ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
หอกระจก ส่องวิญญาณ เห็นร่างเดิม
ลักแก้เติม ทอนอักษร สวดไม่พัก
ยมกฎ เที่ยงธรรม ลงทัณฑ์หนัก
โทษมหันต์ คนในโลก ที่ทำบาป
ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า :
อรหันต์จี้กง : วันนี้เตรียมท่องนรก
ได้เวลาแล้ว เจ้าจงเตรียมตัวเดินทาง
หยางเซิง : กระผมเตรียมการเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เริ่มการได้แล้ว
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้ว รีบลงจากดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ที่นี่เป็นแห่งหนตำบลใด
? เหตุใดจึงมีฝูงชนแออัดยัดเยียด ด้านหลังมียมทูตควบคุมไปยังหอข้างหน้า
?
อรหันต์จี้กง : ที่นี้คือ "หอกระจกวิเศษ"
(หอกระจกสะท้อนบาปกรรม) ชนเหล่านี้ล้วนก่อกรรมทำเข็ญในขณะอยู่เมืองมนุษย์หรือไม่มีศีลธรรม
วิญญาณของผู้กระทำบาป เมื่อตายลงแล้วไปรายงานตัวที่ขุมที่หนึ่ง
แล้วก็ถูกคุมตัวมาขึ้นที่หอกระจกนี้ ให้ปรากฏร่างกายเดิมเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ว่าได้ทำบาปอย่างไร
? ทำให้วิญญาณโทษรู้เห็นการทำบาปในมนุษย์โลกนั้น ไม่สามารถรอดพ้นกฎของยมโลก
เมื่อวิญญาณโทษเหล่านี้ขึ้นไปยังหอแล้วล้วนใจสั่นขวัญเสีย
กลัวเกรงเรื่องไม่ดีที่ตนทำไว้ในเมืองมนุษย์จะปรากฏขึ้น อับอายชาวบ้าน
เราเดินตามหลังขึ้นไปชมดูบนหอกันเถิด
หยางเซิง : ยินดีครับ ดูให้ถึงที่สุด
เข้าใจให้ถ่องแท้
นายพลคุมหอ : ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เมืองไถ่ตง
อรหันต์จี้กง : โปรดอย่าได้มีการแสดงคารวะ
เราศิษย์อาจารย์ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือเรื่องเที่ยวเมืองนรก
วันนี้เลยมาเยี่ยมชม เชิญท่านนายพลนำพาหยางเซิงขึ้นไปตรวจชมบนหอ
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ต้องไปกับกระผมด้วยนะครับ
มิฉะนั้นกระผมคนเดียวอยู่ในถิ่นที่แปลกใหม่อย่างนี้ ไม่กล้าเดินเหินด้วยตัวคนเดียว
อรหันต์จี้กง : ก็ได้ เราตามนายพลขึ้นไปบนหอเถิด
.ยืนชมอยู่ข้างๆ
ก่อนเถอะ
หยางเซิง : โอ้ !!! ผู้เฒ่าคนนั้นถูกยมทูตคุมตัวอยู่หน้ากระจกไฉนเงาที่ปากฏกลายเป็นคนหนุ่ม
กำลังปีนข้ามกำแพงบ้านของชาวบ้านแล้วลงไปเปิดหน้าต่าง โดดเข้าไปในบ้าน
ในบ้านมีสามีภรรยาวัยกลางคนกำลังนอนหลับ คนหนุ่มผู้นั้นทำการเปิดตู้เปิดหีบ
คล้ายกับว่ากำลังค้นหาสิ่งของอะไร ! ชายวัยกลางคนผู้นอนหลับเกิดตื่นขึ้น
ตกใจร้องเสียงดังสนั่น หนุ่มคนนั้นชักมีดสั้นโดยพลันและจ้วงแทงคนวัยกลางคนผู้ตื่นขึ้นโอย
!! เลือดสดๆ ไหลทั่วร่างกาย กระผมไม่กล้าดู
นายพลคุมหอ : ไม่เป็นไร ! ไม่ต้องกลัว
นี้แหละเป็นความแยบยลพิสดารของหอกระจกวิเศษ ผู้เฒ่านี้เมื่อสมัยเป็นคนหนุ่มเคยเข้าไปลักทรัพย์ของผู้อื่น
เจ้าบ้านรู้สึกตัวก็เลยชักมีดแทงเจ้าบ้านตาย มาบัดนี้วิญญาณโทษนี้ตายลงแล้ว
มายังยมโลกต่อหน้าหอกระจกวิเศษเรื่องบาปที่ก่อไว้ก็ปรากฏออกทันที
หยางเซิง : หอกระจกวิเศษนี้สร้างขึ้นจากวัสดุอันใด
? ไฉนจึงวิเศษพิสดารถึงปานนี้
อรหันต์จี้กง : กระจกวิเศษนี้
สร้างขึ้นโดยพลังแห่งสวรรค์และธรณี จากการรวบรวมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งสากลโลก
วิญญาณของปุถุชนเมื่อลอยมาถึงที่นี้ ก็จะฉายร่างเดิมให้ปรากฏออกไม่มีการแอบแฝงแต่อย่างใดแม้แต่นิด
ที่แท้แล้วนั้นไม่เกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของกระจกวิเศษนี้หรอก
เพราะเหตุว่าชาวโลกจากวัยเด็กถึงวัยแก่ ในชีวิตของตนสร้างบาปหนักหนา
แต่มนุษย์นั้นเป็นสัตว์ประเสริฐ การกระทำของตนเองตัวเองย่อมรู้จิตใจของตัวเอง
ก็คือกล้องถ่ายรูปกล้องหนึ่ง เก็บเอาการกระทำต่างๆ ในขณะที่อยู่ในมนุษยโลกเอาไว้
นี่แหละคือ "กระจกใจ" ถึงแม้ว่าชาวโลกแอบกระทำความผิด
โดยผู้อื่นไม่สามารถรู้เห็น แต่ทุกคนถามใจตัวเอง ตัวเองย่อมรู้
การใช้มือเท้า การเดินเหินก็ไม่อาจพ้นจากการบัญชาของหัวใจ
เครื่องนี้คือเจ้าแห่งสามแดน สถิตอยู่ในที่ลับ คอยลอบบันทึกเก็บภาพใหญ่น้อยทุกๆ
เหตุการณ์ เมมื่อคนตายลงมาถึงหน้าหอกระจกวิเศษเนื่องจากหอกระจกนี้เป็นที่รวมแห่งกระแสบวกและกระแสลบพอสัมผัสกับกลิ่นไอแห่งวิญญาณ
- ร่างกายของมนุษย์กระแสไฟจะรวมเข้าสู่วงจรทันที ทำการฉายออกซึ่งภาพของมนุษย์นั้นๆ
ที่ได้กระทำไว้ในปางก่อน ดังนั้นผู้กระทำบาป เมื่อมาถึงหอกระจกวิเศษแล้ว
ความจริงต่างๆ ก็จะปรากฏออกทันที โดยมิอาจจะปิดบังอำพรางได้
ดังที่คำพุทธท่านกล่าว "กฎทุกกฎล้วนเกิดจากใจ" ก็คือเหตุผลที่แท้จริงของสิ่งนี้
หยางเซิง
: ที่แท้เป็นดังนี้เอง แต่ว่าวิญญาณของผู้ทรงธรรมมาถึงที่นี่
หอกระจกวิเศษจะใช้การได้หรือเปล่ามิทราบ
นายพลคุมหอ : วิญญาณผู้ทรงธรรมไม่ต้องหลุดมาสู่หอกระจกวิเศษนี้
คุณดูที่หน้าหอเขียนไว้ว่า หอกระจกวิเศษจะไม่มีคนดีเลย ผู้ทรงธรรมเมื่อตายลง
วิญญาณท่านผ่องแผ้วใสสะอาดหน้าหอกระจกวิเศษมีแต่ขาวใสว่างเปล่าเสมือนฟิล์มว่างไปแล้วเพราะเหตุว่าในจิตใจไม่มีสิ่งชั่วร้ายแออัดอยู่ด้วย
จึงมองไม่เห็นร่างเดิมของเขา หากว่าวิญญาณผู้ทรงธรรมยิ่งสดใสสะอาดบุญกุศลยิ่งทวีคูณ
ก็มุ่งไปแดนสวรรค์ หรือให้ขุมอื่นๆ ตรวจสอบบุญบาปโดยตรงโดยมิต้องมายังที่นี้
ดังนั้นกระจกวิเศษนี้จึงมีอีกชื่อว่า "กระจกเวรกรรม"
ผู้ใดที่สร้างบาปในแดนมนุษย์เมื่อตกมาถึงที่นี้แล้วก็จะปรากฏร่างเดิมขึ้นทันที
เจ้าจงเยี่ยมชมอีกครั้งเถิด !
หยางเซิง : หญิงสาวผู้นี้ยมทูตควบคุมตัวไปหน้าหอ
เธอไม่กล้าเข้าไป ออดอ้อนร่ำไห้อยู่ไม่หยุดยั้ง ท่าทีน่าสมเพชเวทนามากทำให้เกิดความสงสารยิ่งนัก
แต่ยมทูตก็ไม่มีการปรานีสงสารเอ็นดู หญิงงามเลยต้องถูกปฏิบัติเช่นเดียวกันกับนักโทษอื่น
โดยใช้ง่ามเหล็กคุมให้เข้าไปหน้าหอ โอย !! สถานที่นี้มีผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้าๆ
ออกๆ ในห้องมีแสงไฟแสงสีต่างๆ คล้ายแหล่งโลกีย์ของแดนมนุษย์
นายพลคุมหอ : ใช่แล้ว ที่นี้คือ
"แหล่งโลกีย์" แห่งแดนมมนุษย์เจ้าจงสังเกตให้รอบคอบละเอียดถี่ถ้วนเถิด
หยางเซิง : แต่ละห้องมีแต่เสียงอ่อนหวานของสตรีเพศ
เป็นสถานที่น่าหลงใหลยิ่งนัก กระผมมิกล้าดูชมมากนัก ท่านอาจารย์ครับ
! เรากลับกันเถิดครับ !
อรหันต์จี้กง : เจ้ายังมีความรู้สึกว่าไม่สมควรจะเยี่ยมชม
ก็ยังนับว่ามีความเหนียมอายมีมารยาทและศีลธรรมอยู่ในใจ ไม่ขายหน้าศิษย์โปรดของท่านกวงเฮง
(เจ้าสำนักแห่งเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง) ดังหญิงงามเมืองผู้นี้ขายทั้งร่างกายและวิญญาณ
หลอกลวงฉ้อฉลทรัพย์สินเงินทองของผู้อื่น พูดจาหยาบคายต่ำช้า
มารยาทคุณสมบัติประจำของสตรีเพศไม่มีเหลือไว้ในตัวเลยแม้แต่น้อยโทษททัณฑ์ใหญ่หลวงเป็นยิ่งนัก
ซ้ำยังเป็นกามโรคทำให้คนตายลงก่อนที่ควร เมื่อวิญญาณตกถึงยมโลกจึงยากที่จะรอดพ้นจากการลงทัณฑ์ที่ทรมานได้
ขอเตือนเพศหญิงแห่งมนุษยโลกควรที่จะรักถนอมตัว ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำตัวเป็นหญิงงามเมืองขายตัว
มืออันอ่อนนุ่มเป็นที่รองหนุนของผู้ชายนับเป็นพันๆ คน ให้ผู้คนเหยียบย่ำตามชอบใจ
ไม่มีราคาแม้แต่สตางค์แดงเดียว และยังสร้างเวรกรรมอันหนักหนาด้วย
ส่วนผู้ชายที่ชอบเที่ยวผู้หญิงก็ผิดในเรื่องลามกด้วย ขอให้กลับตัวโดยเร็วเจ้าหยางเซิงเราเตรียมตัวกลับสำนักกันเถิด
นายพลคุมหอ : ท่านทั้งสองจะไม่รอสักครู่หรือขอรับ
?
หยางเซิง : ต่อหน้ากระจกวิเศษ
ทุกสิ่งทุกอย่างก็รู้เห็นปรุโปร่งตลอดแล้วไม่กล้าจะดูอีกต่อไป
มีวิญญาณบาปมากหลายเหล่าแสดงออกถึงความชั่วร้ายต่างๆ ข้าพเจ้ายังเป็นมนุษย์ปุถุชนอยู่ต่อหน้ายิ่งทำให้พวกนั้นอับอายมมากขึ้น
สู้ขอลากลับไปก่อนดีกว่า
อรหันต์จี้กง : ขอบคุณมากที่ท่านนายพลได้กรุณาชี้แจงอธิบายเราจะเตรียมตัวกลับสำนักแล้ววันอื่นค่อยเยี่ยมชม
"โรงซ่อมพระสูตร" รีบไปเถิดเจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว
เตรียมตัวกลับสำนัก
หยางเซิง : กระผมกลัวมาก !
อรหันต์จี้กง : เหตุใดจึงต้องกลัว
ปฏิบัติตัวเองให้เป็นคนดีก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการอับอายขายหน้ายังที่นี่
สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างเดิม