ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏตัวตรัสเป็นกลอนความว่า
มณีวาว เดิมสถิต บนสวรรค์
เกิดพลาดพลั้ง สู่ดินดาล เคล้าโคลนตม
ครั้นเห็นแจ้ง ปลงสังขาร ละโสมม
ปัญญาข่ม จิตเปี่ยมท้น สัจธรรม
อรหันต์จี้กง
: เจ้าหยางเซิง เตรียมตัวท่องเมืองนรกได้
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ วันนี้กระผมได้ไปเมืองเจียงฮ่วยและเพิ่งกลับมา
รู้สึกอ่อนเพลีย ใคร่จะขอนอนพัก กระว่าวันหลังค่อยไปนะครับ
!
อรหันต์จี้กง : เจ้านะเกียจคร้านมาก
ผู้บำเพ็ญธรรมเมื่อตรากตรำลมฟ้าเพียงเล็กน้อยก็เกิดความท้อ
แล้วจะหวังบรรลุธรรมได้อย่างไร ?
หยางเซิง : กระผมต้องขอกราบประทานอภัยจากท่านอาจารย์ด้วย
กระผมจะเร่งปรุงสติตามท่านอาจารย์ไป
อรหันต์จี้กง : รีบขึ้นบนดอกบัว อย่าเปิดตา
เอาละ ลืมตาได้ลงจากดอกบัวได้แล้ว
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ วันนี้ไฉนจึงพาผมมาทางนี้
ตรงข้างหน้ามีบ่อน้ำบ่อใหญ่บ่อหนึ่ง น้ำในบ่อใสสะอาด ไร้คลื่นลมเป็นสีฟ้า
และมีตัวหนังสือ ปรากฏความว่า "สระน้ำสบายใจ"
อรหันต์จี้กง : วันก่อนท่องนรก เนื่องจากเจ้าเป็นปุถุชนธรรมดานัยน์ตาสามัญชนจึงมองเห็นสรรพสิ่งได้น้อยมาก
วันนี้อาตมาพาเจ้ามายังที่นี้ ต้องการให้เจ้าลงไปในสระน้ำ
เพื่อชะล้างสิ่งราคีทำให้ตาสามัญชนกลายเป็นทิพยเนตร จึงสามารถมองทะลุปรุโปร่งในแดนนรก
หยางเซิง : กระผมว่าน้ำในสระใสเย็นจัดมาก
และเวลานี้ก็เป็นฤดูใบไม้ร่วง กระผมกลัวความเย็นเกรงจะเป็นหวัด
ไม่กล้าลงอาบ
อรหันต์จี้กง " ท่องนรกแต่กลัวหนาว
! ผลักให้เจ้าลงไปเลย
หยางเซิง : ช่วยด้วย !!!! กระผมว่ายน้ำไม่เป็น
อาจารย์ท่านทำให้คนตายแล้ว ! โอย
อรหันต์จี้กง : ให้เจ้าลงไปแช่สัก 2-3
นาที เพื่อกระตุ้นให้ตื่นขึ้น
นายพลคุมสระ : นมัสการท่านอาจารย์ กระผมขอต้อนรับพระคุณท่าน
เมื่อครู่นี้ท่านอาจารย์ผลักปุถุชนผู้หนึ่งลงไปในสระ มิทราบว่าท่านมีความประสงค์อันใด
?
อรหันต์จี้กง : ท่านนายพลหารู้ไม่ว่า
ชาวโลกทุกวันนี้ล้วนเมามายลุ่มหลง ราคีเต็มกาย สูญสิ้นไปซึ่งวิญญาณอันผ่องใสปราดเปรื่องแห่งนิสัยดั้งเดิม
วันนี้อาตมาผลักปุถุชนผู้นี้ลงไปในสระน้ำ ความหมายก็คือชำระล้างราคีที่เปรอะเปื้อน
"มุณีจินดา" เพื่อให้แสงที่เจิดจ้าจรัสขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
นายพลคุมสระ : เช่นนั้นแล้ว กระผมจะรีบช่วยกู้เขาขึ้นมาโดยด่วนมิฉะนั้นหากนานเกินควรอาจช่วยไม่ทัน
อรหันต์จี้กง : เร็วเข้า ! หากว่าจมลงก้นสระก็จะเกิดความยุ่งยากมาก
นายพลคุมสระ : ช่วยขึ้นมาแล้วครับ แต่เขาได้หยุดการหายใจไปแล้วมิทราบว่าท่านจะช่วยเหลือแก้ไขได้ประการใด
?
อรหันต์จี้กง : เรื่องเล็ก เมื่อชะล้างราคีแล้ว
ก็ย่อมจะฟื้นคืนชีพได้
อาตมาจะใช้พัดโบกเพียงครั้งเดียวก็จะฟื้นคืนชีพมาทันทีดูอาตมาแสดงอภินิหาร
.
นายพลคุมสระ : ลืมตาทั้งสองข้างแล้ว
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ไฉนจึงผลักกระผมลงไปในสระ
?
อรหันต์จี้กง : ชาวโลกล้วนแต่ติดนิสัยชอบให้ผลักดัน
เออ
. กรุณามากแล้วนะ เหตุผลของเจ้ายังมีอีกมากมายก่ายกอง
แต่อาตมาไม่มีอารมณ์ในเรื่องนี้ จึงจำเป็นต้องทำเช่นนั้น
หยางเซิง : ขอขอบพระคุณต่อคำสั่งสอนของท่านอาจารย์
เวลานี้กระผมมีความรู้สึกสดชื่นสบายทั่วร่างกาย ผู้ที่แต่งกายแบบนายพลคือผู้ใด
?
อรหันต์จี้กง : ท่านผู้นี้คือนายพลผู้คุมสระ
มีหน้าที่ดูแลรักษาสระน้ำนี้ ผู้ที่มิได้รับคำสั่งจะลงไปอาบไม่ได้
สระน้ำนี้คือบ่อน้ำทิพย์ นอกจากเทวดาสามแดนลงสรงได้แล้ว บุคคลอื่นๆ
ล้วนห้ามลงอาบ วันนี้เจ้ามีบุญแล้วละ
นายพลคุมสระ : วันนี้ท่านอาจารย์ปุถุชนผู้นี้มายังที่นี้ มิทราบว่ามีธุระปะปังประการใด
?
อรหันต์จี้กง : เพราะเหตุว่าเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
ในเมืองไถ่ตง แห่งโลกมนุษย์ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือเรื่อง
"เที่ยวเมืองนรก" ให้ฉันพาหยางเซิงผู้นี้มาท่องยมโลก
เพราะเหตุยังไม่สิ้นกลิ่นไอแห่งปุถุชนยากแก่การมองทะลุปรุโปร่งในเมืองนรก
ก็เลยพามาชะล้างนัยน์ตาในสระน้ำสบายใจ เพื่อที่สะดวกในการท่องชม
นายพลคุมสระ : ขอประทานโทษ ! ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง
อรหันต์จี้กง : เวลาไม่คอยท่า เราศิษย์อาจารย์จะรีบไปท่องเมืองนรก
ลาก่อนท่านนายพล เจ้า หยางเซิงรีบขึ้นบนดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ขณะนี้เราไปทางใดครับ ท่านอาจารย์
?
อรหันต์จี้กง : ไม่ต้องถาม เมื่อถึงที่แล้วจะรู้เอง รีบปิดตาทั้งสองข้าง
..ลืมตาได้
ลงจากดอกบัวได้
หยางเซิง : ถนนสายนี้ทำไมไม่ราดยางมะตอย พายุทรายฟุ้งเต็มท้องฟ้า
ทำให้เดินกะโผลกกะเผลก
อรหันต์จี้กง : นี่แหละคือ แดนต่อแดนระหว่างมนุษย์กับผี
หยางเซิง : โอ้โฮ !! ทางโน้นมีคนมาเยอะแยะ
ล้วนแต่ร้องห่มร้องไห้กะจองอแง !
อรหันต์จี้กง : นั่นคือวิญญาณของคนที่ตายแล้ว
พึ่งมาถึงเมืองนรก
หยางเซิง : ข้างหน้ามีหอสูง มีตัวอักษรว่า
"แดนต่อแดนระหว่างมนุษยโลกกับยมโลก" ที่นี่เป็นแห่งหนตำบลใด
?
อรหันต์จี้กง : นี่แหละคือ แดนต่อแดนแห่งมนุษยโลกกับยมโลก
หยางเซิง : ข้างหน้ามีตึกแถวสองตึก
เราไปเยี่ยมชมกันเถิด
อรหันต์จี้กง : ได้ รีบไปกัน
หยางเซิง : ตึกเหล่านี้ล้วนเขียนว่า
"กรมทะเบียน" แบ่งเป็นแผนกที่ 1 ที่ 2 ประมาณสิบกว่าห้อง
อรหันต์จี้กง : เราไปสังสรรค์เยี่ยมชมเถิด
อธิบดีกรมทะเบียน : ขอต้อนรับท่านอาจารย์กับคุณหยางเซิงผูทรงเอก
แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง จากเมืองไถ่ตงที่มาเยี่ยมเยือนในวันที่
15 เดือน 8 ได้รับพระบรมราชโองการจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่
ทราบว่าสำนักท่านจะแต่งหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก"
และจะมาสำรวจเที่ยวชมราบละเอียด
อรหันต์จี้กง : เพราะเวลาหมดลงแล้ว วันอื่นค่อยมาเยี่ยมชมกันใหม่
อธิบดีกรมทะเบียน : ได้ครับ เชิญขอรับ
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิง เราเตรียมกลับสำนักเถิด
ออกไปขึ้นดอกบัว ปิดตาทั้งสองข้าง
หยางเซิง : ขอรับ กระผม
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม