ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
สันติกร พลิกหน้า อ่านพระธรรม
จิตดื่มด่ำ รสพระธรรม ไร้ยาพิษ
ฝุ่นโคลนตม บ่เคล้า ปทุมทิพย์
พุทธพิชิต หลุดพ้น การเกิด - ตาย
อรหันต์จี้กง
: การเกิดหรือตายเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษย์ แต่ว่ามนุษย์นั้นหนีไม่พ้นการเกิด
- ตาย "จังจื้อ" (ปราชญ์จีนโบราณผู้ได้สำเร็จเป็นเทวดา)
กล่าวไว้ว่า "ฉันเองไม่อยากเกิด ฉับพลันก็เกิดมา ฉันเองไม่อยากตาย
ฉับพลันความตายก็มาถึง" เห็นได้ว่ามนุษย์ไม่สามารถกำหนดการเกิด
- ตายได้ แต่ก็ไม่เชิงนักที่คนไม่สามารถกำหนดการเกิด - ตาย
ก็เพราะเหตุว่าชาวโลกไม่ซาบซึ้งถึงความเป็นไปแห่งการเกิด -
ตาย เกิดขึ้นมาจากไหน? ตายแล้วไปทางใด? เมื่อไม่รู้แล้วก็ต้องรับการควบคุมจากยมบาล
ที่เรียกว่า "ยมบาลกำหนดให้ตายในเวลาเที่ยงคืนจึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ถึงอรุณ"
ขณะนี้กำลังอยู่ในเทศกาลช่วยวิญญาณต่างๆ ถ้ามนุษย์สามารถจดจำหลักธรรมที่แท้จริงกลับคืนสู่ดั้งเดิม
เข้าสู่ทางธรรมโดยทั่วหน้ากัน บำเพ็ญตัวและจิตใจ ดวงวิญญาณก็จะหลีกเลี่ยงความตาย
อยู่ยงคงกระพันได้ไม่ต้องตกไปทางเวียนว่ายตายเกิดกันอีก มวลมนุษย์ควรที่จะถนอมรักตนเองที่เกิดมาเป็นมนุษย์และอยู่ในเมืองมนุษย์ในยามนี้
สำนึกตัวรู้จักบำเพ็ญธรรมก็ยังไม่สายเกินไป เจ้า หยางเซิงเตรียมท่องนรกไก้
หยางเซิง : ครับ ครับ ท่านอาจารย์ไม่หวั่นต่อความยากลำบาก
พร่ำอบรมสั่งสอนมวลชนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นยิ่งนัก
อรหันต์จี้กง : การช่วยเหลือกอบกู้คนให้ตลอดรอดฝั่งเป็นหน้าที่ของข้าฯโดยตรง
พระพุทธ เทวดาแผ่เมตตา ก็คือช่วยแก้ทุกข์กอบกู้ชาวมนุษย์อยู่แล้ว
รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
เริ่มได้แล้วครับ
อรหันต์จี้กง : ถึงขุมที่ 2
แล้ว ลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ไฉนวันนี้จึงมาที่นี่อีก
?
อรหันต์จี้กง : ไปทำการคารวะท่านยมบาล
"ฉอกังอ๊วง" ก่อนเถิดแล้วค่อยตรวจชมแดนต่างๆ
หยางเซิง : ท่านยมบาลออกมาอยู่ที่หน้าปราสาทแล้ว
เราเข้าไปกันเถิด
.คำนับมายังท่านฉอกัง- อ๊วงและยมทูตทั้งหลาย
ฉอกังอ๊วง : มิต้อง
..ลุกขึ้นเร็ว
เชิญท่านอาจารย์กับหยางเซิงเข้ามาพักในปราสาทก่อน
อรหันต์จี้กง : เนื่องด้วยเวลาจำกัด
อาตมาว่าไม่ต้องพักแล้วละพาหยางเซิงชมนรกแดนลงทัณฑ์กันก่อนก็แล้วกัน
ฉอกังอ๊วง : ก็ดีเหมือนกัน นายพลนำท่านอาจารย์กับหยางเซิงไปชมดูได้
นายพล : ขอรับคำบัญชา ท่านทั้งสองเชิญเดินตามข้าพเจ้ามา
หยางเซิง : สถานที่นี่ไฉนจึงมีกลิ่นเหม็นมากนัก
กลิ่นมันคล้ายกลิ่นของปัสสาวะอุจจาระ
นายพล : ข้างหน้าคือ "แดนนรกตมอุจจาระปัสสาวะ"
ฉะนั้นกลิ่นไอที่นี่จึงไม่สู้ดีนัก ขออภัยด้วย
หยางเซิง : กลิ่นนั้นเหม็นยิ่งนัก
รู้สึกการหายใจจะลำบากขึ้นท่านอาจารย์ครับผมทนไม่ไหวแล้ว !
กระผมไม่อยากไปแล้ว !
อรหันต์จี้กง : ไม่ต้องกลัว
ฉันมีของวิเศษ เจ้ารีบรับไปเร็ว
หยางเซิง : สิ่งนี้เป็นวัตถุอะไรนะ
?
อรหันต์จี้กง : ที่กรองอากาศละอองผง
เจ้ารีบสวมเข้าไปเร็วอากาศจะสดชื่นขึ้นเอง ไม่ว่ากลิ่นเหม็นใดๆ
ก็จะอันตรธานหายไปหมด
หยางเซิง : ใช้การได้ดีจริงๆ
เป็นความจริงที่กลิ่นเหม็นเหล่านั้นสูญหายไปแล้ว อ้อ ! ข้างหน้ามีไม้กระดานแผ่นหนึ่งตั้งไว้ด้านบนเขียนตัวอักษรว่า
"นรกแดนอุจจาระ - ปัสสาวะ" ภายในนั้นมีเสียงร่ำไห้คร่ำครวญน่าเวทนา
หัวคนผลุบโผล่ดูสลอนมือสองข้างก็แหวกว่ายไปมาราวกับว่ากำลังว่ายน้ำ
นายพล : อันนี้แหละคือ "นรกแดนอุจจาระ
- ปัสสาวะ" เราขึ้นหน้าไปดูกันเร็ว
หยางเซิง : ครับผม ท่านอาจารย์ครับ
ท่านไม่ได้กลิ่นเหม็นบ้างเลยหรือครับ
อรหันต์จี้กง : ไม่มีกลิ่น ข้าฯสำเร็จเป็นอรหันต์แล้วสิ่งสกปรกเช่นนี้อาตมาเห็นแล้วแต่เท่ากับไม่ได้เห็น
ได้กลิ่นแต่มิได้สัมผัสกับจมูก ผิดกับเจ้าซึ่งเป็นปุถุชน เมื่อเห็นรูป,
รส, กลิ่น, เสียง, ก็ถูกมอมเมาหลงใหลแล้ว
หยางเซิง : บ่อใหญ่นี้กว้างใหญ่มากเหมือนทะเล
ไม่เห็นฟากไม่เห็นฝั่ง ภายในนั้นมีทั้งหญิงชายแก่หนุ่ม ในบ่อมีอุจจาระเป็นทางๆ
กับน้ำปัสสาวะทั้งนั้น คนเหล่านั้นผลุบโผล่เรียกร้องพออ้าปากก็กลืนเอาอุจจาระ
- ปัสสาวะเข้าไป รู้สึกขยะแขยงใจยิ่ง ท่านอาจารย์ครับ กระผมจะอาเจียน
อรหันต์จี้กง : ทำใจให้มั่นคง
อย่าให้สิ่งสกปรกมรบกวนบั่นทอนจิตใจเลย
หยางเซิง : กระผมทนไม่ไหวจริงๆ
ขอถามท่านนายพลว่าพวกนั้นความจริงแล้วได้ทำความผิดประเภทไหน
? ไฉนจึงตัดสินให้มารับโทษยังที่นี้ ?
นายพล : บรรดาหญิงโสเภณีในแดนมนุษย์เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ขายตัวหาเงินที่สกปรก
หรือผู้ที่หลอกลวงผู้หญิงคนดีๆ ไปขายซ่อง บังคับให้ขายทั้งร่างกายและจิตใจ
หรือผู้ที่มีอาชีพทางขนของเถื่อนหนีภาษี หรือผู้ที่ชอบกิน
"รก" (เยื่อที่หุ้มห่อตัวเด็กเพิ่งเกิดออกใหม่ๆ)
เพื่อบำรุงตน หรือในขณะที่มีชีวิตอยู่ตีนไม่ยันพื้น ทำการงานด้วยวิธีโกหกหลอกลวงเงินทองของชาวบ้าน
หรือผู้ที่ชอบเที่ยวหญิงโสเภณีมั่วโลกีย์มักมากในกามบ้างก็เป็นมือปืนในแดนมนุษย์
ทำแบบเกลือจิ้มเกลือ (หักหลังกัน) บ้างก็เรียกหุ้นเล่นแชร์แล้วล้มมันเสีย
และที่ทำการค้าแล้วเจตนาล้มเพื่อฮุบเงิน บ้างก็เป็นข้าราชการผู้คอร์รัปชั้น
เรียกร้องเอาเปอร์เซ็นต์ บ้างก็รับเหมาก่อสร้าง แล้วลักตัดทอนวัสดุและแรงงาน
เพราะเหตุว่าเขาเหล่านั้นมีจิตใจร่างกายสกปรกหรือติดยาเสพติด
ปากไม่สะอาดพอในมนุษยโลก เมื่อตายลงแล้วก็ตกมายังที่นี่ ให้ชิมสัมผัสกลิ่นรสชนิดนี้
วิญญาณผีที่อยู่ในแดนนรกนี้แสนที่จะทรมาน การหายใจเข้าออกแต่ละที
ล้วนเป็นรสของอุจจาระ - ปัสสาวะ พออ้าปาก ของสกปรกเป็นกองก็หลุดเข้าไปภายในท้องไส้
ทั้งหิวทั้งกระหาย จะกินก็ไม่มีอะไรให้กิน มันอยู่ในแดนมนุษย์ล้วนกินของสกปรกยังชีพดังนั้นต้องตกนรกรับการสนองตอบสาสมแก่โทษแล้ว
เพราะเหตุว่าอุจจาระ - ปัสสาวะเหลวเป็นโคลนตม เมื่อยิ่งดิ้น
ก็ยิ่งจมลง
หยางเซิง : น่าสงสารมาก โลกมนุษย์ทุกวันนี้กลายเป็นบ่ออุจจาระเสียแล้ว
พอมีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็ใช้กรดเกลือล้างทำลาย
ผู้ที่มั่งมีก็ใช้น้ำหอมพ่นใส่ แต่หากว่าเงินทองที่ได้มาโดยไม่สะอาด
ร่างกายแม้จะสวยงามน่าชม แต่ในใจเหม็นราวกับอุจจาระ - ปัสสาวะ
ก็ต้องตกลงมายังนรกนี้พูดไปแล้วมันก็เหมาะสมดีแล้ว
อรหันต์จี้กง : หยางเซิงพูดถูก
แต่ละครอบครัวในแดนมนุษย์ตกแต่งอย่างวิจิตสง่างาม ตัวตนก็นุ่งห่มอาภรณ์ที่งามหรู
มองดูภายนอกก็หมดจดเรียบร้อยดี แต่ในใจนั้นมีกลอุบายร้อยแปดพันประการ
คิดแต่จะหาช่องฉวยโอกาส โดยไม่ดำเนินไปในทางที่ชอบ นับได้ว่าดังอุจจาระ
- ปัสสาวะที่มีกลิ่น - รูปตรงตามกัน แม้ว่าจะได้เสพสุขตอนที่มีชีวิตอยู่
แต่เมื่อตกมาถึงนรกก็จะกลายเป็นคนละเรื่อง กินเอาพวกอุจจาระไปวันๆ
อย่างสม่ำเสมอ
นายพล : ไม่ต้องไปเห็นใจพวกนี้ เหล่านี้ล้วนเป็นตัวหนอนที่อนาถ
เป็นหนอนอุจจาระ เติบโตโดยการกินเฉพาะสิ่งสกปรกขอเตือนชาวโลกทั้งหลาย
ทำการใดต้องมีจิตเปิดเผยบริสุทธิ์ยุติธรรม อย่าเห็นแก่ได้
(เงิน) โดยฉกฉวยไม่เลือกวิธีการลอบหาเรื่องใส่ร้ายคนหรือยึดอาชีพที่ไม่สุจริต
หาเงินสกปรกเมื่อตายลงแล้วต้องมารายงานตัวที่นี่อย่างแน่นอน
หยางเซิง : มิทราบว่าวิญญาณโทษเหล่านี้
จะพ้นทุกข์เมื่อใด ?
นายพล : ก็ต้องดูที่โทษหนักเบากันแค่ไหน
แต่อย่างต่ำที่สุดก็ต้องขังจนกระทั่งเนื้อหนังเน่าเปื่อย เมื่อหมดโทษแล้วจึงส่งไปขุมอื่น
เพื่อพิจารณากรรมอื่นที่ก่อไว้
หยางเซิง : นรกนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นยิ่งนัก
อรหันต์จี้กง : เวลาก็ดึกมากแล้ว
ฉันว่าเราท่องชมกันเท่านี้ก่อนเถิดสำหรับวันนี้ เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก
ขอบคุณมากที่ท่านนายพลช่วยอธิบาย และฝากขอบคุณท่านยมบาลที่ได้กรุณาเอื้อเฟื้อ
หยางเซิง : ที่กรองอากาศอันนี้เอาออกได้ไหมครับ
?
อรหันต์จี้กง : นั่งเรียบร้อยบนดอกบัวก่อน
ค่อยเอาออก มิเช่นนั้นแล้วเจ้าจะทนไม่ไหว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
อรหันต์จี้กง : เอาออกได้แล้ว
เริ่มเดินทางกลับสำนักได้ ลมเย็นโบกโชย กลิ่นเหม็นอบอวล ฝุ่นไอแห่งมนุษยโลกยาวเหยียดหนาแน่น
กลบกลื่นแล้วซึ่งวีรบุรุษผู้กล้าหาญจำนวนนับไม่ถ้วนขอเตือนชักชวนชาวโลกควรรีบบำเพ็ญตนแต่เนิ่นๆ
โดดพ้นนรกมิต้องระทมตรอมใจ
..ถึงเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม