ท่าอรหันต์จี้กงเสด็จปรากฏกาย
ตรัสเป็นกลอนมีความว่า :
กามตัณหา แผ่ขยาย อนาถนัก
โทษฐานนั้น ร้ายแรงยิ่ง ดุจสิงห์เสือ
ขอฝากเพื่อ ผู้ลุ่มหลง กามล้นเหลือ
หากไม่เบื่อ ลดและเลิก กรรมตามทัน
อรหันต์จี้กง
: หนทางแห่งแดนมนุษย์ขรุขระกันดาร ผู้บำเพ็ญธรรมต้องผจญกับยักษ์มารครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้ใดหนอสามารถขึ้นสู่สวรรค์โดยปราศจากการขวางกั้น ตั้งจิตใจให้แน่วแน่
แม้จะตายก็ไม่คลาย ถึงจะสังเวยพลีกายในทางธรรม แต่ดวงวิญญาณได้สถิตสู่สุดยอด
ยิ่งประสบอุปสรรคยิ่งต้องพยายาม ขบกรามให้แน่น ไม่หวั่นเกรงต่อยักษ์มารทั้งหลาย
ปราชญ์โบราณท่านกล่าวไว้ "เห็นสิ่งแปลกประหลาด แต่ไม่รู้สึกว่าประหลาด
สิ่งประหลาดนั้นก็จะดับไปเอง คือเมื่อเห็นผี แต่ไม่กลัวผี
ผีนั้นจะหายตัวไปเอง" หนทางขรุขระขวางกั้น จงชูดาบซึ่งเปี่ยมด้วยปัญญาฟันฝ่ากลุ่มเส้นไหมอันยุ่งเหยิงให้มันขาดกระจุยไปเลยเมื่อผ่านพ้นความหนาวอันจับใจไปแล้ว
ก็ต้องได้ดอกเหมยหอมที่จับจิตอย่างแน่นอน การท่องนรกในวันนี้เตรียมตัวได้แล้วเจ้าหยางเซิงจงปลุกประสาทให้พร้อมเพรียง
- กระฉับกระเฉงขึ้นหนทางนี้เลิศล้ำมิใช่ธรรมดา เมื่อสามารถบรรลุถึงปลายทาง(สุดทาง)
แล้ว จึงสมกับคำว่า "ผู้อดทนในทางธรรม"
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ปลอบโยนตักเตือนต่างรู้ตัวว่ากรรมหนักแต่ไม่แสวงบำเพ็ญเพียร
ยากจะรอดพ้นจากการรังควานของพวกมารปีศาจ ขอท่านอาจารย์วางใจเถิดกระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
ตามท่านอาจารย์ท่องนรก
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ รีบลงจากดอกบัวเร็ว
วันนี้เราศิษย์อาจารย์จะเที่ยวชม "แดนนรกเหล็กขูดหน้า"
หยางเซิง : อ้อ ! พัศดีกับนายทหารได้ออกมาอยู่ข้างหน้าแล้วขอแสดงความคารวะต่อท่านเวทูตทั้งหลาย
กระผมคือศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง วันนี้ท่านอาจารย์ได้นำเยี่ยมชมคุกนรกของท่าน
เพื่อเขียนลงในหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" ปลอบกล่อมกอบกู้ชาวโลกเพื่อให้ทราบถึงเหตุการณ์แต่ละคุกแห่งยมโลกที่ลงโทษทัณฑ์ต่อพวกนักโทษ
ขอท่านเทวทูตทั้งหลายได้โปรดให้ความสะดวกด้วย
พัศดี : ที่ไหนได้ ท่านเกรงใจมากเกินไปแล้วมิต้องคุกเข่ารีบลุกขึ้นเถิด
ขอต้อนรับท่านกับท่านอาจารย์ที่มาเยี่ยมชมคุกนี้เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปตรวจชมภายใน
นายทหาร : คุกนี้คือ "นรกเหล็กขูดหน้า"
ที่ลงโทษผู้คนในแดนมนุษย์ที่ไม่รู้จักเรื่องเหนียมอาย ไม่ถนอมรักหน้าตา
(ไม่รักเกียรติ)เชิญท่านทั้งสองรีบเข้ามา
หยางเซิง : ที่หน้าคุกยมทูตหัวควายหน้าม้าต่างคุมตัววิญญาณโทษมากหลาย
มีทั้งหญิงทั้งชาย ต่างวัยต่างอายุ แต่ละคนคอพับคอตกถอดหายใจระทดระทวย
สีหน้าประหวั่นพรั่นพรึงถูกคุมอยู่ข้างประตูคุกก่อน เพื่อทำการรายงานตัว
และแล้วจึงถูกคุมเข้าไปในคุกติดต่อกันไป
อรหันต์จี้กง : ไม่ต้องดูให้มาก
รีบตามพัศดีกับนายทหารเข้าไปชมดูภายใน
หยางเซิง : โอ้โฮ!! เสียงตะเบ็งอย่างเจ็บปวดส่งมาจากภายในห้องข้าง
นักโทษแต่ละคนถูกล่ามติดอยู่กับเสาเหล็ก
ยมทูตหน้าควายกำลังจัดการลงโทษ ใช้มีดเหล็กหรือมีดทองเหลืองขูดเอาผิวหน้าคนออก
ราวกับว่าการขูดผิวหนังหมูออกในโรงฆ่าสัตว์ฉันนั้น วิญญาณโทษแต่ละตนส่งเสียงร่ำไห้อย่างเจ็บปวดเวทนา
เห็นแต่เลือดเนื้อเกรอะกรังไปหมด ส่งเสียงหวนไห้น่าสังเวช
เปรอะเปื้อนเลอะเทอะไปทั่วหน้า เมื่อผิวหนังถูกขูดออกแล้ว
บนหน้าเห็นแต่เนื้อสีแดงช้ำๆ เละๆ ลักษณะทารุณมาก ขอถามท่านพัศดี
พวกวิญญาณโทษเหล่านี้ทำกรรมชั่วอะไรบ้าง ? ไฉนจึงถูกตัดสินให้มารับโทษที่นี้
?
พัศดี : มันพูดยากครับ ข้าพเจ้าจะเรียกมันออกมาสัก
2-3 คน ให้ท่านถามมันเองจะรู้ละเอียดกว่า
หยางเซิง : อย่างนี้ก็ยอดเลยครับ
จะได้มีหลักฐานให้พิสูจน์ได้
นายทหาร : วิญญาณตนนี้ออกมาเร็ว
นำเอาการทำชั่วเมื่อตอนอยู่แดนมนุษย์ สารภาพให้ชาวโลกมนุษย์หยางเซิงผู้นี้ฟัง
หยางเซิง : ขอถามท่านสุภาพบุรุษผู้นี้
ที่ตกลงมายังคุกนรกนี้ด้วยเหตุใดมิทราบ ?
วิญญาณโทษ : เพราะเหตุว่าผมกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก
จึงรับการศึกษาน้อย เป็นลูกจ้างเขา รู้สึกลำบากมาก ใจก็คิดว่าสู้เปลี่ยนอาชีพเป็นขอทานดีกว่า
หากสามารถขอได้บ้านละเหรียญแต่ละวันยื่นมือขอได้ร้อยบ้าน ก็จะยังชีพได้
ไม่ต้องลงทุนงานก็เบา แต่รูปร่างผมมันล่ำสันแข็งแรงเกรงว่าผู้คนเขาจะไม่ยอมทำทานให้
ดังนั้นจึงทำการอดอาหารสักสองเดือนก่อนแต่ละวันกินเพียงข้าวต้มกับน้ำ
ร่างกายก็กลายเป็นผอมแห้งอ่อนแอดังคาดหมาย แล้วก็ใช้ดินทรายทาหน้า
ใส่เสื้อขาดวิ่นแกล้งทำเป็นขาเสีย (พิการ) ออกขอเงินทั่วทุกทิศ
ขอความเมตตาจากผู้คน และพร่ำพูดถึงความคับแค้นน่าสงสารของตนเองว่าไม่มีพ่อแม่พี่น้อง
ขาก็พิการ หลายคนเขาเห็นสภาพแล้วก็สงสารให้เงินด้วยเหตุนี้แต่ละเดือนก็ได้เงินถึง
4-5 พันกลับไปยังบ้าน แอบภูมิใจตัวเองได้เงินโดยง่ายๆ พอตกกลางคืนก็เปลี่ยนใส่เสื้อใหม่
ไปดื่มกินอย่างไม่อั้นตามเหลาตามร้าน หรือเข้าไปหาความสุขในเขตคาวโลกีย์
และบ่อยครั้งไปดื่มกินเสพสุรายังภัตตาคาร โรงแรม ต่อมาใจนึกอยากได้เงินมากต้องเค้นขอเงินจากผู้อื่นให้มากขึ้น
ถ้าให้เหรียญเดียว ถึงสามเหรียญ ก็จะไม่รับ อย่างน้อยที่สุดต้องสิบเหรียญ
จึงมีบ่อยครั้งโดนผู้ให้ทานที่ขี้เหนียวแช่งด่าเสียหายไปเลยเมื่อตายลงแล้วถูกยมบาลตัดสินให้เข้ามาในคุกนี้รับการลงโทษทำโทษด้วยการขูดหน้านั้น
เจ็บปวดทรมานยิ่งนัก จะสำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว
พัศดี : ไอ้เวร ! พูดถึงคนนี้
ชาติก่อนไม่ทำความดี เกิดมาในครอบครัวที่อับโชคโดยไม่คิดว่าอาศัยความหนุ่มแน่นแข็งแรงทำงานเลี้ยงชีพ
แต่กลับแกล้งทำเป็นคนพิการ ทำหน้าด้านไปขอทานกิน ผู้ที่มีความทรนงนั้น
ไม่ตกถึงขั้นสิ้นไร้ไม้ตอก ใครเล่าที่จะบากหน้าไปยื่นมือขอเขากิน
? และนี่ยังทำมากกว่านี้อีก ยังถลุงเงินทองที่ได้มาจากการขอทานไปใช้ในสถานที่เริงรมย์ด้วย
ผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์ใหญ่หลวงยิ่ง เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ไม่รักหน้า
(คือหน้าด้าน) ตายลงแล้วก็ให้มันไม่มีหน้าไปเลยโดนทำโทษขูดหน้า
ชาวโลกจงจำไว้เป็นที่เตือนใจกลับเข้าไปในคุกโดยเร็ว ! ข้าพเจ้าจะเรียกวิญญาณออกมาอีกตนหนึ่ง
ท่านหยางเซิงจะถามอีกก็ย่อมได้
หยางเซิง : ขอบคุณท่านนายทหารมาก ขอถามสุภาพบุรุษผู้นี้ฉันมองดูท่านแล้วอายุก็เพียง
30 ปีเศษ ไฉนจึงตายลงตอนอายุยังน้อยเช่นนี้ ? แล้วยังถูกตัดสินให้มาลงโทษในคุกนี้อีก
?
วิญญาณโทษ : พูดแล้วเป็นที่อับอายขายหน้า ข้าผู้น้อยทำให้เสี่อมเสียถึงบรรพบุรุษด้วย
เมื่อตอนฉันมีอายุ 17-18 ปีเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายนั้น ได้นัดกับเพื่อนฝูงไปเที่ยวที่สวนสาธารณะเสมอๆ
พบเห็นหญิงสาวก็จะต้องเข้าหยอกล้อจีบเล่นหรือกล่าวคำต่ำช้าสามานย์
โดนผู้หญิงแช่งด่า "ไอ้จิ๊กโก๋" แล้วในใจกลับทวีความสนุกสนาน
บางครั้งอยู่ที่เปลี่ยวมืด ก็ฉวยโอกาสลวนลามผู้หญิง หรือพุ่งเข้าสวมกอดผู้หญิงโดยเธอไม่ทันรู้ตัว
หรือบางครั้งขี่จักรยานเฉียดไปก็เอื้อมมือไปจับต้องตัวผู้หญิง
และเคยข่มขืนหญิงสาวคนหนึ่ง แม้ว่าตอนนั้นมิได้ถูกตำรวจจับไปดำเนินคดี
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างขี่จักรยานอยู่ได้ใช้กลเก่าอีก
คือเอื้อมมือไปทำการมิดีมิร้ายนั้น หญิงผู้นั้นร้องตะโกนลั่นขึ้น
ฉันเกิดความกลัวลนลานจักรยานที่ขี่อยู่เลยตกลงไปในคูน้ำถึงแก่ความตาย
ท่านยมบาลพิโรธมากหาว่าฉันไม่ละนิสัยชั่วร้ายเลยหักอายุขัยไป
10 ปี ต่อมาก็ตัดสินให้ตกเข้ามารับความทรมานในคุกนี้ ถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา
5 ปีเศษแล้ว และยังเหลือโทษอีก 13 ปีจึงพ้นจากคุก นอกนั้นยังมีความผิดอย่างอื่นอีก
ต้องส่งให้ขุมอื่นพิจารณาตัดสิน เป็นเรื่องน่าอนาถใจยิ่ง ขอให้ท่านหยางเซิง
(นักบุญ) ผู้นี้ทำการแทนตัวฉัน ขอร้องยมบาลลดโทษให้ฉันบ้างเถิด
พัศดี : อย่าพูดมาก ใครใช้ให้เองประพฟติเหลวแหลกไม่สำรวมตัวในแดนมนุษย์เล่า
ไม่รู้กระทั่งความเหนียมอายมารยาท คุณธรรมต่างๆ การบ้ากามนับเป็นสิ่งที่สุดยอดของความชั่วร้ายทั้งหลาย
สมควรที่ได้โทษสนองแล้ว เสียเวลาที่ได้ร่ำเรียนไปเปล่าๆ ทำให้อับอายถึงพ่อแม่
เมื่อเป็นมนุษย์ไม่รักหน้า ตายแล้วก็ต้องรับการสนองแบบนี้
ส่วนโทษที่ไปข่มขืนเขา เมื่อหมดโทษทางนี้แล้ว จะส่งไปขุมอื่นลงโทษอย่างหนัก
นายทหาร ! รีบคุกวิญญาณนี้เข้าห้องขังไป
นายทหาร : ขอรับคำบัญชา
อรหันต์จี้กง : เวลาดึกมากแล้ว
เราศิษย์อาจารย์เตรียมกลับสำนักเจ้าหยางเซิงออกจากคุกไปกันเถอะ
พัศดี : สิ่งใดที่บกพร่อง ขอท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงโปรดให้อภัยด้วย
หยางเซิง : มิกล้า ! ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีและนายทหารที่ช่วยเหลือในหน้าที่แต่งหนังสือของเรา
ขอลาท่านทั้งสองละ
อรหันต์จี้กง : รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
ท่านอาจารย์กลับสำนักได้แล้ว
อรหันต์จี้กง : สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว
วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม