ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอน
ความว่า :
พุทธนที ไร้คลื่น ผงธุลี
ตัดราคี ทางสวรรค์ ที่จิตไซร้
วันเวลา ดั่งจรวด เคลื่อนผ่านไป
วุ่นวายใจ หกทางเกิด แสนอนาถหนอ
อรหันต์จี้กง : เตรียมตัวไปท่องนรกกันเถอะ
หยางเซิง : ขอรับบัญชา กระผมขึ้นนั่งบนดอกบัวและได้ปิดตาแล้ว
อรหันต์จี้กง : เริ่มเดินทางได้
เอาละ
ลงจากดอกบัวเถิด
หยางเซิง : ไฉนทางนี้จึงมีฝูงชนเดินกันขวักไขว่ล้วนเป็นชาวโลกพวกเขาที่นี้เพื่อการใด
?
อรหันต์จี้กง : ที่นี้คือ แดนติดต่อระหว่างมนุษยโลกกับยมโลกชนเหล่านี้ล้วนเป็นวิญญาณหลุดลอยมา
กำลังจะไปรายงานตัวต่อยมโลก อย่าถามอะไรให้มากเรื่องเลย อาตมาจะพาเจ้าไปกรมทะเบียน
เพื่อเยี่ยมคำนับเจ้าพนักงานทะเบียน (อธิบดี) เจ้ามีปัญหาสงสัยอันใดก็ถามไปเลย
โดยไม่ต้องเกรงใจ
อธิบดีกรมทะเบียน : ขอน้อมต้อนรับท่านอาจารย์กับคุณหยางเซิงเชิญข้างใน
วันก่อนนี้บกพร่องในการต้อนรับ ต้องขอประทานอภัยด้วย เชิญนั่งขอรับ
เนื่องจากวันก่อนนั้นเวลาจำกัด จึงไม่สามารถแจ้งหน้าที่การงานหอนี้ให้ทราบได้
มิทราบว่าท่านหยางเซิงจะมีปัญหาข้อสงสัยอันใด ?
หยางเซิง : ขอทราบว่า "แดนต่อแดนมนุษยโลกกับยมโลก"
เป็นสถานที่เช่นใด ?
อธิบดีกรมทะเบียน : "แดนต่อแดนมนุษยโลกกับยมโลก"
คือสถานที่ที่ตั้งอยู่ระหว่างกลางของมนุษยโลกกับยมโลก แต่ค่อนข้างจะใกล้เขตยมโลก
เมื่อผู้คนในมนุษยโลกตายลง จะต้องผ่านเข้ามาทางนั้นแจ้งต่อกรมทะเบียน
เพื่อเปลี่ยนแปลงทะเบียนจากมนุษยโลกเข้าไว้ที่นี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
ผู้ที่ได้สร้างบุญกุศลเทพนำพาเข้าไปเยี่ยมชมเมืองนรกหากเป็นไร้บุญกุศลก็มีภูตผี
"ขาวดำ" สองคนคุมตัวส่งเข้าไปในประตูผี มอบให้ขุมที่หนึ่งชำระโทษต่อไป
หยางเซิง : คนในมนุษยโลกที่แท้
มีทะเบียนบ้านกี่แห่ง ?
อธิบดีกรมทะเบียน : คนๆ หนึ่งมีสามทะเบียน
"ทะเบียนเดิม" อยู่บนสวรรค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมถือปฏิสนธิแห่งวิญญาณเดิมนับว่าเป็นทะเบียนแท้
"ทะเบียนฝาก" ปรากฏอยู่ในมนุษยโลก "ทะเบียนแยก"
เก็บไว้ในแดนนรก ฉะนั้น เมื่อคนตายลงแล้วผู้ที่ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้บุญกุศลก็ถือว่าสู่นรก
จึงไม่ใช่เรื่องขึ้นสวรรค์แดนนรกนั้นก็คือคุกตารางของมมนุษยโลก
เป็นสถานที่ลงโทษทัณฑ์ผู้มีความผิด ซึ่งมิใช่บ้านเดิมของชาวโลก
เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้คนต้องประพฤติธรรมบำเพ็ญศีล เพื่อมุ่งที่จะกลับคืนสู่สวรรค์บ้านเมืองเดิมของตน
หยางเซิง : คนในเมืองมนุษย์ตายลงมมักจะเห็นว่าลูกหลานของผู้ตายเผากระดาษเงินกระดาษทองที่ปลายเท้าผู้ตาย
เผากระดาษปลายเท้าและจุดตะเกียงปลายเท้า มีความหมายประการใด
?
อธิบดีกรมทะเบียน : เมื่อวิญญาณของผู้คนหลุดพ้นออกจากร่างกาย
ในขณะนั้นคล้ายกับละเมอเพ้อฝัน เวิ้งว้างหวิวหวือ ไม่สามารถประคองตนเอง
แม้ว่าจะมียมทูตนำทาง แต่ทายาททางแดนมนุษย์เกรงว่าบรรพบุรุษจะลำบากในการท่องเดินทางที่มือมนในยมโลก
จึงได้เผากระดาษเงินกระดาษทอง เพื่อเป็นค่าเบิกทาง จุดตะเกียงส่องแสงเพื่อให้เดินได้สะดวก
นับได้ว่ามีความกตัญญูน่าสรรเสริญมากและมีความคิดที่รอบคอบแต่ทางนรกไม่ต้องการค่าผ่านทาง
จึงผ่านไปได้เอง หากว่าตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนใจดำอำมหิต เพียงจะอาศัยตะเกียงดวงสองดวงก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้
หยางเซิง : ปัจจุบันวิทยาศาสตร์เจริญมาก
ระดับการครองชีพก็สูงขึ้น บางรายเมื่อบรรพบุรุษตายลงลูกหลานก็ใช้กระดาษตบแต่งก่อเป็นตึกรามบ้านช่อง
หรือทำเป็นทีวีสี พัดลม รถเก๋ง โซฟาร์ เตียงสปริงต่างๆ ล้วนเป็นอุปกรณ์ชั้นสูง
เพื่อมอบให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับนำไปใช้สอย มิทราบว่าของเหล่านี้นำไปใช้ในแดนนรกได้หรือไม่
?
อธิบดีกรมทะเบียน : ความคิดของเมืองมนุษย์โง่เง่าสิ้นดี
ไร้เดียงสาเสียจริงๆ ระหว่างที่มีชีวิตอยู่ยังมิได้มีใบอนุญาตขับขี่
เมื่อมาเมืองนรกซึ่งมีถนนหนทางคับแคบ แม้จะใช้เดินก็ยังยาก
หากจะขับรถก็คงเกิดอุบัติเหตุแน่ และเมืองนรกก็ไม่มีปั๊มน้ำมันดังนั้นรถเก๋งในที่นี้จึงไม่เหมาะที่จะใช้
พูดถึงพัดลม เตียงสปริงอื่นๆ ทางที่ดีที่สุดคือ ใช้ในเมืองมนุษย์
ทางนรกได้เตรียมเตียงไม้ไว้คอยต้อนรับพวกวิญญาณบาปอยู่แล้ว
สามารถรักษาตัวให้ปลอดภัยก็ยากนักหนาอยู่แล้ว ยังคิดจะเสพสุขด้วยหรือ
? ผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญลุ่มหลงมัวเมา พอหลุดเข้ามายมโลกต้องตกเข้าไปในคุกนรก
จะสะดวกสบายได้อย่างไร ? ชาวโลกจะเพ้อฝันเกินไปเสียแล้ว
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ
ท่านนำกระผมท่องนรกในวันก่อนครั้งแรกได้พบเห็น "ภูเขาขั้วหัวใจ"
ไฉนวันนี้ก็เป็น แดนต่อแดนระหว่างมนุษยโลกกับยมโลก ทำให้กระผมรู้สึกสับสนงงงัน
!
อรหันต์จี้กง : เจ้าตามข้าฯไป
ข้าฯจะอธิบายชี้แจงให้เจ้าเข้าใจท่านอธิบดีฯ เราศิษย์-อาจารย์
ขอลาก่อน
อธิบดีกรมทะเบียน
: หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ขอได้โปรดประทานอภัยด้วย
อรหันต์จี้กง : ไม่ต้องเกรงใจ
หยางเซิง : ขอขอบพระคุณทท่านอธิบดีฯ
มาก ที่ได้ชี้แจงอธิบายเราสองคนขอลาก่อน ท่านอาจารย์ครับ เมื่อกี้ท่านว่าจะเล่าเรื่อง
"ภูเขาขั้วหัวใจ" กับ "แดนต่อแดนมนุษย์กับยมโลก"
ขอได้เร่งเล่าให้ทราบด้วย
อรหันต์จี้กง : ที่นี่แหละคือสถานที่พาเจ้ามาเมื่อวันวาน
หยางเซิง
: โอ!! อักษร "ภูเขาขั้วหัวใจ" เจิดจ้าอยู่ตรงหน้าสภาพของแดนต่อมนุษย์-ยมโลกหายไปในทันใดเสียแล้ว
อรหันต์จี้กง : "ภูเขาขั้วหัวใจ"
ก็คือ แดนต่อแดน ถ้าหากผู้คนก่อกรรมทำเข็ญ เมื่อสิ้นลมถูกทูตผี
"ขาวดำ" สองตนคุมตัวมายังที่นี้ เพราะวิญญาณเดิมไม่สะอาดหมดจด
เมื่อพบแสงอันเจิดจ้าบนยอดเขานัยน์ตาเบิกยาก ก็จะพลัดร่างตกลงไปในถ้ำลึกไม่มีที่สิ้นสุด
ที่อยู่ข้าง "ภูเขาขั้วหัวใจ" ถ้ำนี้ทะลุไปยัง "แดนต่อแดนมนุษยโลกกับยมโลก"
หากว่าผู้บำเพ็ญธรรมสร้างบุญกุศลมหาศาล เมื่อสำเร็จในการบำเพ็ญแล้ว
ดวงวิญญาณผ่านมาทางนี้บนภูเขาจะปรากฏหนทางที่จะขึ้นสู่สวรรค์มีแสงทองแพรวพราวสว่างไสวขึ้นมาทันที
แล้วกุมารทองกับนางฟ้าจะมาต้อนรับนำขึ้นสู่สวรรค์ ถ้าว่าผู้ประกอบบุญขนาดรองลงมา
หรือมีบุญกุศลน้อยก็จะพบหนทางกว้างสองวาอยู่ข้างภูเขา โดยมีกุศลเทพนำรายงานตัวต่อเขตแดนมนุษย์-ยมโลก
แล้วจึงเข้าไปยังเมืองนรก มอบให้ยมบาลสอบสวนเรื่องบุญบาปจากนั้นก็พาเข้าไปที่ชุมนุมการกุศล
มอบให้เทวดารู้มีส่วนบุญติดต่อกัน รับตัวกลับไปยังแดนสวรรค์ต่างๆ
เพื่อฝึกฝนบำเพ็ญธรรมต่อไป วันนี้เวลาหมดลงแล้ว เราเตรียมกลับบ้านเถิด
หยางเซิง : ขอรับบัญชา นั่งบนดอกบัวเรียบร้อยแล้ว
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม