บัณฑิตชราก็ได้คิดว่า เงินทองของนอกกายล้วนเป็นชนวนให้เกิดความชั่วร้ายต่าง
ๆ ไม่ควรที่จะยึดถือให้ความสำคัญแก่มันมากจนเกินไป ครั้งหนึ่งเมื่อเกิดยุคเข็ญข้าวยากหมากแพงในแถบนั้น
บัณฑิตชราก็นำเข็มขัดหยกออกมาประมูลขายได้เงินเป็นจำนวนมาก และนำเงินจำนวนนั้นมาซื้อข้าวแจกชาวบ้านที่ยากจน
เป็นบุญเป็นกุศล เป็นความสุขกว่าที่จะเก็บเข็ดขัดหยกเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด
|