ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
ลมหนาวโกรก ซาบซ่าน เหน็บกระดูก
บาปบุญปลูก เปรียบเสมือน สนหินเกย
ขุนเขาเขียว หิมะโปรย เปลี่ยนขาวเลย
ต้นไผ่ - เหมย ยืนตระหง่าน บ่หวั่นไหว
อรหันต์จี้กง
: ฤดูใบไม่ร่วงค่อยๆ จากไป ฤดูหนาวก็ต่อเนื่องเข้ามาอากาศเกิดการแปรเปลี่ยนมากหลาย
ชาวโลกเกิดการเจ็บป่วยขึ้นเป็นเนืองนิตย์ ก็เพราะเหตุว่าไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของอากาศ
วันนี้ฉันจะพาหยางเซิงท่อง "นรกน้ำแข็ง" มาเจอกับลมหนาวโกรกโชยหนาวจับกระดูกนี้อีก
มิรู้ว่าหยางเซิงจะทนไหวหรือไฉน ?
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ
! ผมเพิ่งหายจากเป็นหวัด วันนี้อากาศก็หนาวจัดอย่างนี้ ผมว่าวันอื่นค่อยไป
"นรกน้ำแข็ง" กันเถิด ไปเที่ยวชมแห่งอื่นก่อนนะครับ
มิทราบว่าท่านอาจารย์มีความเห็นประการใด ?
อรหันต์จี้กง : เป็นไปได้อย่างไร
? ได้จัดให้สั่งการท่องชม "นรกน้ำแข็ง" ไปแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงกลางคันไม่ได้
หากว่ากลัวทนต่อความหนาวไม่ไหว ข้าจะให้ "ยาวิเศษอุ่นกายบำรุงใจ"
3 เม็ด กินเข้าไปเร็ว อย่าได้ประวิงเสียเวลา
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านอาจารย์ประทานยาทิพย์
ผมกลืนลงแล้ว โอย ! รู้สึกร้อนไปทั่วกาย ความหนาวหายไปโดยสิ้นเชิงไม่เหลือหลอ
อรหันต์จี้กง : รีบขึ้นดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : เบื้องหน้าไฉนจึงไม่มีร่องรอยคนแม้แต่นิดเดียว
? เพียงเห็นแต่ขาวโพลนไปหมดทั่วภูเขาราวกับว่าหิมะตก ไม่เห็นมีแมกไม้ที่เขียวชอุ่มเลย
มีแต่ซากไม้ซากกิ่งอยู่โหรงเหรง ที่นี้หรือที่ใดมิทราบ ?
อรหันต์จี้กง : ที่นี้ใกล้ชิดกับ
"นรกน้ำแข็ง" ภูเขานี้ได้รับความเย็นจากน้ำแข็งที่เย็นจัด
มีหิมะตกตลอดปี จึงหนาวจัดผิดปรกติ เรามิได้เดินทางในยมโลก
ฉะนั้นจึงไม่เห็นวี่แววของผู้คนเพราะว่านั่งอยู่บนดอกบัว เป็นการเหาะเหินเดินอากาศ
เจ้าตามฉันเดินเสียเลียบตามเชิงเขาข้างซ้าย ก็จะบรรจบถึง "นรกน้ำแข็ง"
หยางเซิง : สถานที่เปล่าเปลี่ยวเช่นนี้ปราศจากถนนหนทางต้นไม้ต้นไร่ล้วนถูกความหนาวครอบตายจนหมด
ปรากฏเป็นภาพตายซากเดียวดาย ยิ่งใกล้เข้ายิ่งรู้สึกหนาวเย็นจับใจ
ชะรอยยาทิพย์ 3 เม็ดนั้นจะค่อยเสื่อมพลังยาลงแล้วกระมัง ?
อรหันต์จี้กง : พลังยามิได้เสื่อมคลายลง
เป็นเพราะยาทิพย์เกิดการหมุนเวียนของกำลังยา สักครู่จะเกิดความอบอุ่นไปทั่วตัว
3 วันเต็มๆ ยังไม่เสื่อมคลาย เจ้าจงวางใจได้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนาวตายดอก
หยางเซิง : ข้างหน้ามีบ้านช่องอยู่แถวหนึ่ง
ล้วนสร้างด้วยไม้ทาด้วยสีดำ บนหลังคายังมีหิมะปกคลุมหน้าบ้านมีเสาไม้
2 อันตั้งโด่งอยู่ มีไม้อันหนึ่งแขวนอยู่ตรงกลาง บนนั้นเขียนว่า
"นรกน้ำแข็ง" ข้างหน้าคุกนรกมีทางเล็กอยู่ทางหนึ่งตรงเข้าไปในบ้าน
ไฉนการตกแต่งจึงซอมซ่อสิ้นดี ?
อรหันต์จี้กง : เพราะเหตุว่าคุกนี้ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง
วิญญาณโทษล้วนถูกแช่ลงแข็งกระด้างไปหมด ไม่สามรถหลบหนีได้การตกแต่งก็เลยทำอย่างลวกๆ
หยางเซิง : บนถนนมียมทูต 2 -
3 คุมตัวหญิงชายสิบกว่าคนมิทราบว่าไปรับการลงโทษที่คุกนั้นหรือไฉน
?
อรหันต์จี้กง : ใช่แล้ว พัศดีกับนายทหารเดินมาอยู่ข้างหน้าแล้วเจ้าหยางเซิงเตรียมการเข้าพบแสดงความคารวะ
หยางเซิง : ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีกับนายทหารเราทั้งสองได้รับเทวโองการท่องนรก
ขอได้โปรดชี้แจงอธิบายด้วยเถิด
พัศดี : ท่านอาจารย์และหยางเซิงจงอย่าได้มีพิธีคารวะเลยเมื่อครู่นี้ได้รับคำสั่งจากเจ้าฉอกังอ๊วง
ทราบว่าท่านอาจารย์และหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองมนุษย์จะมาเยี่ยมชมคุกนรกแห่งนี้
นำเอาความจริงไปตีพิมพ์ใน "เที่ยวเมืองนรก" เพื่อกระตุ้นเตือนกอบกู้ช่วยชาวโลก
เชิญท่านทั้ง 2 ตามข้าพเจ้าเข้าไปตรวจชมข้างใน
หยางเซิง : ขอบคุณมาก
..
อรหันต์จี้กง : เราจะเข้าไปชมดูใน
"นรกน้ำแข็ง" โดยตรงไม่ต้องเข้าไปในบ้านละ
พัศดี : ก็ดีครับ
หยางเซิง : "สระน้ำแข็งนรก"
อยู่ในถ้ำกลางระหว่างภูเขา 2 ลูกภายในคล้ายกับสระว่ายน้ำของแดนมนุษย์
แบ่งออกเป็นหลายพันบ่อ มองจากทางไกลไม่สู้แจ่มชัดนัก ภายในสระมีทั้งหญิงและชาย
บนกายนุ่งใส่เสื้อชั้นในเท่านั้น ท่อนล่างของร่างกายส่วนมากมองไม่เห็น
ถูกล้อมรอบด้วยน้ำแข็ง ทุกคนมีสีหน้าเขียวอื้อ ริมฝีปากดำมือไม้สั่นเทา
ไม่สามารถแม้แต่จะส่งเสียงร่ำร้อง เพียงแต่ครวญครางอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
ผู้เฒ่า 2 คนที่อยู่ต่อหน้านั้น ใช้สายตาวิงวอนเพ่งมายังกระผม
ประหนึ่งว่ามีอะไรจะพูดด้วย ขอเรียนถามท่านอาจารย์ว่า จะช่วยกู้มันขึ้นมาเพื่อพ้นจากความทรมานด้วยการถูกแช่น้ำแข็งจะได้ไหม
?
พัศดี : ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษ
2 - 3 ตนขึ้นมาบนฝั่งท่านถามได้เลย
หยางเซิง : ดีซิครับ ขอถามผู้เฒ่าผู้นี้
ท่านรู้สึกรสชาติที่อยู่ในนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
วิญญาณโทษ : น้ำแข็งมืดฟ้ามัวดิน
เสื้อผ้าแบบบางนุ่งเพียงกางเกงชั้นใน กระผมไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพูดได้แล้ว
ทั่วกายจากศีรษะจนถึงปลายมือปลายเท้าหนาวจนแข็งทื่อหมด ใกล้จะวายปราณ
พัศดี : นายทหาร รีบเอาน้ำขิงให้มันกินเสียเพื่อช่วยเพิ่มพลังกายกำลังวังชา
นายทหาร : กินเข้าเร็ว แล้วลงสารภาพรายละเอียดที่เจ้าได้ทำบาปอย่างไรในแดนมนุษย์ทั้งหมดมา
เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือปลอบกล่อมช่วยกอบกู้ผู้คน อย่าได้เอาแบบอย่างของเจ้า
จะได้มิต้องตกลงคุกนรกนี้เมื่อหลังจากตายแล้ว
วิญญาณโทษ : ขณะที่กระผมอยู่ในโลกมนุษย์
ชอบในการสะสมแสตมป์และเหรียญตาโบราณต่าง ตอนมีอายุได้ 45 ปี
ได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีรสนิยมตรงกัน เราทั้งสองในยามว่างก็มีการสังสรรค์ดื่มน้ำชากัน
สนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องร่วมสาบาลอยู่มาวันหนึ่งเขาจะออกเดินทางไกลไปต่างประเทศ
โดยเกรงว่าพวกแสตมป์แลเหรียญโราณที่มีราคาค่างวดแสนแพงซึ่งตนสะสมอยู่นั้นถูกขโมยไปจึงได้ไปฝากไว้กับกระผม
เพราะว่ากระผมเกิดความละโมบขึ้นมาในชั่วขณะหนึ่ง จึงยักย้ายเอาของที่ฝากไว้นั้นไปยังแหล่งอื่น
แต่เมื่อเขาได้กลีบมาแล้วทวงถามเอาสิ่งของที่ได้ฝากไว้คืน
กระผมบอกเขาไปว่า "ต้องขอโทษเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งเดือนก่อนที่ผ่านมานี้โดนขโมยขึ้นบ้านพลอยทำให้ของวัตถุโบราณที่มีราคาแพงทั้งหมด
ถูกขนไปจนหมดเกลี้ยง" เพื่อนผู้สนิทได้ยินแล้วจึงเจ็บช้ำน้ำใจอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง
ในเมื่อถูกขโมยเอาไปแล้วก็ไม่มีทางที่จะเอาคืนมาได้ก็เลยตามเลย
ตอนกระผมมีอายุได้ 59 ปีเกิดเป็นมะเร็งในตับ เมื่อตายแล้ววิญญาณล่องลอยตามมายังยมโลก
หารู้ไม่ว่ายมโลกได้มีการบันทึกข้อมูลความฉ้อฉลในทางประพฤติชั่วของกระผมอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อผ่านการฉายปรากฏร่างเดิมต่อหน้ากระจกวิเศษแล้วในที่สุดก็ต้องก้มหน้าสารภาพผิด
โดยถูกเจ้ายมบาลขุมที่สองตัดสินให้เข้ามาอยู่ใน "แดนนรกสระน้ำแข็ง"
มีกำหนดโทษ 5 ปี แต่ละวันถูกปิดทับด้วยน้ำแข็ง ตัวเย็นเนื้อแข็งแสนที่จะทรมาน
จะสำนึกตัวได้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ขอท่านได้โปรดขอความกรุณาต่อพัศดีให้แก่กระผมด้วย
ขอให้ยกโทษกระผมเสียเพื่อพ้นทุกข์ไปก่อนกำหนดจะได้ไหม ?
หยางเซิง : ขอท่านพัศดีลดโทษให้เล็กน้อยจะได้หรือไม่ประการใด
?
พัศดี : นั่นเป็นการตัดสินตามยมกฎ
หากมิได้รับคำสั่งของท่านยมบาล ข้าพเจ้าก็มิมีอำนาจใดที่จะเปลี่ยนแปลงได้ขณะนี้ให้มันกินน้ำขิงแก้หนาวก็นับว่าให้การเลี้ยงดูที่ดีแล้วอย่าได้มีการขอร้องอะไรอีกเลย
ท่านจะถามยายแก่นางนี้ที่ต้องตกมาอยู่คุกนรกนี้โดยเหตุอันใดอีกไหม
?
หยางเซิง : ยายแก่นางนี้ถูกความหนาวครอบจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว
ล้มอยู่กับพื้นจะให้เธอตอบได้อย่างไร ? ท่านนายทหารขอน้ำขิงให้เธอกินบ้างเพื่อแก้หนาว
เพื่อช่วยกระตุ้นให้ฟื้นคืนสติเถิด
นายทหาร : ก็ได้ รีบดื่มเร็ว
จงตอบคำถามของท่านหยางเซิงท่านนี้ให้ดีๆ นะ มิเช่นนั้นจะถูกทำโทษเพิ่มขึ้นอีก
วิญญาณโทษ : โอย ! ฉันทุกข์ทรมานเหลือหลาย
น้ำแข็งหนาวจัดชนิดนี้คล้ายกับโรงเก็บศพหรือหอตั้งศพที่แช่เย็นศพ
โดยเฉพาะฉันนั้น ท่านเห็นทั่วกายฉันออกสีเขียวคล้ำไม่มีสีเลือดแม้แต่น้อยตอนฉันอยู่ในแดนมนุษย์ได้เปิดซ่องนางโลมตั้งตนเป็นแม่เล้าอยู่บ้านต่ำๆ
สับปะรังเค รับซื้อเด็กสาวไว้สิบกว่านาง ในจำนวนนั้นมีพวกเผ่าภูเขา
พวกผู้หญิงคนดีตามบ้านนักเรียนสาวที่หนีการเรียนบ้าง ให้รับแขกทุกวัน
ถ้าผู้ใดไม่ทำตามคำสั่งก็ถูกคุมขังหรือให้พวกแมงดาข่มขู่จัดการ
ได้เงินสกปรกก้อนโต ในจำนวนพวกสาวโสเภณีนั้น แม้จะมีแขกหรือญาติทางบ้านจะขอไถ่ตัวไปช่วยออกจากความขมขื่นนี้
กลับเป็นตัวอิสรเสรีเมื่อได้โอกาสใหญ่นี้ก็เรียกร้องเงินทองเป็นจำนวนมหึมา
บางคนก็ไม่มีเงินพอที่จะไถ่ตัว จึงต้องให้ความสดสาวจมปลักลงไปตลอดชีพ
ดิ้นรนกลิ้งเกลือกอยู่ในซ่อง ตอนฉันอายุได้ 51 ปี เนื่องจากร่ำสุรายาเมามากจัดตลอดเวลา
ทำให้เกิดเส้นโลหิตในสมองแตกถึงแก่ความตาย เมื่อตายแล้วจึงรู้ว่าถูกท่านยมบาลตัดอายุขัยไป
10 ปี เพราะเหตุที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากล้นเหลือถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่
"นรกอุจจาระ - ปัสสาวะ" 5 ปี ครบการลงโทษแล้วจึงย้ายมาถูกตัดสินเข้า
"นรกน้ำแข็ง" อีก 31 ปี เมื่อครบโทษแล้วยังไม่รู้จะต้องถูกส่งไปขุมไหนลงโทษอะไรอีก
! ตั้งแต่ตายลงจนถึงปัจจุบันนี้ได้รับความทุกข์ทรมานจากอุจจาระ
- ปัสสาวะ น้ำแข็ง ความทุกข์ในอนาคตยังมีอีกมาก เป็นการทรมานอย่างแสนสาหัสที่แท้จริง
ทั้งนี้ต้องโทษตัวเองที่สร้างบาปสร้างเวรมากเกินเท่านั้น
พัศดี : เปลี่ยนวิญญาณโทษหญิงคนสุดท้ายนี้ให้เล่าสารภาพความผิดตอนที่อยู่ในแดนมนุษย์นั้นมีสภาพเช่นไรโดยเร็วนายทหารรีบให้น้ำขิงกินเพื่อคืนสติ
เพื่อที่จะสะดวกในการบอกเล่าพูดจา
นายทหาร : ขอรับคำบัญชา
ได้ให้กินแก้หนาวไปแล้ว
หยางเซิง : ขอถามสุภาพสตรีผู้นี้
ไฉนเธอจึงได้ตกมายัง "นรกน้ำแข็ง"
วิญญาณโทษ : เมื่อพูดแล้วมีความอายระคนความแค้น
(ทั้งอายทั้งแค้น) ขณะที่ดิฉันมีอายุ 18 ปีได้ร่วมกับคณะละครรำคณะหนึ่ง
ได้ติดตามคณะออกไปแสดงทั่วทุกทิศ ขณะแสดงนั้นได้มีการแสดงเปลื้องผ้าเป็นประจำเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม
ต่อมาเพราะเหตุกิจการไม่เจริญ คณะละครสลายตัวเลยเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนางทางโทรศัพท์
(โสเภณีชั้นสูง) ถูกเรียกตัวไปรับแขกเป็นประจำ หรือแสดงการเปลื้องผ้าให้แขกชมตามรายการ
ก็เลยรู้จักสนิทกับแขกคนหนึ่งซึ่งเป็นพ่อค้ามีเงินกินอยู่ด้วยกันตามลำพังในฐานะเมียน้อย
ครั้นตกมาถึงตอนอายุ 36 ปี เราสองคนเกิดมีความเห็นขัดแย้งกัน
ก็เลยแยกทางกันไป ในขณะที่คิดไม่ตกเลยกลืนยาพิษฆ่าตัวตาย แล้วก็เลยตกไปอยู่
"เมืองผีตายโหง" ถูกคุมขังอยู่ 5 ปี ต่อมาถูกตัดสินให้เข้ามาอยู่
"นรกน้ำแข็ง" มาจนทุกวันนี้ เป็นเวลา 3 ปีแล้วและยังเหลือโทษอีก
12 ปี จึงจะหมดการลงอาญารับความทุกข์ทรมานยิ่งนัก แต่ละวันโดนทับอยู่ใต้น้ำแข็ง
แม้นขาแข้งชาหนาวเย็นเสียดใจจะสำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว จึงขอเตือนสตรีเพศในโลกมนุษย์
อย่าได้เอาเยี่ยงอย่างดิฉันทีหลงในทางผิดเป็นอันขาด
พัศดี : วิญญาณโทษผู้นี้ ขณะอยู่ในโลกมนุษย์ไม่ประกอบอาชีพทางสุจริต
เลือกแสดงทางระบำลามกเปลื้องผ้าโดยเฉพาะทำลายประเพณีอันดีงาม
เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ไม่ชอบนุ่งห่มเสื้อผ้าตายแล้วต้องถูกตัดสินให้ตกลง
"นรกน้ำแข็ง" ทันที ให้มันหาเสื้อผ้ากันหนาวก็ไม่มีทางจะหาได้
ทำเองรับเอง สมควรแก่โทษแล้ว วิญญาณนี้ยังมีโทษอื่นเหลืออยู่อีก
เมื่อครบกำหนดโทษแล้วต่อส่งต่อไปให้ขุมอื่น ขอให้หญิงในโลกมนุษย์จงจำแบบอย่างจากนี้เถิด
นายทหารรีบนำวิญญาณโทษทั้ง 3 ลงไป
หยางเซิง : ทั่วทั้งนรกหมอกขาวเหมือนควัน
รู้สึกมีความหนาวอยู่บ้าง
อรหันต์จี้กง : นั่นคือการกระจายออกของควันเย็นไอหนาวละ
พัศดี : บรรดาชาวโลกที่ได้รับฝากทรัพย์สินเงินทองจากผู้อื่นแล้ว
จัดการแปรเปลี่ยนอย่างลับๆ หรือโกงเอาเสียเลยหรือเปิดซ่องค้าประเวณี
และไม่ยอมให้หญิงโสเภณีไถ่ตัวหรือผู้ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินควร
สุรุ่ยสุร่าย ดูหมิ่นสินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศของตนที่สวมใส่ต้องเป็นอาภรณ์ที่ส่งมาจากต่างประเทศ
เพื่อที่จะอวดแสดงว่าตัวเองร่ำรวยมีเงิน ไม่รู้จักใช้เงินทองที่เหลือใช้นั้นซื้อสินค้า
เสื้อผ้า - ผ้าห่มแจกจ่ายคนจนให้รอดพ้นในฤดูหนาว หรือพวกสตรีที่ชอบแสดงตัวต่อที่สาธารณะนุ่งกระโปรงสั้น
- เปิดหลัง เจตนาเปิดเผยร่างกายเพื่อยั่วยุให้คนหลงรักนั้น
ไอ้การที่ไม่กลัวหนาว และชอบประดับประดาภายนอกสวยงามเหล่านี้
เมื่อตายลงแล้วตัดสินให้ตกเข้าไป "นรกน้ำแข็ง" ให้มันได้รับรสชาติแห่งความเย็นฉ่ำ
อรหันต์จี้กง : คืนนี้เวลาหมดลง
เราจะกลับสำนักละ
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดี
กับนายทหารที่ให้การแนะนำชี้แจง ลาก่อนละ
พัศดี : ขอนมัสการส่งท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงรีบขึ้นดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้วครับ
ท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง : กลับสำนักได้แล้ว
ถึงสำนักแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม