ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
ทำการค้า ให้ใหญ่โต กำไรดี
ไม่กดขี่ ไม่คดโกง เจริญได้
การพนัน ผิดศีล นั้นจริงไซร้
เสียหรือได้ ไม่พึงกล่าว เป็นถาวร
อรหันต์จี้กง : เวลาท่องนรกในวันนี้ ได้เวลาแล้วเต้าหยางเซิงรีบขึ้นดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา เชิญท่านอาจารย์เริ่มออกเดินทางได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้ว ลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : เบื้องหน้าคือ "นรกตัดเอ็นแทะกระดูก"
บนประตูคุกได้เขียนบ่งไว้แล้ว พัศดีและนายทหารก็ได้ออกมาต้อนรับเราแล้ว
ขอแสดงความเคารพต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลายข้าพเจ้าหยางเซิงผู้เป็นศิษย์ได้ตามท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่าน
ขอได้โปรดให้ความสะดวกด้วยเถิด
อรหันต์จี้กง : อาตมาพาหยางเซิงมายังคุกของท่านในวันนี้ศีลธรรมโลกมนุษย์ตกต่ำมาก
นิยมแต่วัตถุเลยขาดการบำเพ็ญปลูกฝังจิตใจใฝ่ทางธรรม ต่างละโมบต่อทรัพย์สินเงินทอง
โดยไม่เลือกที่จะหามาด้วยวิธีใดๆ ทั้งสิ้นขอให้ได้เงินมาก็แล้วกัน
จะไม่มีการคำนึงถึงธรรมนองคลองธรรมและจิตสำนึกที่ดีงาม? ที่พูดว่า
"จิตสำนึกที่ดีงามนั้นไม่มีราคาค่างวด" นั้นเป็นที่น่าอนาถใจยิ่ง
เนื่องสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตงแห่งชมพูทวีปได้รับเทวโองการ
รับการประทับทรงประกาศธรรม เพื่อที่จะกู้คืนจิตใจที่เสื่อมทรามลงของผู้คน
สร้างแต่งหนังสือธรรมเป็นการปลอบเตือนชาวโลก มีผลงานที่โชติช่วงรุ่งโรจน์มาก
จึงได้รับคำชมเชยจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ โดยประทานเทวโองการให้แต่ง
"เที่ยวเมืองนรก" เป็นกรณีพิเศษ ให้อาตมาพานายหยางเซิงท่องชมยมโลก
เก็บเอาความจริงในนรกไปเผยแพร่ให้ชาวโลกรับทราบวันนี้มาเที่ยวชมคุกของท่าน
ขอให้ได้ให้ความชี้แนะด้วย
พัศดี : ท่านอาจารย์พูดได้หนักแน่นมาก
ท่านทั้งสองตรากตรำลำบาก การรับเทวโองการแต่งหนังสือนั้น เราได้รับสาส์นแจ้งเหตุแล้ว
เข้าใจดีโดยตลอด เชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าไปตรวจชมภายในเถิด
หยางเซิง : พวกยมทูตช่างทารุณเสียจริงๆ
ใช้มีดอันคมกริบตัดฟันมือนักโทษให้ขาดลง แต่ละตนหวีดร้องเสียงแหบแห้งแต่ร่างกายผูกมัดอยู่ติดกับหลัก
จึงไม่สามารถดิ้นหลุดได้
พัศดี : คุกนี้คือ "แดนตัดเอ็นแทะกระดูกนรกน้อย"
ยมทูตใช้มีดตัดฟันเอ็นบนมือนักโทษให้ขาดก่อน แล้วก็แทะเอาเนื้อที่ติดกระดูกนั้นออก
โยนให้พวก "สุนัขเหล็ก" กิน ต่อจากนั้นจึงแทะกระดูกมือให้ขาด
การรับโทษชนิดนี้ทรมานยิ่งนัก
หยางเซิง : กระผมเห็นแต่ละวิญญาณโทษล้วนถูกลงโทษจนมีอาการสลบไสล
สุนัขดำที่อยู่ข้างๆ ก็ขบกิน เนื้อมือที่ถูกขูดออกสุนัขในโลกมนุษย์มักจะหากินแทะกระดูกก้างปลาตามใต้โต๊ะ
แต่สุนัขที่กินเนื้อคนเพื่อยังชีพนั้น ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย
ขอถามท่านพัศดีว่าสุนัขดำเหล่านี้มาจากแห่งใด?
พัศดี : พวกนี้เรียกว่า "สุนัขเหล็ก"
มีเฉพาะในยมโลกเจาะจงกินแต่เนื้อมนุษย์ยังชีพ เพราะเหตุว่ามันไม่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์จึงเรียกว่า
"สุนัขเหล็ก" หากเป็นสุนัขของโลกมนุษย์ก็มีวิญญาณจิตผ่องใสมาก
ดูแลเฝ้าบ้านและสัตย์ซื่อต่อมนุษย์ ปัจจุบันชาวโลกมักจะเลี้ยงสุนัขที่มีชื่อเสียงราคาแพง
ความเป็นอยู่ก็เหมือนกับมนุษย์ จนขนาดนอนร่วมกับเจ้าของผู้เลี้ยง
แต่สุนัขในแดนนรกมีความแตกต่างกันมาก เพื่อที่จะลงโทษผู้ที่ไร้จิตใจของมนุษย์
ที่ไม่มีศีลธรรม ดังนั้นในยมโลกจึงเลี้ยง "สุนัขเหล็ก"
เพื่อกินเนื้อของมันอันนี้เป็นการ "สนองตอบ" ที่เรียกว่า
"ใจหมา" นั้นก็คืออันนี้แหละ
หยางเซิง : ท่านพัศดีพูดเข้าทีมาก
มนุษย์ที่ไม่มีจิตใจซื่อสัตย์และคุณธรรมแล้ว เลวยิ่งกว่าสุนัขนี้อีก
ดูพวกวิญญาณโทษที่โดนทำโทษอย่างน่าเวทนานี้ มิทราบว่าทำผิดในโทษฐานใดๆ
อรหันต์จี้กง : ฉันจะใช้ผ้าโบกให้
2-3 ตนตื่นขึ้น เพื่อสะดวกในการให้ตนเองเล่าเรื่องบาปที่สร้างไว้
ดูข้าฯแสดงความปาฏิหารย์
..
หยางเซิง : แต่ละตนฟื้นคืนสติขึ้นมาจริงๆ
ด้วย กลับคืนตัวเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ขึ้นแล้ว
พัศดี : ข้าพเจ้าจะปลด 3 ตนออก
ให้สารภาพต่อท่านหยางเซิง เพื่อลงพิมพ์ใน "เที่ยวเมืองนรก"
ให้วิญญาณโทษตนนี้รีบสารภาพบาปกรรมที่ทำไว้ในแดนมนุษย์มีอะไรบ้าง
จึงตกลงมายังคุกนี้รับการลงโทษ
วิญญาณโทษ : ฉันจะพูด ฉันจะพูด
ช่างทุกข์ทรมานเสียจริงๆ แต่ลูกหลานของฉันไม่รู้ว่าฉันมาถูกทรมานที่ยมโลก
คิดว่าตายแล้วก็แล้วกันไป ตอนฉันมีชีวิตอยู่นั้นฉันทำการค้าขายผัก
ด้วยความโลภอยากได้เงินมาก ก็เลยเล่นลูกไม้บนตาชั่ง เช่นชั่งหนึ่ง
(ของจีนมีสิบหกตำลึง) ก็ชั่งให้เพียง 12 ตำลึง ต่างๆ นานา
ในชีวิตการค้าขายมีการ "ลักตัดน้ำหนัก" เสมอๆ แม้ว่าเคยได้ยินผู้คนพูดว่าการค้าขายควรตั้งอยู่ในทางยุติธรรมสุจริต
ลักตัดไปครึ่งชั่งชาติหน้าต้องชดใช้ให้ 8 ตำลึง แต่ฉันก็ถือว่าเป็นลมโบกโชยผ่านหูเท่านั้น
ไม่มีการสำนึกในจิตที่เป็นธรรมแม้แต่น้อย หารู้ไม่ว่าเมื่อตายลงแล้ววิญญาณตกมายังยมโลก
ต่อหน้ากระจก (กรรม) วิเศษฉายเอาความทุจริต ปรากฏมาอย่างชัดแจ้งแจ่มใสถูกยมบาลขุมที่
4 ตัดสินให้ตกเข้า "นรกตัดเอ็นแทะกระดูก" มีกำหนด
10 ปี ทุกๆ วันโดนทำโทษจากการตัดเอ็นแทะกระดูกมือทั้งสองข้างโดนยมทูตเฉือนตัดดังผักปลา
จะสำนึกได้ก็สายเสียแล้ว พ่อค้าแม่ค้าที่แดนมนุษย์ต้องค้าขายโดยสุจริตมีคุณธรรมอย่าเห็นแก่ได้เล็กได้น้อยชั่งตวงไม่ยุติธรรม
แดนนรกจะลงโทษอย่างหนักมิผ่อนคลายอภัยให้ยมบาลท่านเกลียดคนชนิดนี้ยิ่งนัก
จึงลงโทษเป็นพิเศษ ยมทูตก็ไม่ปราณี เมื่อสำนึกได้ก็สายเสียแล้ว
พัศดี : ใครใช้ให้แกเล่นลูกไม้ในตาชั่งเล่า
? เวลานี้แดนนรกให้ยมทูตช่วยซ่อมความป่วยไข้ของมือทั้งสองข้างของแกแล้วละ
ให้ตนที่ 2 รีบเล่าเรื่องของตนเองที่ทำการไม่สุจริตในแดนมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแดนมนุษย์ฟัง
วิญญาณโทษ : ขอรับคำบัญชา เนื่องจากฉันอยู่ในแดนมนุษย์มีฐานะความเป็นอยู่ไม่สู้ดี
และก็ไม่ได้รับการศึกษาด้วย ก็เลยยึดอาชีพรับซื้อของเก่า แต่ละวันขี่สามล้อเก่าๆ
คันหนึ่ง เที่ยวออกรับซื้อของโบราณ เศษเหล็ก เศษกระดาษไปทุกทิศ
เพราะเหตุเคยได้ยินพวกเดียวกันพูดว่า จะรับซื้อพวกเศษทองเหลืองของเก่า
ถ้าซื้อตามน้ำหนักจริงแล้ว จะมีผลกำไรน้อยต้องเล่นลูกไม้บนตาชั่ง
คือเล่นกลกับตาชั่ง เวลาชั่งคนนอกเห็นว่าถูกต้องแล้ว แต่ว่าหากเป็นของน้ำหนัก
10 ชั่ง เวลาชั่งฉันชั่งเพียง 7 ชั่งเท่านั้น ผู้ขายของเก่ามักจะไม่เกี่ยงงอนอะไรมากนัก
ขอให้ขายได้ก็แล้วกัน ในชีวิตโกงตาชั่งเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
เมื่อตายลงแล้ว ยมบาลท่านโกรธมากด่าว่าฉันรับซื้อของเก่าไม่ยุติธรรม
เสียศีลธรรมด้านการค้า ขณะนี้ถูกตัดสินให้อยู่ในคุก 15 ปี
ถูกทำโทษทุกวันโดยถูกพวกยมทูตรังแกข่มเหงสบประมาท ความทุกข์ยากนั้นไม่อาจพูดได้
ขอเชิญท่านหยางเซิงแห่งเมืองมนุษย์ช่วยขอความเมตตาลดโทษแทนฉันด้วยเพื่อจะได้พ้นทุกข์โดยเร็ว
ขอกราบละครับ
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ
เมื่อมันได้พูดความจริงแล้วดูสารรูปที่น่าสมเพช เสื้อผ้าขาดวิ่นรุ่งริ่งกระผมว่าอภัยให้มันบ้างเถิด
อรหันต์จี้กง : เรารับเทวโองการแต่งหนังสือเรื่องอื่นๆ
ไม่ควรไปเกี่ยวข้องให้พัศดีจัดการก็แล้วกัน
พัศดี : ตอนมีชีวิตมือไม่สะอาด
เวลานี้ก็น่าจะให้ยมทูตถลกหนังตัดเอ็นแทะกระดูก อันนี้มิได้เกี่ยวกับซื้อขาย
แต่เป็นการตัด (เส้น) เอ็นปวดแสบ ลูกผู้ชายทำผิดแล้วต้องกล้ารับโทษซิ
อย่ามาขอร้อง เปลี่ยนตนที่ 3 รีบเล่าเรื่องขาดศีลธรรมของแกในเมืองมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงฟัง
เพื่อสะดวกในการตีพิมพ์ในหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก"
จะได้เตือนพวกนักการพนันแห่งโลกมนุษย์
วิญญาณโทษ : ตอนอีฉันอยู่เมืองมนุษย์
สามีอีฉันรับราชการมีตำแหน่งที่ไม่ต่ำต้อยนัก เมื่อสามีไปทำงาน
ลูกๆ ก็ไปโรงเรียนกันหมด อยู่บ้านว่างๆ หญิงข้างบ้านชวนไปเล่นไพ่แรกเริ่มนั้นอีฉันเล่นไม่เป็น
หล่อนก็สอนวิธีเล่นให้ จึงค่อยๆ เรียนรู้เล่นไพ่นกกระจอก และแล้วก็เล่นการพนันทุกชนิดล้วนเล่นได้คล่อง
แคล่วมาก ถึงแม้จำนวนเงินที่ได้เสียกันไม่มากมายนัก แต่จากนั้นก็หลงใหลอยู่กับโตีะการพนันออกจากบ้านไปเล่นไพ่ตามสถานที่ต่างๆ
ไม่มีเวลาดูแลอบรมบุตรธิดาหรือบ้านช่อง สามีได้ปลอบห้ามตักเตือนอยู่เสมอๆ
ก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ดังนั้นในครอบครัวจึงเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นเป็นประจำ
4 ปีก่อน อีฉันป่วยตายลงด้วยโรคหัวใจวาย ตกถึงยมโลกแล้ว ท่านยมบาลตัดสินให้มารับโทษในคุกนรกนี้
เหลืออีกครึ่งปีจะได้พ้นออกจากคุก ขอเตือนสตรีในโลกมนุษย์
ต้องรักษาศีลธรรมแห่งสตรี ต้องดูแลบ้านช่อง อย่าทำตามแบบอีฉันนี้
เมื่อตายลงไปแล้วไม่ต้องมารับโทษในที่แห่งนี้ มือทั้งสองข้างต้องถูกตัดเฉือน
จึงโทษตัวเองทำไม่ดีในขณะที่มีชีวิตอยู่เท่านั้นเอง
พัศดี : แม่บ้านในครอบครัวลืมหน้าที่
ไปเที่ยวนอกบ้านทั้งเล่นการพนัน ทำให้สังคมเสื่อมเสีย เนื่องจากยังไม่มีการฉ้อฉลลวงหลอกและยึดการพนันเป็นอาชีพ
ยมบาลท่านจึงตัดสินลงโทษเธอในสถานเบา
หยางเซิง : ขอถามท่านพัศดี ส่วนพวกนักเลงพเนจรที่อาศัยเปิดบ่อนการพนัน
เปิดเล่นเฉพาะแต่ต้มตุ๋นโกงกิน ไม่ทราบว่าไปทำการลงโทษยังแหล่งใด
พัศดี : นั่นมิได้อยู่ในความควบคุมของคุกนี้ต้องส่งไปยังขุมที่
7 ในยมโลกไท้ซัวอ๊วงลงโทษหนัก ขอเตือนชาวโลกบรรดาที่มีความประพฤติดังกล่าวข้างต้น
ต้องสำนึกกลับใจกลับตัวทันทีและพิมพ์แจกหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก"
ปลอบเตือนชาวโลกแล้วโทษนั้นก็จะลบล้างลงได้ ตายลงแล้วก็มิต้องมารับโทษที่คุกนี้
อรหันต์จี้กง : เพราะเวลาดึกแล้ว
เราเตรียมกลับสำนัก
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดีที่ได้ให้คำชี้แจงเรา
จะกลับสำนักแล้วละ ขอลาก่อน
พัศดี : มิต้อง ขอส่งท่านทั้งสองกลับ
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงรีบออกจากคุกเร็ว
เตรียมขึ้นบนดอกบัว
หยางเซิง : กระผมได้นั่งเรียบร้อยแล้ว
เชิญอาจารย์ท่านกลับได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม