บ า ป ก ร ร ม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ตอนที่ 16....พระคุณของแม่
เมื่อหนังสือภาษาอังกฤษในชุด "กฎแห่งกรรม" ซึ่งข้าพเจ้าได้พิมพ์เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์คล้ายวันเกิดของแม่อายุครบ 8 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2510 ผ่านไปไม่นานนัก ได้มีหลายท่านที่ได้อ่านคำปรารภในหน้าต้น มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เรื่อง "พระคุณของแม่" และต่างก็ขอร้องให้นำเรื่องนี้เข้าในชุด "กฎแห่งกรรม" อย่าให้เป็นแต่คำนำแล้วก็ผ่านไป เพราะพิมพ์ไม่มาก ยังมีผู้ไม่ได้อ่านอีกมากบางท่านก็จดหมายบอกมาว่า อ่านแล้วทำให้คิดถึงแม่จนน้ำตาไหล ข้าพเจ้าได้แต่เพียงรับฟังไว้ยังไม่ได้คิดอะไร ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ. 2511 ในเดือนธันวาคม อาจารย์เอื้องพันธุ์ คุ้มหล้า ได้แจ้งความประสงค์ว่าอยากจะขอคัด "พระคุณของแม่" เพื่อเข้าชุด "ธรรม" พิมพ์แจกเป็นวิทยาทาน ซึ่งอาจารย์เอื้องพันธุ์ คุ้มหล้า เคยจัดพิมพ์หนังสือธรรมหลายเรื่องที่เกิดประโยชน์ส่วนรวมเพื่อบริจาคทั่วไปเสมอ ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านได้ให้เกียรติแก่หนังสือชุดนี้ตลอดมา เมื่อได้ทราบข่าวเรื่องคนอกตัญญูในยุคนี้มีมากมาย บุตรที่ใจชั่วร้ายทั้งทำร้ายพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เป็นทารกจนเติบใหญ่ฆ่าฟันและยิงพ่อบังเกิดเกล้า มีสาเหตุเพียงให้เลื่อนจัดงานออกไปเท่านั้นก็โกรธ วิ่งไล่ยิงพ่อทั้งที่พ่อกลัวจนหนีอย่างลนลาย แต่ที่สุดลูกทรพีก็ได้สังหารชีวิตพ่อดับจนได้ เมื่อทราบตามข่าววิทยุและหนังสือพิมพ์แล้วก็เศร้าใจ เมื่อไม่นานมานี้ได้ยินท่านอาจารย์กิตติวุฑโฑ พูดทางวิทยุถึงเรื่องโยมผู้หนึ่งขาดการมาวัดหลายเวลา เพราะถูกลูกของตัวเองแสดงความอกตัญญูฟ้องศาลเรียกร้องมรดก ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเศร้าขาดความเคารพขาดความกตัญญู สร้างอนันตริยกรรมในยุคนี้มีมากมาย เพราะคนชั่วมากกว่าคนดีจนเห็นมีข่าวประจำวันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมาคิดพิจารณาดูการที่หลายท่านร้องให้นำคำปรารภ "พระคุณของแม่" เข้าในชุด "กฎแห่งกรรม" จึงนึกว่าคงจะเกิดประโยชน์บ้าง และในปี พ.ศ. 2512 นี้แม่ก็มีอายุครบ 98 ปีแล้ว ยากที่จะหาคนสมัยนี้อายุยืนยาวร่างกายยังแข็งแรง อีก 2 ปีก็จะครบร้อย เมื่อกลางปี พ.ศ. 2511 แม่ไปหัวหินพร้อมด้วย ลูก หลาน เหลน แม่ได้พยายามขึ้นไปถึงวัดบนเขาไกรลาส เพื่อนมัสการพระพุทธรูปในโบสถ์แม่มีความพอใจมาก ที่ตาของแม่ยังมองเห็นโบสถ์สวยงามได้ ครั้งหนึ่งแม่มีจิตศรัทธาอยากจะสร้างพระพุทธรูป 3 องค์ ทองคำ นากและเงิน โดยเอาของเก่ายุบหล่อเป็นองค์พระ แต่ในการหล่อพระเงินนั้นแม่ได้มีเงินเก่าแก่ เงินบาทกลมและเหรียญบาทในรัชกาลที่ 5 เป็นจำนวนมาก พวกหลาน ๆ จะบอกว่าเงินเก่า ๆ หายาก มีราคาควรเก็บไว้แล้วให้ซื้อเนื้อเงินหล่อแทน แต่ข้าพเจ้าก็ห้ามไว้ว่าอย่าไปขัดใจคนแก่ที่มีจิตศรัทธาแน่วแน่ แม้เงินเก่ามีค่าสูงก็จริง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความตั้งใจของแม่ ค่าก็ตกผิดกันไกล ที่สุดเหรียญบาท เหรียญกลมแม่ก็ได้นำไปให้ช่างหลอมออกมาเป็นองค์พระตามความประสงค์ พวกหลาย ๆ พากันเสียดายเงินเก่าหายาก แต่ข้าพเจ้าเห็นความสบายใจ ความศรัทธาของแม่ที่อุตส่าห์เก็บไว้นั้น บัดนี้เป็นองค์พระได้เห็นทันตา มีความปลื้มปีติสุขทางใจนั้นมีค่าสูงกว่าสิ่งใด ๆ จึงอยากจะยกเรื่อง "พระคุณของแม่" ขึ้นอยู่ในชุด "กฎแห่งกรรม" เพื่อจะให้อนุชนรุ่นหลังได้พิจารณาว่าคนเรามีความสุข ความสบายใจแล้ว อายุก็ยืนยาว คนใดที่โมโหยาก โกรธยาก ไม่รับความทุกข์ร้อน ไม่รับกังวลใจไว้ในความรู้สึก ผู้นั้นจะมีรูปร่างผิวพรรณอ่อนกว่าอายุจริงมาก ไม่ต้องไปเสริมสวยที่ไหน มันอยู่ที่ใจเรา ทุกข์มากกังวลมากแก่มาก ทุกข์น้อยแก่น้อยไม่ทุกข์ไม่กังวลใจแก่ยาก ความเศร้าหมองทุกข์กังวลใจทำให้สังขารเสื่อมโทรม ถ้าได้ใช้เวลาพิจารณาก็จะมองเห็นความจริงไม่ว่าชาติใดภาษาใด หากจิตใจมีแต่ความเศร้าหมองมีแต่ความกังวลเป็นทุกข์ร้อนสุมอยู่ในความรู้สึก มีแต่ความหวาดกลัวทำลายสุขภาพให้เสื่อมโทรม ยิ่งมีแต่ความอิจฉาริษยาไม่อยากเห็นคนอื่นดีกว่าตัว บุคคลพวกนี้เป็นผู้ฆ่าตัวเองทางอ้อม ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เอง ผู้นั้นจะต้องแก่เร็ว เป็นโรคเส้นประสาท และอายุก็ไม่ยืนยาวถาวร ผิดกับผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรกังวลเศร้าหมองแก่ช้าอายุยืน ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงนำมาแก้ไขเพิ่มเติมบางตอนให้เหมาะสมขอให้ท่านจงพิจารณาในเรื่อง "พระคุณแม่" ต่อไปนี้ เนื่องในปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) แม่มีอายุครบ 96 ปี ตามธรรมดาประเพณีของชาวไทยส่วนมาก พวกลูกหลานช่วยจัดงานการกุศลในทางพระพุทธศาสนาเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวที เราก็ได้จัดงานทำบุญเงียบ ๆ ไม่เอิกเกริกในหมู่ลูกหลานโดยเฉพาะภายในครอบครัว ไม่เหมือนบางงานท่านจัดเป็นงานใหญ่โตสนุกสนาน เชิญแขกมากมาย หลังจากงานผ่านไปแล้วสุขภาพของผู้ใหญ่ก็ทรุดโทรมลงเพราะอายุมากการทำคุณก็กลายเป็นโทษ แต่เรามีจุดประสงค์เพียงให้แม่มีความสุขสบายทางจิตใจเป็นข้อใหญ่ ไม่อยากให้แม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมากให้แม่รู้เห็นว่าลูกหลายคอยเอาใจใส่ มีความเคารพนับถือด้วยความจริงใจแม้แม่จะอยู่ในวัยชราก็ไม่มีใครทอดทิ้งให้ว้าเหว่ ลูกหลานคอยดูแลเอาใจ เพื่อสนองบุญคุณของท่านที่ได้เลี้ยงดูปกป้องคุ้มครอง เริ่มแต่เราเป็นทารกลืมตามองดูโลกก็เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนให้การศึกษาวิชาความรู้ เอาใจใส่รักใคร่เอ็นดูมาจนเติบโตพ่อแม่ต้องผ่านความลำบากไม่น้อย เช้าครูคล้ายวันเกิดของแม่ เช้านั้นข้าพเจ้าและลูกหลานในครอบครัว ได้จัดให้แม่ได้ใส่บาตรพระสงฆ์ สามเณร ถวายอาหารคาวหวานในจำนวน 100 รูป แม่ได้มีโอกาสใส่บาตรด้วยมือเองประมาณ 50 องค์ แล้วก็ปล่อยให้ลูกหลานใส่ต่อจนครบร้อยองค์ จุดที่พระเณรออกบิณฑบาตมากที่สุดก็คือ ที่ตำบลเสาชิงช้า หน้าวัดสุทัศน์ ตรงหน้าที่ทำการศาลาเทศบาลนคร กรุงเทพฯ จากนั้นพวกลูกหลานก็ช่วยกันออกเงินรวมจำนวนหนึ่งมอบให้แม่สุดแต่แม่จะนำไปทำอะไร แต่แม่บอกว่าจะขอนำเงินไปช่วยในกองการกุศลและสาธารณประโยชน์ เป็นความพอใจของแม่เอง ลูกหลานก็ปลื้มปีติ พาแม่นำไปบริจาคด้วยตนเองตามความประสงค์ เมื่อแม่ออกปากอยากไปไหนพวกลูกหลานก็พาไป ไม่มีใครขัดใจความสุขของแม่ก็คือความสบายใจของลูก เมื่อเห็นแม่มีความสุขสบายใจในบั้นปลายเมื่อวัยชราด้วยความเอาใจใส่ของลูกหลานแม่ได้มีโอกาสได้เห็นพวกลูกหลาน ๆ ต่างเติบโตได้รับการศึกษาดีบางคนก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ บางคนก็สำเร็จจากต่างประเทศกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน ทุกคนได้ถูกอบรมให้มีความประพฤติดีมีสัมมาอาชีวะอยู่ในศีลธรรม แม่ได้รู้ได้เห็นก็สบายใจในวันเกิด วันปีใหม่ วันสงกรานต์ แม่ก็อยู่ท่ามกลางห้อมล้อมของลูกหลานแหลนแม่ก็ให้ศีลให้พรทั่วหน้ากัน แต่ก็ยังห่วงหลานคนโน้นคนนี้ไปตามอารมณ์คนแก่ เพราะลูกหลานมีมากไม่ใช่ดีหมดทุกคน บางคนก็ใช้ไม่ได้ไม่รักดี ฉะนั้น ทางพระพุทธศาสนาสอนให้เราบูชาพระคุณของพ่อแม่ มีความกตัญญูกตเวทีให้นึกถึงพระคุณท่านที่ได้เลี้ยงเรามาตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ ยามเมื่อเราเด็ก ๆ ป่วยไข้ได้ยากลำบากพ่อแม่ก็พลอยป่วยทางจิตใจห่วงใยลำบากกับลูก ไม่มีความสบายใจไปด้วย เพราะเป็นทุกข์เป็นห่วง เมื่อไข้หนักของลูกแม่ต้องคอยพยาบาล อดหลับอดนอน เมื่อความร้อนขึ้นสูงด้วยพิษไข้ลูกไม่ได้สติ น้ำตาพ่อแม่ไหลด้วยความรักความสงสาร นึกหวาดกลัวลูกจะต้องจากอกไปตั้งแต่ยังเยาว์ อยากจะเจ็บป่วยแทนลูกหากเจ็บแทนกันได้ พ่อแม่เป็นห่วงรักลูกจนไม่เป็นอันกินอันนอน เมื่อเห็นลูกฟื้นได้สติเพราะพิษไข้ลด ความร้อนต่ำลงพ่อแม่ก็ดีอกดีใจความรักของพ่อแม่นั้น บริสุทธิ์สะอาดซาบซึ้งฝังลึกอยู่ในหัวใจยากที่จะมีผู้ใดรักลูกเท่าเทียมพ่อแม่ของตัวเองได้ แม่บางคนรักลูกยิ่งกว่าชีวิตของตน เคยมีตัวอย่างในอดีตมากมายแล้ว ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งข้าพเจ้ายังอยู่ในวัยเด็กได้รู้ได้เห็นเมื่อแม่ไปธุระที่ไหนเวลานาน ๆ กลางวันก็พอเล่นกับเพื่อนและพี่ ๆ น้อง ๆ เพลิน ๆ พอตกตอนเย็นแม่ยังไม่กลับทำให้จิตใจลูกว้าเหว่ คอยชะเง้ดมองดูทางถนนว่าเมื่อไหร่แม่จะกลับมาสักทีที่เล็กหน่อยก็ร้องไห้คิดถึงแม่ ลูกทุกคนมีจิตใจไม่สบายอยากเห็นหน้าแม่ในความรู้สึกของเด็ก ๆ ในสมัยนั้น เวลาเย็นค่ำเป็นเวลาที่ลูกคิดถึงแม่มากที่สุด อยากอยู่ใกล้แม่เพราะมีความอบอุ่นใจมีความสุข คอยบ่นว่าเมื่อไหร่แม่จะกลับบ้าน รู้สึกว่ามันนานแสนนาน จิตใจลูกไม่มีความสบาย คนอื่นหมื่นแสนจะผ่านไปก็ไม่สนใจ สนใจแต่แม่บังเกิดเกล้าคนเดียว บางครั้งก็คิดถึงแม่จนตาฝาดเห็นผู้อื่นเป็นแม่ เมื่อเข้ามาใกล้ไม่ใช่แม่ลูกก็เศร้าใจนี่เป็นความรู้สึกของเด็ก ๆ สมัยข้าพเจ้ายังเล็กพอจำความได้ เมื่อเห็นรถลากมาแต่ไกลจำได้แน่ว่าแม่นั่งมาในรถ พวกลูก ๆ กระโดดโลดเต้นดีอกดีใจ พอรถเจ๊กลากรถวางคานลงที่หน้าบ้านแม่ยังไม่ทันจะจ่ายอัฐให้ค่าลากรถ พวกลูก ๆ ก็วิ่งไปห้อมล้อมกอดหน้ากอดหลัง คนไหนเล็กหน่อยแม่ก็ยกขึ้นอุ้มไปจูบแก้มซ้ายขวาแสดงความรักอย่างดูดดื่มซาบซึ้งบริสุทธิ์จากใจแม่อันแสนรักพอแม่ยกกระจาดเข้ามาในบ้านแล้ว ลูก ๆ ก็นั่งล้อมวง แม่ก็หยิบของที่ซื้อฝากลูก ๆ ออกมาบางครั้งเป็นขนม แม่รู้ดีว่าลูกคนไหนชอบอะไร ก็ซื้อของมาฝากคนนั้น บางครั้งก็เห็นของเล่นตุ๊กตาชาววังตัวเล็ก ๆ นั่งเท้าแขนนุ่งผ้าลายของไทย ๆ เมื่อแม่ค้ากลับจากธุระจากสำเพ็ง แม่ต้องซื้อของมาฝากลูก แล้วแม่ก็จะพูดว่า "นี่แม่ซื้อมาฝากหนู เพราะแม่เห็นหนูชอบมาก โน่นแม่ซื้อมาฝากน้องๆ อย่าแย่งกัน พวกหนูคิดถึงแม่ไหม แม่คิดถึงหนูมาก" ที่โตหน่อยก็รีบไปจีบพลูเจียนหมากมาส่งให้แม่ ที่เล็กหน่อยก็เอาขันไปตักน้ำฝนมาให้แม่ดื่ม เมื่อแม่คายชานหมากออกจากปากพวกลูกก็แย่งกันแบมือขอชานหมาก แม่จะยอมให้ลูกคนโตเอาไปอม แต่แม่ไม่อยากให้ลูกกินหมากตั้งแต่เด็ก ๆ กลัวหน้าจะแก่เร็ว แล้วแม่ก็มานั่งคุยให้ลูก ๆ ฟังอย่างมีความสุข ข้าพเจ้าคิดถึงชีวิตเก่า ๆ รู้สึกมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พ่อแม่ บางครั้งก็น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว ฉะนั้น ความกตัญญูกตเวทีเคารพบูชาคุณของพ่อแม่นั้น คนสมัยก่อนไม่ต้องสั่งสอน นอกจากมนุษย์ที่มีจิตใจผิดปรกติเท่านั้น เพราะกตัญญูมีความรู้สึกเกิดอยู่ในสายเลือดตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะพ่อแม่ทำตัวอย่างที่ดีให้เห็นแต่เล็ก ๆ จนโตจนชินหูชินตาฝังเข้าไปในจิตใจ จึงเป็นลูกโซ่ติดต่อกันมาแต่โบราณ แม่เกิดในกรุงเทพฯ เป็นลูกคนสุดท้องของคุณตาสีและคุณยายจันทร์ มีพี่สาวเรียงกัน 3 คน มีพี่ชายคั่นหนึ่งคน แล้วแม่เป็นคนสุดท้อง เมื่อข้าพเจ้าเกิดคุณตาสีได้จากโลกนี้ไปก่อนแล้วคงเหลือแต่คุณยาย พี่ๆ ของแม่อยากจะให้คุณยายไปอยู่ด้วยในวัยชราแสดงถึงความกตัญญู แต่คุณยายไม่ชอบอยู่บ้านนอกคุณยายจึงชอบมาอยู่กับแม่ซึ่งเป็นคนสุดท้องในกรุงเทพฯ ลุงเป็นลูกผู้ชายคนเดียวของยาย ยายจึงไปมาระหว่างลูกชายกับลูกสาวคนสุดท้อง พวกลูก ๆ พี่ของแม่ผลัดกันนำของกินของใช้และผลไม้มาเยี่ยมคุณยายและแม่เสมอ แม้ภายหลังคุณยายได้จากโลกนี้ไปแล้ว พวกพี่ๆ ของแม่ก็ไปมาหาสู่ไม่ขาด และแม่ก็พาข้าพเจ้าไปเยี่ยมป้าเยี่ยมลุงที่บ้านนอก ข้าพเจ้ายังจำได้ แม่เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที เคารพบูชาคุณยายมาก ยกย่องคุณยายเหมือนพระคุณยายจันทร์เป็นคนใจบุญถือศีล ท่านใจดีกับหลาน ๆ มาก แม่ได้จัดสำรับกับข้าวให้คุณยายเป็นพิเศษ คุณยายจะได้กินข้าปากหม้อทุกครั้ง ผลไม้ออกใหม่ ๆ เช่น ทุเรียน หรือผลไม้อื่น ๆ หรือของที่คุณยายชอบจะแพงเท่าใดแม่ก็ต้องซื้อให้คุณยายกินก่อน ส่วนพวกลูก ๆ จะต้องกินภายหลัง แม่ถือว่าคุณยายเหมือนพระที่เคารพบูชา ทุกครั้งเวลากินข้าวอิ่มแล้ว คุณยายจะยกมือขึ้นจบแล้วก็พูดขึ้นว่า "ขอให้พวกเจ้าลูกหลานทั้งหลาย จงมีอายุมั่นขวัญยืนมีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปเถิดลูก ที่เจ้าได้บริจาคข้าวเมล็ดเกลือก้อนที่ลูกได้เลี้ยงชีวิตแม่อยู่ทุกวันนี้ ได้แสดงถึงเจ้ามีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ เจ้าจะไม่ตกต่ำ ขอให้เจ้าจงเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นชั่วลูกหลานตลอดไป" เห็นจะเป็นด้วยเหตุนี้แม่จึงไม่เคยทุกข์ยากลำบากตลอดมา ถึงปัจจุบันนี้ทำให้คิดว่าคุณยายคงปฏิบัติต่อคุณทวดเช่นกัน ข้าพเจ้าเป็นเด็ก แต่ข้าพเจ้าจำคำพูดของคุณยายได้ดี เพราะคุณยายพูดซ้ำ ๆ กันทุกวันทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น หลังจากอิ่มข้าวล้างมือก่อนที่จะลุกขึ้นจากสำรับ ข้าพเจ้าจำได้ตลอดทั้งท่าทางกิริยาของคุณยาย บางครั้งเราก็รู้สึกน้อยใจตามภาษาเด็ก ๆ ที่ไม่เดียงสาว่า แม่รักคุณยายมากกว่าพวกเราเป็นลูก คิดอิจฉาคุณยาย เพราะของที่ซื้อมาให้คุณยาย พวกลูกจะแตะต้องไม่ได้ ต้องให้คุณยายกินก่อน แม่บอกว่า "พวกลูกกินภายหลังคุณยายจะมีอายุยืนเหมือนคุณยาย" จากนั้นเราก็แย่งกันกินข้าวที่เหลือจากในชามโคมของคุณยาย บางครั้งในชามข้าวที่เหลือเปื้อนน้ำหมากของคุณยายเราก็ไม่รังเกียจ เพราะต้องการมีอายุยืน คุณยายมีกิจประจำอยู่อย่างหนึ่งตลอดชีวิตของท่าน คือ ตื่นแต่ตีสี่แล้วก็เริ่มสวดมนต์และต่อด้วยขุมนุมเทวดาเสวยอายุตลอดเวลานานประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะจบ และท่านได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ยังจำได้ว่าตอนท่านตื่นแต่ตีสี่สวดมนต์เสร็จแล้วก็เข้าไปนอน แล้วท่านก็หลับไปไม่ตื่นมาอีกเลย เวลาท่านจากโลกนี้ไปอายุ 100 ปีพอดี แม่ได้จัดการปลงศพคุณยายสมกับความกตัญญูกตเวที และให้ข้าพเจ้าและลูกของลุงของป้าบวชเณรหน้าไฟ 7 วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คุณยาย นี่เป็นเรื่องของคุณยายสมัยก่อนที่น่าเศร้าใจที่วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทยกำลังจะสูญไปทุกทีหากเราไม่ช่วยกันรักษาไว้ ขอฝากข้อคิดว่าเราทุกคนมุ่งหวังให้ลูกหลานเราเป็นคนดีในอนาคต เราจะต้องเป็นคนดีก่อนเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เห็นตัวอย่างที่ดี เริ่มแต่เด็กกำลังจะพูดหัดสอนให้เด็กพูดแต่คำดี ๆ สุภาพ จงระวังผู้ใหญ่อย่าถกเถียงใช้อารมณ์ ไม่ระวังกล่าวคำหยาบคายต่อหน้าเด็กให้เด็กเห็นได้ยิน ถ้าเด็กจำเอาคำหยาบ ๆ มาพูด จงทำท่าทางให้เด็กรู้ว่าผู้ใหญ่ไม่ชอบ เมื่อเด็กโตพอเวลาจะทำบุญใส่บาตรก็ให้เด็กมีโอกาสช่วยหยิบฉวยสิ่งของใส่บาตรบ้าง เด็กก็จะภูมิใจที่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ ข้าพเจ้าเคยเห็นสมัยก่อนในงานภูเขาทองก็ดี งานวัดสามปลื้มก็ดี จะเห็นผู้ใหญ่แลกเศษสตางค์ไว้ แล้วให้เด็กเล็ก ๆ นำไปแจกแก่พวกแม่ชีด้วยมือของเด็กเอง และนำไปวางที่ผ้าแดงที่แม่ชีปูไว้ตรงหน้า แต่ไม่ยอมให้เด็กนำไปให้ขอทานที่เป็นโรคเห็นจะเป็นเพราะกลัวจะติดเชื้อโรค เป็นการฝึกสอนจิตใจแก่เด็ก ๆ ให้รู้จักเสียสละเกิดกุศลแต่เด็ก ๆ มาบัดนี้แม่ได้มีอายุครบ 96 ปี ความทรงจำยังดี และยังเคยเล่าเรื่องเก่า ๆ ให้หลานเหลนฟัง ข้าพเจ้าได้พิมพ์หนังสือในชุด "กฎแห่งกรรม" เป็นภาษาอังกฤษเพื่อเป็นอนุสรณ์ แจกในต่างประเทศ ซึ่งข้าพเจ้าเคยพิมพ์แจกไปแล้ว เมื่อแม่อายุครบ 90 ปี เมื่อ พ.ศ. 2504 และต่อมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2507 หนังสือชุด "กฎแห่งกรรม" ภาษาอังกฤษได้จัดพิมพ์ขึ้นในครั้งนั้น ได้มีผู้สนใจขอมามากจนไม่มีเหลือ แต่ก็ยังมีชาวต่างประเทศขอมาเสมอ ฉะนั้น ข้าพเจ้าได้จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ในครั้งนี้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์ แม่มีอายุครบ 96 ปี ซึ่งเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีของเราชาวไทยที่ได้เลี้ยงดูพ่อแม่ในวัยชราให้ท่านมีความสุข ซึ่งได้มีมาแต่โบราณซึ่งเป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม ทำให้เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว ทำให้พ่อแม่เมื่อวัยชรามีความหมายที่ลูกหลานไม่ทอดทิ้งให้ว้าเหว่ที่ต้องเผชิญอยู่ตามยถากรรมแต่ลำพังกลับมีชีวิตชีวาที่ห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานชายหญิงที่เอาอกเอาใจคอยดูแลไม่ให้กระทบกระเทือนทางจิตใจเอาใจใส่ในความทุกข์สุขของผู้มีพระคุณ นี่เป็นมหากุศลอันหนึ่งที่เราสามารถจะทำได้ และจะเป็นบารมีอันสูงส่ง ทำให้เกิดความปีติทางจิตใจที่เราได้สนองพระคุณท่านด้วยความกตัญญูกตเวทีดีกว่าทำบุญเอาหน้าแล้วปล่อยให้พ่อแม่ได้รับความลำบาก เมื่อเราสามารถจะเลี้ยงดูให้ท่านมีความสุขได้ หากผู้ใดทำให้พ่อแม่น้ำตาตกย่อมบาปหนัก ทั้งตัวก็ต้องน้ำตาตก เพราะกรรมตามสนองที่เราทำกับพ่อแม่ ลูกก็จะทำเราเมื่อวัยชราเช่นกัน ขอให้ท่านผู้อยู่ในพระพุทธศาสนาทั้งหลายจงใช้สติปัญญาพิจารณาดูให้ถี่ถ้วน หากบิดามารดาของท่านหรือผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ เราจงแสดงความกตัญญูกตเวทีบำเรอให้ท่านมีความสุขความสบายทั้งใจและกายเท่าที่เราสามารถจะปฏิบัติให้ท่านได้ ก็จะเป็นการปฏิบัติตามหลักสำคัญข้อหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา อย่ารอจนเมื่อท่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว จึงทำบุญทำทานแผ่กุศลไปให้ท่านในภายหลัง เมื่อท่านมีชีวิตอยู่ไม่ค่อยสนใจเมื่อตายแล้วจึงคิดได้ ขอให้ปฏิบัติเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะได้รับรู้ความกตัญญูกตเวทีของเรา ข้าพเจ้าอยากจะใช้คำว่า "บุญสด"หากไม่ขัดหูท่านผู้อ่านข้าพเจ้าคิดว่า "บุญสด" นี้ได้ผลด้วยตาเห็นเพราะมีความรู้สึกทั้งผู้ให้และผู้รับ เมื่อผู้ใหญ่ได้รู้ได้เห็นลูกหลานแสดงความกตัญญูกตเวทีก็ปลาบปลื้มปีติยินดี ส่วนลูกหลานเมื่อผู้ใหญ่มีความสุขสบายทั้งกายและใจเกิดความปีติยินดีเช่นกัน พรใดที่ออกจากปากจากใจผู้ใหญ่ที่มีศีลมีสัตย์ มีจิตบริสุทธิ์ตามความตั้งใจเกิพลังอำนาจจิตย่อมศักดิ์สิทธิ์ และผู้รับพรก็มีจิตใจบริสุทธิ์เกิดปีติยินดี ก็จะเกิดผลเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลานผู้มีความกตัญญูรู้ถึงพระคุณท่านปฏิบัติท่านที่ควรแก่การเคารพบูชา รู้ถึงไหนก็มีคนย่องย่องสรรเสริญในคุณงามความดี มีผู้อยากคบหาเพราะมีแต่จะชักนำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตน ผิดกับคบหาผู้ที่อกตัญญูไม่รู้พระคุณของพ่อแม่ ใครคบหาก็จะพบแต่ความอัปมงคล หากมีผู้รู้ประวัติแล้วจะหาผู้คบอย่างสนิทสนมได้ยากเพราะกลัวจะเป็นภัยอันร้ายแรง ผู้ประกอบกรรมดีย่อมจะประกอบสิ่งที่เป็นมงคล 5 ประการ ที่จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง 1.การให้ความเคารพนับถือบิดามารดาผู้มีพระคุณเมื่อท่านมีชีวิตจะทะนุบำรุงท่าน เมื่อวัยชราให้ท่านมีความสุขทั้งใจและกาย เมื่อท่านจากโลกนี้ไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านตามประเพณี 2.ทะนุบำรุงครอบครัว มีภรรยาและบุตรเป็นต้น ให้ความสุขและให้มีการศึกษาแก่บุตรตามหน้าที่บิดาที่สามารถจะทำได้ แต่อย่าหวังสิ่งตอบแทนจะเกิดทุกข์ 3.มีสัมมาอาชีวะในสิ่งที่สุจริตอยู่ในขอบเขตของกฎหมายเป็นพลเมืองดี 4.จงถือหลักธรรมะปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมที่ดีงาม หาทางที่จะประกอบการกุศล เพื่อช่วยกันทะนุบำรุงรักษาพระศาสนาให้ถาวร อบรมให้บุตรหลานปฏิบัติสืบเนื่องต่อ ๆ กันไป 5.จงมีความมั่นคงในความรักชาติและศาสนา พระมหากษัตริย์ เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ยอมพลีชีวิตเพื่อช่วยกันรักษาชาติไทยและศาสนา ทั้งพระมหากษัตริยที่รักยิ่งให้ยั่งยืนถาวรเพื่อไว้ให้อนุชนรุ่นหลังรับช่วงตลอดไป ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านกรุณาอ่านเรื่องนี้ตลอดมา และคิดว่าคงจะมีสาระแก่ท่านไม่มากก็น้อย ขอให้ความเป็นมงคลอันประเสริฐจงมีแก่ทุกท่านทั่วไป