ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏตัว
ตรัสเป็นกลอนมีความว่า :
เขียนบททรง แต่งตำรา ประกาศธรรม
พระรำพัน สิ่งจริงแท้ ยมโลก
ด่านนรก รับทรงศีล อย่าสะทก
ไม่โกหก มิต้องกลัว ยมบาล
อรหันต์จี้กง
: การท่องนรกในวันนี้เข้ามาเป็นระยะที่สามแล้ว ขุมในแดนนรก
เราสรรหาเยี่ยมชมแต่ที่มีเอกลักษณ์พิเศษของแต่ละสิ่ง ซึ่งแสดงออกถึงการเป็นแบบอย่างของขุมนั้นๆ
เท่านั้นก็พอแล้ว มิเช่นนั้นแล้ว จะเที่ยวชมนรกน้อยให้ทั่วทั้ง
10 ขุม โดยตลอดก็จะต้องใช้เวลาหลายปี ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าต้องการจะให้หนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ออกสู่โลกโดยเร็วเพื่อช่วยกอบกู้ชักจูงมวลมนุษย์
ดังนั้นจึงเลือกชมแต่สิ่งที่มีความสำคัญเท่านั้น เจ้าหยางเซิง
เตรียมท่องนรก รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ขอรบบัญชา กระผมนั่งเรียบร้อยแล้วครับท่านอาจารย์
เริ่มเดินทางได้แล้วละ
..
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ รีบลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : เบื้องหน้ามีหอสูงอยู่หลังหนึ่ง
คล้ายกับสถานที่ปิดประกาศของเมืองมนุษย์ มีกระดาษสีแดงปิดอยู่บนนั้นพวกข้าราชการยมโลกและยมทูตหลายคนรุมล้อมอ่านกันเสียงขรมอยู่
เราจะเดินหน้าเข้าไปดูบ้างว่าในนั้นได้เขียนอะไรไว้บ้าง
อรหันต์จี้กง : ข้ารู้แล้วละ
เจ้าอยากชมก็รีบไปเถิด
หยางเซิง : พวกข้าราชการของยมโลกและยมทูต
เมื่อเห็นเราเดินมา ไฉนแต่ละคนแสดงความหวาดหวั่นประหลาดใจออกนอกหน้า
ต่างก็หลบหลีกไป ?
อรหันต์จี้กง : พวกยมทูต - ข้าราชการเหล่านี้รู้ว่าเจ้าน่ะเป็นคนในแดนมนุษย์
ในกายได้พกพาเทวโองการมา จึงหลบหลีกไม่กล้าละเมิด ดูซิ
กระดาษสีแดงที่ประกาศนั้นเขียนว่าอย่างไรกัน
?
ที่แท้คือเทวโองการของท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ เขียนไว้ว่า :จอมศาสดาแห่งยมโลก
ได้รับเทวโองการจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่มีความว่า ข้าฯ สถิตเบื้องสวรรค์สืบราชสมบัติมาเป็นเวลาสามพันปีแล้ว
ทรงอำนาจสิทธิ์ขาดตลอดเก้าชั้นนรก และหกทางแห่งการเกิดของดวงวิญญาณ
ย้อนทวนจากวิญญาณเดิมลงประทับยังแดนมนุษย์เป็นต้นมา สมัยโบราณกาลนั้น
จิตใจของผู้คนละมุนละม่อม ดวงกมลผุดผ่องบริสุทธิ์ ดังนั้นเมื่อเกิดก็เกิดเป็นมนุษย์
เมื่อตายก็ขึ้นสวรรค์ อันความจริงนั้นไม่มีนรก ตราบมาจนสมัยกลาง
จิตใจคนเริ่มชั่วร้าย ดวงกมลค่อยเคล้าเปื้อนด้วยผงธุลี ความทำนองคลองธรรมเกิดวิปริต
ต่างสร้างกำแพงปิดล้อมก็เลยสร้างนรกขึ้นเอง นอกจากปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
กตัญญู สงวนตัวในทางดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และฝึกตนบำเพ็ญธรรมแล้ว
นอกจากที่กล่าวมานี้แล้ว ทุกๆ คนต้องตกลงในห้วยแห่งเวียนว่ายตายเกิด
ขณะนี้เราได้พบกับโลกที่อุบาทว์ สรรพสิ่งวุ่นวายอึกทึก ใจคอของคนกลับโหดร้ายยิ่งขึ้นก่อกรรมทำชั่วไม่เคยหยุดหย่อน
เฉพาะอย่างยิ่งเพลิงแห่งคาวโลกีย์โหมแรงเหลือหลาย วิญญาณดั้งเดิมแห่งความเที่ยงแท้บริสุทธิ์ของฟ้าดินหลุดร่วงหล่นหาย
โดยสร้างเคราะห์กรรมให้กับตนเองจึงเกิดฆาตเคราะห์เป็นเนืองนิตย์
สวรรค์ท่านมีความเมตตาไม่อาจทนดูมวลชนตกต่ำ จึงประกาศพระธรรมที่เที่ยงแท้
ในขณะที่มนุษย์ก่อกรรมมหาศาล คอยช่วยผู้คนที่มีบุญสุนทาน บัดนี้สำนักธรรมเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เมืองไถ่ตง ซึ่งขึ้นตรงต่อสวรรค์ด้านใต้แห่งชมพูทวีป อำมาตย์กวน
ผู้ได้รับเทวโองการให้เปิดทรงวิญญาณประกาศธรรมเพื่อสืบต่อความเมตตาเอื้ออารีจากท่าน
ขงจื้อ - เม่งจื้อ ในกาลก่อน และรับช่วงธรรมะอันถ่องแท้จากพุทธเต๋าในกาลต่อมา
เผยแพร่ศีลธรรมวัฒนธรรมกอบกู้ โปรดสัตว์ทั่วแผ่นดินมีผลงานที่เฉิดฉายเจิดจ้าข้าฯ
ต้องการที่จะให้ชาวโลกทราบถึงความจริงแห่งเมืองนรกจึงได้มีโองการสั่งให้ไปยังสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเขียนแต่งหนังสือมณีพจน์
"เที่ยวเมืองนรก" ขึ้น สั่งให้ท่านอรหันต์จี้กงนำพา
หยางเซิงนักทรงพู่กันศักดิ์สิทธิ์นำวิญญาณท่องนรกทั้ง 10 ขุมนำเหตุการในการลงโทษของแต่ละขุมเผยต่อมวลชน
และในระหว่างท่องนรกนั้นแสดงออกซึ่งหลักธรรมอันถ่องแท้เพื่อปลิดทำลายทิ้งความงมงายของชาวโลกด้วย
ในระหว่างการแต่งหนังสือ เมื่อท่านอรหันต์จี้กงนำหยางเซิงเสด็จถึงแห่งใดแล้ว
ให้ข้าราชการบริพารของแต่ละขุมทำการต้อนรับช่วยกันเขียนแต่งหนังสือเพื่อที่มณีพจน์เล่มนี้จะได้เสร็จสิ้นแต่เนิ่นๆ
เพื่อทราบเทวโองการแล้วให้ปฏิบัติตาม หากมีการขัดขืนคำสั่งจะถูกทำโทษอย่างมหันต์
จึงประกาศให้ทราบดังกล่าว ณ วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2519 ที่แท้คือเทวโองการของท่านเง็กเสียง
อ๊วงตี่ ให้นรกทุกขุมปฏิบัตินั่นเอง
อรหันต์จี้กง : ใช่แล้ว จะแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" นอกจากมีเทวโองการไปยังแดนมนุษย์แล้ว
แดนนรกก็ต้องออกประกาศเช่นกัน รีบเดินไปข้างหน้าเถิด ไปเยี่ยมคำนับท่าน
ซ่งตี่อ๊วง แห่งขุมที่ 3
หยางเซิง : นรกขุมที่ 3 ห่างไกลจากที่นี่กี่มากน้อยไม่ทราบ
? บนถนนเห็นแต่พวกยมทูตและพวกวิญญาณผีเดินกันไปๆ มาๆ ไม่เห็นปราสาทของขุมเลย
อรหันต์จี้กง : ไม่ไกลนักจะถึงแล้ว
รีบขึ้นบนดอกบัวเถอะ เพื่อประหยัดเวลา
หยางเซิง : เอาละครับ เริ่งเดินทางได้
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
ข้างหน้าคือขุมที่ 3 รีบเข้าไปทำความเคารพท่านยมบาลซ่งตี่อ๊วง
และตุลาการทั้งฝ่ายพลเรือน - ทหาร ได้พร้อมกัน ออกจากปราสาทมาต้อนรับเราแล้ว
หยางเซิง : ขอรับกระผม คำนับมายังท่านซ่งตี่อ๊วงและเทวทูตทั้งหลาย
วันนี้เรารับเทวโองการให้ท่องนรกแต่งหนังสือ ขอได้โปรดให้การแนะนำชี้แจงด้วย
ซ่งตี่อ๊วง : เชิญลุกขึ้นเถิด
มิต้องมีพิธีมากนัก ทราบมานานแล้วว่าสำนักของท่านตั้งใจในการประกาศเผยแพร่ศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์มาก
และได้ชักนำผู้คนบำเพ็ญธรรมจนบรรลุผลบุญเป็นจำนวนมาก รู้สึกเลื่อมใสศรัทธามานานหนักหนา
เชิญท่านทั้งสองเข้ามานั่งพักในปราสาทสักครู่เพื่อพบปะสังสรรค์กัน
หยางเซิง : ขอขอบคุณ ท่านยมบาลที่ชมเชย
กระผมมิอาจกล้ารับด้วยความอาย สำนักของกระผม ภายใต้การนำของท่าน
คู ศิษย์ทั้งหลายร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยสวรรค์ท่านประกาศแนะนำ
ก็เพื่อทำตามหน้าที่ของตนที่พึงมี มิกล้าเอื้อมอาจว่ามีคุณธรรมให้ใหญ่ยิ่งประการใดเลย
อรหันต์จี้กง : ไม่ต้องเกรงใจ
เราเข้าไปพักในปราสาทเถิด
ซ่งตี้อ๊วง : เชิญท่านทั้งสองนั่งตามสบาย
โต๊ะม้าที่ทำด้วยไม้อันหยาบกระด้างนี้ ไม่นุ่มนิ่มเหมือนโซฟาของแดนมนุษย์นายพลรีบถวายน้ำชาท่านทั้งสองเร็ว
นายพล : ขอรับคำบัญชา ท่านทั้งสองเชิญดื่มน้ำชาครับ
หยางเซิง : ขอขอบพระคุณมาก ห้องรับแขกห้องนี้ตกแต่งวิจิตรแบบโบราณ
สะอาดมาก บนฝาผนังมีภาพศิลป์แขวนอยู่มากหลาย อบอวลด้วยบรรยากาศแห่งวรรณคดี
ซ่งตี่อ๊วง : ถูกต้องแล้ว ข้าราชบริพารของขุมนี้จะมาดื่มน้ำชาสังสรรค์ในยามว่างอยู่เสมอๆ
เพราะเหตุว่าข้าราชการในแดนนรกล้วนได้รับการเลือเฟ้นเลื่อนขึ้นมาจากผู้สร้างบุญกุศลของโลกมนุษย์
ดังนั้นจึงอยู่ในสถานที่ที่สะดวกสบายแห่งนี้ได้มิใช่ว่าแดนนรกล้วนแต่มีความทุกข์ทรมานก็หาไม่
แดนนรกก็เปรียบเสมือนคุกตารางของแดนมนุษย์ ผู้ที่รับทุกข์เข็ญล้วนเป็นพวกที่ต้องโทษ
ดังนั้นผู้ช่วยซ้ายขวาของข้าพเจ้าก็เหมือนกับข้าราชการพนักงานในเรือนจำของแดนมนุษย์
เดินเหินก็เป็นอิสระเสรี ด้วยเหตุนี้หากจิตใจไม่ขาดกุศลบุญ
ทำความดีสร้างบุญในแดนมนุษย์เมื่อวิญญาณลอยมาถึงยังยมโลก ข้าพเจ้าก็ต้อนรับด้วยอัธยาศัยที่ดี
ข้อนี้ขอให้ชาวโลกทั้งหลายจงเข้าใจด้วยหากว่าตอนนี้อยู่ในโลกมนุษย์มีความคอชั่วช้าฉ้อฉล
ความประพฤติชั่วร้ายโหดเหี้ยม ไม่ประกอบอาชีพที่สุจริต เมื่อตายแล้วตกมายังแดนนรก
มือต้องร้อยด้วยโซ่เหล็ก หัวต้องใส่ขื่อคา แส้หนังแส้เหล็กเฆี่ยนตี
จะมีความสุขสบายอย่างนี้ได้อย่างไรกัน
อรหันต์จี้กง : วันนี้เราหมดลงแล้ว
เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก ขอบคุณมากที่ท่านยมบาลให้การแนะนำ
วันอื่นมีโอกาสจะได้มาเยี่ยมใหม่
หยางเซิง : ขอขอบพระคุณท่านยมบาล
และท่านนายพลมากที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นดียิ่ง เพราะว่าเวลาจำกัด
เราจะกลับแล้วละ รอลาท่านทั้งหลายครับ
ซ่งตี่อ๊วง : มิต้องมีการคารวะ
ขอส่งท่านทั้งสองหวังว่มาเที่ยวอีกครั้ง
อรหันต์จี้กง : รีบออกจากปราสาทเร็ว
เตรียมตัวกลับสำนัก
หยางเซิง : ฉุกละหุกวุ่นวายมาก
เวลามันน้อยเสียจริงๆ
อรหันต์จี้กง : อย่าได้พูดอะไรมาก
เรารีบออกเดินทางกลับสำนัก
.ถึงสำนักแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม