บ า ป ก ร ร ม
ใครกำหนดชุดที่ 1
ตอนที่ 5....เข็มขัดหยก
คืนนั้น ภายใต้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน บัณฑิตผู้ชรา ก็นำเข็มขัดหยกออกมาลูบคลำอีก มันเป็นหยกเนื้อใส สลักเสลาด้วยฝีมืออันวิจิตรบรรจง เป็นลวดลายดอกไม้ นก หนู และสัตว์น้อยใหญ่ต่าง ๆ มีชีวิตชีวาเหมือนของจริงบัณฑิตชราจึงรักษาไว้อย่างดี ถือเป็นสมบัติอันประมาณค่ามิได้ น้อยคนนักที่จะได้ชมเป็นขวัญตา แม้แต่ลูกชายของบัณฑิตเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้อง ทั่วอำเภอไท่ซัง ทุกคนรู้ว่าบัณฑิตชรามีเข็มขัดหยกล้ำค่าอยู่สายหนึ่ง แต่น้อยคนนักที่เคยได้เห็น จึงเพิ่มความลึกลับพิศดารให้แก่เข็มขัดหยกเส้นนั้นยิ่งขึ้น จนกลายเป็นหัวข้อเรื่องสนทนาของชาวบ้านไม่ขาดปาก เมื่อโจษจันกันมาก ๆ ก็รู้ไปถึงหูนายอำเภอท้องที่เข้า นายอำเภอเป็นคนโลภ เมื่อได้ยินว่าบัณฑิตชรามีหยกล้ำค่า ก็นึกอยากช่วงชิงมาเป็นของตัว จะได้นำไปจิ้มก้องขุนนางใหญ่ในจังหวัด เพื่อเป็นเครื่องมือในการไต่เต้าสู่ตำแหน่งสูงต่อไป ดังนั้น วันหนึ่งนายอำเภอจึงได้ส่งลูกน้องชั่วร้ายไปยังบ้านบัณฑิตชรา เอ่ยขอเข็มขัดหยกเอาดื้อ ๆ แน่นอนมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะวิธีการอันป่าเถื่อนเช่นนั้น เมื่อส่งลูกน้องออกไปแล้วนายอำเภอก็นั่งยิ้มกริ่มอยู่กับบ้าน รอรับเข็มขัดหยกเส้นนั้น "ท่านนายอำเภอขอรับ' คนที่ถูกใช้ไปหน้าบึ้งกลับมารายงานอย่างหัวเสียว่า "กระผมไปทำตามที่ท่านสั่งแล้ว แต่มันบอกว่าอย่าว่าแต่นายอำเภอเลย ใครจะเอาก็ไม่ให้" นายอำเภอโมโหเดือดเป็นไฟ โดยคิดว่าบัณฑิตชราช่างเหยียดหยามตนดีนัก คอยดูเถอะจะจัดการเสียให้เข็ด เกิดเป็นเหตุบังเอิญขึ้นเหมือนจับวาง หลังจากนั้นไม่นาน เรือนจำอำเภอก็เกิดเหตุนักโทษแหกคุกหนีไปได้ ขณะที่นายอำเภอกำลังปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ก็ได้รับจดหมายสนเท่ห์ฉบับหนึ่ง เขียนมาบอกว่า บ้านของบัณฑิตชรามีนักโทษแหกคุกมาพักอาศัยอยู่ นายอำเภอผู้ใจเบาไม่ทันสอบสวนไตร่ตรองใด ๆ ทั้งสิ้น ส่งคนไปจับกุมตัวบัณฑิตชราทันที บัณฑิตชราปฏิเสธตลอดข้อหา เพราะถือว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่นายอำเภอยังแค้นใจเรื่องเข็มขัดหยกอยู่ไม่หาย จึงไม่สนใจว่าจะถูกผิดอย่างไร สั่งให้ลงโทษโบยตีและใส่ขื่อคาบัณฑิตชราทันที บัณฑิตชราทนความเจ็บปวดไม่ไหวจึงต้องยอมรับผิด นายอำเภอจึงพิพากษาโทษ แล้วส่งบัณฑิตชราเข้าคุกไป ชีวิตในคุกตะรางวันหนึ่งเนิ่นนานเหมือนหนึ่งปี บัณฑิตชราต้องได้รับความทุกข์แสนสาหัส ถูกเกณฑ์ออกไปทำงานหนักทุกวัน พอกลับมาถึงล้มตัวลงนอนก็หลับไปทันที คืนหนึ่งบัณฑิตชราฝันว่าปู่มาหาบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากราชเลขาฟั่นในเมืองหลวง เพราะท่านเป็นขุนนางตงฉิน มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม ซึ่งท่านสามารถจะพลิกคดีล้างความผิดให้ได้ ทั้งจะนำคนที่ส่งบัตรสนเท่ห์ใส่ร้ายมาลงโทษได้อีกด้วย เมื่อตื่นขึ้น บัณฑิตชราก็พยายามทบทวนและจดจำข้อความในความฝันไว้ เมื่อทางบ้านได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมบัณฑิตชราก็สั่งให้คนทางบ้านไปดำเนินการร้องทุกข์ โดยเล่าความเป็นไปทั้งหมดทั้งเรื่องเข็มขัดหยกให้ราชเลขาฟัง ภายในเวลาไม่นานต่อมา บัณฑิตชราก็ได้รับการปล่อยตัวนายอำเภอถูกถอดออกจากตำแหน่ง และด้วยความเสียใจอย่างแรง ทำให้วิกลจริตเดินร้องไห้ไปตามถนน บัณฑิตชราออกจากคุกกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นาน คนในตระกูลเดียวกันคนหนึ่ง ชื่อว่า หลินหู่ ก็เกิดมีอาการประหลาด โดยป่วยเป็นฝีขึ้นที่หน้าท้อง แรกทีเดียวก็เป็นเม็ดเล็ก ๆ ต่อไปก็ค่อย ๆ โตขึ้นแล้วแตกเน่าเฟะ ส่งกลิ่นเหม็นคาวน่าสะอิดสะเอียน จนไม่มีใครเข้าใกล้ บัณฑิตชราเห็นว่านายหลินหู่เป็นที่รังเกียจของใคร ๆ จึงไปเยี่ยมเยียนช่วยเหลือ ส่งอาหารไปให้ ให้หมอมารักษา แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ฝีลูกนั้นลุกลามเน่าเข้าไปจนถึงอวัยวะภายในท้องเกือบหมด หลินหู่รู้ตัวดีว่าจะตายแล้ว วันนั้นเขาร้องไห้ต่อหน้าบัณฑิตชรา และรับสารภาพด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งว่า "ผมขอโทษที่เคยทำร้ายท่าน ผมเองเป็นคนเขียนจดหมายสนเท่ห์ฉบับนั้น เพราะผมแค้นใจที่ครั้งหนึ่งเคยขโมยเงินของท่านแล้วถูกท่านแจ้งความจับไปขัง ผมหาโอกาสจะแก้แค้นท่านอยู่ตลอดเวลา บังเอิญได้โอกาสนักโทษแหกคุก โรคประหลาดที่เกิดกับผมคงเป็นการลงโทษแน่ ๆ …" สารภาพยังไม่ทันขาดคำ หลินหู่ก็ร้องโอดโอย แล้วสิ้นใจตายไป บัณฑิตชราก็ได้คิดว่า เงินทองของนอกกายล้วนเป็นชนวนให้เกิดความชั่วร้ายต่าง ๆ ไม่ควรที่จะยึดถือให้ความสำคัญแก่มันมากจนเกินไป ครั้งหนึ่งเมื่อเกิดยุคเข็ญข้าวยากหมากแพงในแถบนั้น บัณฑิตชราก็นำเข็มขัดหยกออกมาประมูลขายได้เงินเป็นจำนวนมาก และนำเงินจำนวนนั้นมาซื้อข้าวแจกชาวบ้านที่ยากจน เป็นบุญเป็นกุศล เป็นความสุขกว่าที่จะเก็บเข็ดขัดหยกเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด