ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสมีความว่า
:
ทางนรก หวาดหวั่น หนาวสั่นนัก
มิได้พัก ร้องครวญคราง หวั่นไหวจิต
ประพฤติชั่ว เนื่องอารมณ์ เพียงคิดผิด
แม้น้อยนิด ยากปกปิด ในนรก
อรหันต์จี้กง
: กระแสลมหนาวมาเยือนแล้ว อากาศหนาวจัดหาที่เสมอเหมือนมิได้
แต่ศิษย์ทั้งหลายของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งต่างก็ร้อนรนอุ่นอุรา
ไม่มีวี่แววแห่งความหนาวอยู่เลย ทำให้ฉันรู้สึกสะเทือนอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง
หากว่าหนังสือเรื่อง "เที่ยวเมืองนรก" ได้เขียนแต่งสมบูรณ์แล้ว
จะแพร่หลายสืบต่อไปนานนับหมื่นปี ศิษย์ทั้งหลายก็จะรับเกียรติยศชื่อเสียงตลอดกาลไปด้วย
เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรกในวันนี้
หยางเซิง : วันนี้อากาศหนาวจัดมาก
หนทางแห่งยมโลกวิเวกหนาวเย็น ขอให้ท่านอาจารย์ประทานยาทิพย์ให้กระผมสักเม็ด
เพื่อบำรุงกำลังมิทราบว่าอาจารย์จะมีความเห็นประการใด ?
อรหันต์จี้กง : ได้ซิ ฉันจะให้ยา
"ยาวิเศษอุ่นกายบำรุงใจ" เจ้าอีก 3 เม็ด กลืนกินเร็วเพื่อช่วยสร้างพลกำลังอันอบอุ่นสะดวกในการท่องนรก
หยางเซิง : ขอคุณท่านอาจารย์มาก
กระผมกลืนลงแล้วรู้สึกอบอุ่นทั่วทั้งกาย
ได้นั่งลงบนดอกบัวเรียบร้อยแล้ว เชิญอาจารย์เริ่มเดินทางได้แล้ว
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ เจ้าลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ที่นี่เป็นสถานที่ใด
? บันไดหินเบื้องหน้าที่ผู้คนแต่งแบบนายทหารกำลังเดินมา
อรหันต์จี้กง : บนบันไดหินนั้นคือนรกขุมที่
3 เป็นเขตปกครองของท่านยมบาล ข้างบนนั้นเป็นคุกตารางที่ยาวเหยียดไม่มีที่สิ้นสุดรีบเข้าไปทำความเคารพท่านนายทหารเถิด
หยางเซิง : ขอแสดงความคารวะต่อท่านเทวทูตทั้งหลาย
เราศิษย์อาจารย์ได้รับเทวโองการแต่งหนังสือ วันนี่องเที่ยวมายังที่นี่
ขอท่านเทวทูตได้โปรดให้การชี้แจงโดยละเอียดด้วยเถิด
นายทหาร : มิต้องคารวะ ขอเชิญท่านอาจารย์และหยางเซิงเข้านั่งพักข้างในสักครู่
ที่นี่คือที่ทำการควบคุมของคุกทั้งหลาย ซึ่งขึ้นต่อขุมที่
3 ข้างหลังที่ทำการนี้ก็คือคุกต่างๆ
อรหันต์จี้กง : เพราะเหตุว่าเวลาจำกัด
อาตมาว่ามิต้องนั่งพักแล้วช่วยพาหยางเซิงตรวจชมคุกต่างๆ ก็แล้วกัน
นายทหาร : ก็ได้ครับ สำนักของท่านได้รับเทวโองการแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบมานานแล้วและวันนี้ก็ได้รับสาส์นจากท่านอาจารย์ด้วย
ทราบว่าท่านศิษย์อาจารย์จะมาเยี่ยมชมสถานที่นี้ เชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเดินไปทางซ้ายเถิด
หยางเซิง : โอย ! สนามนี้กว้างใหญ่เสียจริงๆ
มีห้องหอที่สร้างด้วยไม้ทั้งนั้น ที่ใกล้ๆ นี้ได้มีเสียงครวญครางกระจายมาข้างหน้ามีคุกอยู่คุกหนึ่ง
ด้านบนนั้นเขียนว่า "แดนควักตานรกน้อย"
นายทหาร : วันนี้นำพวกท่านเยี่ยมชม
"แดนควักตานรกน้อย" เข้ามาในห้องนี้ก่อน ข้าพเจ้าจะไปรายงานให้พัศดีทราบ
พัศดี : ยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง ได้มาเยี่ยมชมถึงที่นี้ข้าพเจ้าจะพาท่านเข้าไปตรวจชมภายในสักพัก
ถ้ามีสิ่งใดไม่เข้าใจก็ขอเชิญท่านหยางเซิงถามได้โดยไม่ต้องเกรงใจ
หยางเซิง : โอย ! นักโทในคุกนี้
ลูกตาล้วนถูกควักออกเลือดสดๆ ไหลพราก แต่ละคนร่ำไห้โหยหวนใช้มือทั้งสองข้างอุบปิดเบ้าตาที่มีเลือดไหลอยู่
โหดร้ายทารุณเสียจริงๆ ชายวัยกลางคนผู้อยู่ด้านซ้ายคนนั้นกำลังถูกยมทูตเอาง่ามเหล็กควักตาอยู่เขาดิ้นรนไม่หยุดยั้ง
ตะโกนด้วยเสียงดังเจ็บปวด ตาข้างซ้ายถูกควักออกเสียแล้วเลยสลบไป
ถูกล่ามติดอยู่กับเสา ได้แต่ก้มหน้าลง ยมทูตก็ควักตาอีกข้างหนึ่งออก
กระผมไม่กล้าดูแล้วการกระทำเช่นนี้ช่างทารุณเสียจริง
อรหันต์จี้กง : หยางเซิง เจ้าอย่าตกใจพูดมากเลย
นี่แหละยมกฎสนองตอบละ ไฉนจึงพาจาไม่สุภาพ ? เสียมารยาทมากไปแล้ว
นายทหาร : เราไม่ว่าอะไรหรอก
ขอให้ท่านหยางเซิงอย่ากังวลใส่ใจเลย มีความข้องใจก็ถามได้
หยางเซิง : ขออภัยในการพูดจาไม่เหมาะสมต่อหน้าพัศดี
และนายทหารด้วย ขอถามท่านพัศดีว่า คุกนรกควักตามีสภาพการลงโทษอย่างไร
? จะอธิบายชี้แจงสักนิดได้หรือไม่ประการใด ?
พัศดี : ได้ครับ บรรดานักโทษที่ถูกตัดสินให้ตกมายังคุกนี้เมื่อตกเข้ามาแล้วล่ามติดอยู่กับต้นเสาเสียก่อน
เสร็จแล้วก็ควักลูกตาทั้งสองข้าง วิญญาณนั้นต้องเจ็บปวดทรมานส่งเสียงหวีดร้องสลบไสลไป
แต่ละวันทำโทษสามครั้ง ก่อนจะทำโทษกก็เอาลูกตายัดใส่กลับที่เดิม
แล้วใช้น้ำคืนชีพล้างเพียงทีเดียววิญญาณโทษก็จะคืนสติขึ้นมาทันที
และแล้วจึงทำการลงโทษอีกหน ทำกันอย่างนี้ถึงจะให้มันรู้สึกความเจ็บปวดทรมาน
หยางเซิง : มิทราบว่าต้องโทษประการใดจึงต้องตกมายังคุกนี้
?
พัศดี : ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษเล่าเรื่องของตัวเอง
ที่จะสะท้อนความจริงออกมาดีกว่า ให้นายทหารเอาลูกตาใสึคืนให้วิญญาณสามตนที่อยู่ข้างหน้านี้
รดน้ำคืนชีพให้เพื่อให้เล่าแจ้งแถลงไขถึงบาปที่ตนก่อไว้ในโลกมนุษย์
ลงในหนังสือธรรมเพื่อปลอบเตือนชาวโลก
นายทหาร : ได้ทำตามคำบัญชาแล้วครับ
วิญญาณตนนี้ให้เล่าก่อนว่า ตอนมีชีวิตอยู่ได้ทำผิดอย่างไรต่อท่านมนุษย์ผู้นี้
? และสภาพการถูกทำโทษภายหลังจากตายลงแล้ว โดยให้ท่านหยางเซิงทำการขยายความในใจของเจ้าแทน
เพื่อปลอบเตือนชาวโลก
วิญญาณโทษ : โอย ! โอย ! ตาฉันเจ็บปวดแสนที่จะทรมานจนทนไม่ไหว
จะให้ฉันพูดอะไรเล่า
พัศดี : นายทหาร ให้น้ำมนต์ชะล้างเร็ว
เพื่อให้มันสงบลง
อรหันต์จี้กง : มิต้อง ดูฉันแสดงอิทธิฤทธิ์เถิด
..
วิญญาณโทษ : บัดนี้สบายขึ้นบ้างแล้ว ขอบคุณพระรูปนี้ช่วยแก้ไขมาก
ฉันตอนมีชีวิตอยู่นั้นมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองมาก เพราะว่าฉันได้เรียนสำเร็จจากมหาวิทยาลัยและเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย
ดังนั้นจึงดูแคลนพวกคนจนและพวกมีการศึกษาน้อยใช้อารมณ์ท่าทียะโสใส่ผู้อื่น
ใช้สายตาที่ไม่ยี่หระเมินเฉยใส่ผู้อื่นเป็นประจำ เมื่ออยู่ในแดนมนุษย์แม้จะเสพสุขอย่างผู้ดีรวยเงินคบค้าสมาคมกับพวกมีอำนาจราชศักดิ์
เมื่อตายลงแล้วได้ถูกยมบาลตัดสินลงโทษโดยตัดสินว่าฉันมีสายตาสูงเกินควร
ดูถูกชนธรรมดาทั่วไป ว่าฉันเป็นคนที่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ฉันมาอยู่คุกนี้ได้สองปีกับสามเดือนเศษและยังเหลือโทษอีกสองปีกว่าจึงจะพ้นโทษ
แต่ว่าตอนมีชีวิตอยู่นั้นยังทำความผิดอีกมาก เมื่อพ้นออกจากคุกแล้วอนาคตจะโชคร้ายมากกว่าโชคดีขอนักบุญผู้นี้ได้โปรดตักเตือนชาวโลกให้มากๆ
หน่อย ผู้ที่มีเงินรวยอำนาจอย่าได้เป็น "ตาสุนัขมองคนต่ำ"
ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นเป็นประจำนั้น เมื่อตายลงแล้วก็จะต้องรับผลเช่นเดียวดังตัวฉันนี่แหละ
เชิญท่านนักบุญช่วยขอท่านยมบาลลดโทษให้ฉันด้วย
หยางเซิง : ขอถามท่านนายทหาร
วิญญาณโทษตนนี้ได้ร่วมมือด้วยการบอกเล่าความเป็นไปแห่งความผิดและช่วยตักเตือนชาวโลกถือว่ามีความชอบอยู่บ้าง
จะลดหย่อนผ่อนโทษให้เขาจะได้หรือไม่ประการใด ?
นายทหาร : กระผมไม่มีอำนาจ
พัศดี : เรื่องนี้ข้าพเจ้าจะกลับไปรายงานต่อเจ้านาย
คิดว่าคงจะลดให้มันได้บ้าง รีบคุกลับไปเร็ว แล้วพาอีกสองตนออกมาพร้อมกัน
ให้สารภาพถึงเหตุการณ์ความผิดที่ตนก่อไว้
นายทหาร : ขอรับคำบัญชา ได้คุมสองคนใหม่ออกมาแล้วและได้ให้น้ำมนต์ล้างสะอาดแล้ว
ล้วนได้กลับเป็นอิสระกันแล้วให้ผู้อยู่ด้านขวานี้สารภาพการทำความผิดตอนอยู่ในโลกมนุษย์อย่างเปิดเผยก่อน
ต่อท่านหยางเซิงแห่งเมืองมนุษย์
วิญญาณโทษ : กระผมอยู่ในเมืองมนุษย์ชอบเรื่องผู้หญิง
โลกมนุษย์ในปัจจุบันนี้มีสารพัดสิ่งแปลกประหลาดนับไม่ถ้วน
นอกจากชอบแอบดูสาวและหญิงข้างบ้านอาบน้ำแล้ว ยังเคยถูกเพื่อนพาไปดูหนังลามก
ยังที่แห่งหนึ่งภายในบ้านที่ซอมซ่อโกโรโกโสหลังจากนั้นแล้วจึงติดใจเป็นอย่างยิ่ง
โดยออกค้นหาความตื่นเต้นกระตุ้นประสาทด้วยตนเอง เมื่อเร็วๆ
นี้ได้มีเพื่อนชักนำไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีแม่สื่อจัดการเอานางทางโทรศัพท์มาแสดงระบำเปลือยกายมาหาความสนุก
เมื่อปีก่อนนี้กระผมตายเพราะอุบัติเหตุรถ วิญญาณตกถึงยมโลกซึ่งเป็นวาระของอายุขัยหมดลงจึงถูกยมบาลตัดสินให้เข้ามายัง
"นรกควักตา" แต่ละวันรับการทรมานจากการควักตาอย่างเจ็บปวดยิ่ง
สภาพที่อเนจอนาถนี้ลูกหลานในแดนมนุษย์ไม่มีใครรู้ด้วยเลย จะสำนึกตัวเสียใจก็สายเสียแล้ว
ขอท่านนักบุญผู้นี้เมื่อกลับไปยังโลกมนุษย์แล้วให้ประกาศตักเตือนให้ชาวโลกทราบว่า
ที่กระทำอยู่ในแดนมนุษย์นั้น อย่าคิดว่าปิดบังผีสางเทวดาได้
หารู้ไม่ว่าเมื่อตายลงแล้วฉายต่อกระจก (กรรม) วิเศษ ความเลวร้ายน่าอัปยศต่างปรากฏออกโดยสิ้นเชิง
นายทหาร : อ้ายแก่ไม่มียางอาย
อ้ายเฒ่าตัณหากลับ ตอนอยู่ในโลกมนุษย์มีเงินติดตัวอยู่บ้างไม่รู้จักเก็บไว้ให้ดี
เพื่อใช้กินในวัยชราจนหมดอายุขัย
กลับไปรักชอบเรื่องต่ำช้าเจาะจงในเรื่องลามก ลูกตาไร้ศีลธรรม
ดังนั้นจึงต้องตกลงในนรกควักตาออกมาล้างให้สะอาด เปลี่ยนตัววิญญาณโทษข้างซ้ายนี้อีกตน
รีบเล่าเรื่องตอนมีชีวิตอยู่ได้ทำความชั่วอะไรบ้าง
วิญญาณโทษ : ผมถูกตัดสินมานรกนี้
ความชั่วที่ทำไว้คือระหว่างเป็นนักเรียนอยู่เคยทำการคดโกงด้วยกลอุบายแอบดูคำตอบของผู้อื่นและหนังสือ
กับชอบอ่านหนังสือพวกลามก ภาพโป๊และหนังสือลามกต่างๆ เมื่อตายลงแล้วถูกยมบาลตัดสินให้มาลงโทษที่คุกนี้
ผมถูกทำโทษมาครึ่งปีแล้วยังเหลือโทษอีกสามปีเศษจึงจะพ้นออกจากคุก
หยางเซิง : นั่นน่ากลัวเสียจริงๆ
กระผมตอนเรียนหนังสืออยู่นั้น เวลาสอบก็เคยลักดูคำตอบของผู้อื่นแต่ไม่ได้ถูกครูอาจารย์จับได้
เมื่อตายลงแล้วต้องมาถูกลงโทษที่นี่ด้วยหรือไฉน ?
อรหันต์จี้กง : การคดโกงด้วยกลอุบายก็ผิดระเบียบของโรงเรียนอยู่แล้ว
แต่เจ้าไฉนจึงต้องหวาดหวั่น สวรรค์ท่านมิลงโทษผู้ที่สำนึกตัวในความผิด
เจ้าได้สละตนเข้าอยู่ในสำนักทรงเจ้าทำการแพร่ธรรมช่วยมวลชน
เป็นทูตแห่งสวรรค์ มีบุญกุศลยิ่งใหญ่มหาศาลเอาความดีชดเชยความเลว
ย่อมไม่ต้องมาที่นี่โดยปริยาย
พัศดี : นยทหรรบคมวิญญาณโทษกลับเข้าคุกไปเร็วมีสิ่งใดบกพร่อง
ขอท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงโปรดอภัยด้วย
หยางเซิง : ที่ไหนได้ !
พัศดี : บรรดผคนในแดนมนุษย์ที่มีสายตาไม่บริสุทธิ์ชอบมองแต่ผู้หญิง
หนังสือลามก หรือชอบมองคนด้วยสายตาเหยียดหยาม และไม่ชอบหน้าเหล่านี้
เมื่อตายลงแล้วต้องตกลง "นรกควักตา" รับการทำโทษ
หากอ่าน "เที่ยวเมืองนรก" แล้วสำนักกลับตัวใหม่และตั้งอธิษฐานพิมพ์แจกหนังสือนี้ช่วยเหลือกอบกู้ชาวโลก
เมื่อนั้นโทษทางนี้ก็จะได้ลบล้างสูญไป
อรหันต์จี้กง : วันนี้เวลาดึกมากแล้ว
เราศิษย์อาจารย์จะกลับกันแล้วขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหาร
เจ้าหยางเซิงจงรีบกล่าวคำขอบคุณต่อท่านทั้งสอง และออกจากคุกเตรียมตัวกลับสำนัก
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การแนะนำชี้แจง
ขอลาละครับ
พัศดี : ขอนมัสการส่งท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิง
อรหันต์จี้กง : หยางเซิงรีบขึ้นดอกบัวเร็ว
เตรียมกลับสำนัก
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม