ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
อุทิศตน พึ่งพระพุทธ ด้วยใจจริง
โยนมีดทิ้ง เลิกฆ่าสัตว์ ผียำเกรง
ศีลวิสุทธิ์ ยึดให้มั่น ไม่คลางแคลง
พิมานแมน แดนสวรรค์ ทางสะดวก
อรหันต์จี้กง : การจะบำเพ็ญจนสำเร็จเป็นเทพเทวดานั้น
มิใช่สิ่งที่กระทำได้ง่ายนัก แต่การที่จะรักษาศีลนั้นให้ (จิตใจ)
มั่นคงตลอด เช่นนักปราชญ์หรือผู้ทรงศีลยิ่งยากมาก บนพื้นโลกนี้มีโรงเจวัดสงฆ์อยู่ทั่วไป
แขวนป้ายยี่ห้ออย่างแจ่มแจ้งจรัสแสงถกเถียงตำราวิจารณ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์
นั่งเข้าชาญบรรลุธรรม อันที่จริงนั้นสถานที่ช่วยกอบกู้มวลมนุษย์ให้พ้นทุกข์เป็นเมืองแมนแห่งโลกมนุษย์ในยุคหลังนี้
มีอยู่ไม่น้อยที่อาศัยอ้างชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ แอบทำการเสื่อมเสียศีลธรรม
หรืออาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือหากิน บ้างก็แอบแกะสลักรูปเทพเจ้าเป็นสินค้าเพื่อขายให้แก่นักท่องเที่ยว
พลิกแพลงแปรเปลี่ยน เรื่องหลอกเอาทรัพย์ล่อลวงผู้หญิงมีนับครั้งไม่ถ้วน
อุจาดและละเมิดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โทษฐานการลวงโทษทำลายล้างหนักข้อขึ้น
ยมบาลเข้มงวดหนักหน่วงมาก ไม่มีการยกเว้นอภัยให้อย่างเด็ดขาด
วันนี้ข้าฯจะพาเจ้าหยางเซิงไปท่องชมนรก เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่มวลมนุษย์
เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรก รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา กระผมได้ขึ้นนั่งบนดอกบัวแล้ว
มิทราบว่าวันนี้จะไปสู่แห่งใด ?
อรหันต์จี้กง : "นรกผึ้งพิษ"
รีบหลับตาเร็วเตรียมออกเดินทาง
หยางเซิง : กระผมได้ปิดตาทั้งสองข้างแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เริ่มได้แล้ว
..
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ รีบลงมาดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : อ้อ ที่แท้ "นรกผึ้งพิษ"
อยู่ต่อหน้าแล้ว ยมทูตต่างคุมตัววิญญาณโทษมากหลายเข้าไปในคุก
แต่ละตนโดนเฆี่ยนตีไปตามทางเดิน ครวญครางสะอึกสะอื้น ทำให้คนได้ยินใจคอหดหู่มิทราบว่าพวกนั้นมีโทษติดตัวประการใด
?
อรหันต์จี้กง : พวกนี้อาศัยเทพเทวดาหากินในแดนมนุษย์
ตอนมีชีวิตอยู่มันกินอิ่มเกินไป เมื่อตายลงแล้วจึงต้องโดนกฎนรกทำโทษ
เหตุการณ์โดยละเอียดนั้นต้องรอให้เข้าไปเยี่ยมชมภายในคุกจึงจะรู้ถึงแก่น
พัศดีและนายทหารได้มาต้อนรับเราแล้ว รีบเข้าไปทำความเคารพเสีย
หยางเซิง : ท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
ข้าพเจ้าหยางเซิงผูเป็นศิษย์ ขอแสดงคารวะต่อท่าน ข้าพเจ้าเป็นศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เมืองไถ่ตง แดนมนุษย์ ได้รับคำสั่งมาท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือพร้อมกับท่านอาจารย์
วันนี้มาเยี่ยมชมคุกของท่านขอได้โปรดให้ความสะดวกด้วย
พัศดี : โปรดอย่าได้เกรงใจเลย
คุกนี้คือ "แดนผึ้งพิษนรกน้อย" อยู่ในความปกครองของขุมที่
4 เป็นคุกที่สร้างขึ้นมาใหม่ เนื่องจากในยุคหลังนี้มีผู้ทำบาปเวรมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่มีการลดน้อยลงเลย ท่านศาสดาจารย์แห่งยมโลกจัดการสร้างคุกแห่งใหม่
ณ ขุมที่ 4 ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อที่จะควบคุมอารมณ์นักโทษ เชิญท่านทั้งสองเข้าไปเยี่ยมชมภายใน
หยางเซิง : ขอบคุณมาก! โอ้โฮ!
ท่านอาจารย์ครับ กระผมไม่กล้าเข้าไป ในนั้นล้วนเป็นตัวผึ้ง
แต่ละตัวโตเท่าหัวแม่มือออกสีดำคล้ายผึ้งหัวสิงห์ โหมเข้าต่อยพวกนักโทษในคุก
ทุกคนส่งเสียงคร่ำครวญ จะหลบหนีก็ไม่มีทางออก ต่างก็เบียดเข้าใกล้มุมกำแพง
บางตัวก็มุ่งมาทางเรานี้ กลัวถูกมันต่อยจังเลย หลบเสียดีกว่ามั้ง!
ผึ้งหัวสิงห์นี้พิษมันร้ายกาจ ต่อยคนตายได้นะ
อรหันต์จี้กง : เจ้าไปแตกตื่นตาลีตาเหลือกไปไย
พวกผึ้งพิษนี้มีญาณพิเศษ มิใช่ว่าพบคนก็ต่อยดะไป เพราะเหตุว่าวิญญาณโทษมีกลิ่นไอไม่บริสุทธิ์ติดอยู่กับตัว
ดังนั้นมันจึงชอบเข้าไปใกล้นักเหมือนดังสถานที่สะอาดหมดจด
พวกยุงแมลงจะไม่เข้าใกล้ ที่สกปรกเหม็น พวกยุงแมลงก็แห่กันเข้าไป
ผึ้งตัวที่บินมานี้ก็เพื่อแสดงความหมายเป็นการต้อนรับพวกเราเท่านั้นเอง
หยางเซิง : เป็นเรื่องที่แปลกดี
ที่แท้เสียงปืนใหญ่มิได้ทำร้ายคนแต่กลับกลายเป็นเสียงปืนใหญ่ที่ยิงสลุตสดุดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
พัศดี : เชิญท่านทั้งสองเข้าไปเยี่ยมชม
ท่านหยางเซิงมิพักตื่นตนกตกใจก่อนหรือ ? หากว่าผึ้นพิษต่อยคนโดยไม่เลือกหน้าเราจะเผ่นหนีแบบอย่างไม่เห็นฝุ่นไปนานแล้ว
ผึ้งพิษเหล่านี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อยเฉพาะพวกที่อาศัยพระอาศัยเจ้า
เพื่อหลอกเอาทรัพย์ลวงผู้หญิงเท่านั้น ทำให้มันไม่มีทางจะหลบหนีหากวิญญาณโทษคิดจะวิ่งหนี
ฝูงผึ้งกลับตามไล่ต่อยเอา ท่านเห็นไหมวิญญาณโทษแต่ละตนมีบาดแผลเกลื่อนกลาดเต็มตัวเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะบวมช้ำ
พิษร้ายออกฤทธิ์น้ำตาตกเป็นสายฝน แต่ละตนกุมหัวแล้วโลดเต้นเหยงๆ
หยางเซิง : การทำโทษที่โหดเหี้ยมทารุณเหลือเกิน
วิญญาณโทษทุกคนโดนฝูงผึ้งไล่ต่อย ที่คุมขังก็คับแคบและไม่มีทางออกจะหลบก็ไม่มีที่ให้หลบ
ขอถามท่านพัศดีว่าพวกนั้นทำบาปอะไรบ้าง ไฉนจึงมาถูกลงโทษยังที่นี้
พัศดี : เพื่อให้ได้ลงพิมพ์ในหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ข้าพเจ้าจะเปิดประตูคุก สั่งให้วิญญาณโทษ
2-3 ตนออกมาเล่าเรื่อง ที่ตนทำชั่วไว้ในแดนมนุษย์ด้วยตัวมันเอง
เป็นการเตือนชาวโลก
อรหันต์จี้กง : ดีมาก! ขณะนี้ทุกขุมในยมโลกต่างก็ทราบว่ารับราชโองการแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" เก็บประมวลข้อมูลไว้ใช้ในการตักเตือนชนชาวโลก
ขอท่านพัศดีโปรดให้เสนอแนะเกี่ยวกับรายละเอียดการทำบาปของพวกนักโทษด้วย
พัศดี : นี่คือหน้าที่ของข้าพเจ้าอยู่แล้ว
ข้าพเจ้าจะปล่อยตัววิญญาณโทษ 2 ตนก่อน สั่งให้มันเล่าเรื่องความชั่วในตอนอยู่ในแดนมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงรับทราบไว้
อย่าอิดออดเสียเวลา
หยางเซิง : ขอถามท่านบุรุษผู้นี้
ท่านทำอะไรผิดบ้างในขณะที่มีชีวิตอยู่ ไฉนจึงถูกตัดสินให้มารับโทษยังที่นี้?
วิญญาณโทษ : พูดไปก็อายคนเปล่า
ไม่มีหน้าตาจะพบหาคนอีกข้าพเจ้าเป็นศิษย์ในสำนักทรงแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่ที่ภาคใต้ของไต้หวัน เนื่องจากเป็นตัวทรงมานานปี
ต่อมาถูกส่งไปรับหน้าที่เป็นรองเจ้าสำนัก ครั้งหนึ่งในสำนักนี้ได้รับการลงทรงเพื่อแต่งหนังสือ
จะพิมพ์หนังสือธรรมส่งไปยังที่ต่างๆ ข้าพเจ้าก็ได้ทำงานเต็มพละกำลัง
ออกเรี่ยไรตามที่ต่างๆ หวังจะพิมพ์ให้มากขึ้นแจกจ่ายผู้คน
เนื่องด้วยคำพูดของข้าพเจ้าคมคายมายในเวลา 2 เดือนเศษที่เรี่ยไรเงินได้
3 หมื่นเหรียญเศษ ขณะนั้นข้าพเจ้าเป็นหนี้ผู้อื่นอยู่บ้าง
เมื่อเจ้าหนี้มาเร่งทวงหนี้ ข้าพเจ้าคิดไม่ตกว่าจะทำประการใดดี
เพราะเหตุว่าในตัวมีเงินอยู่ 3 หมื่นกว่าเหรียญ ยักไว้สักส่วนเพื่อใช้หนี้คงจะดีมั้ง
ในที่สุดจึงส่งมอบให้เจ้าสำนักไปเพียง 2 หมื่นเหรียญ คงเหลือไว้หนึ่งหมื่นสองพันสี่ร้อยห้าสิบหกเหรียญ
นอกจากชำระหนี้ไปแล้วยังมีเหลือเศษอยู่บ้างไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำตัว
คิดว่าผู้อื่นไม่มีทางทราบได้ แต่ว่าหลังจากนั้นมา เกิดความละอายแก่ใจต่อองค์ประทับทรงรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
แต่ว่าเมื่องลงทรงแต่ละครั้งองค์ประทับทรงท่านก็มิได้เขียนถึงเรื่งข้าพเจ้ายักยอกทรัพย์แต่อย่างไร
3 ปีก่อนข้าพเจ้าตายลงด้วยโรคกระเพาะที่ร้ายแรงมาก ถูกทหารหน้าควายม้าคุมตัว
ขณะนั้นเอง องค์ประทับทรง ได้เข้ามาตวาดต่อหน้าข้าฯ ว่า "แกเกิดความคิดชั่วเพียงวูบเดียวแต่จนกระทั่งถึงเวลาตายยังไม่สำนึกตัว
เพราะว่าตอนแกมีชีวิตอยู่นั้นมีมูลเหตุหลายอย่างจึงไม่เปิดเผยต่อหน้าคน
พุทธเทพลงประทับทรง ประกาศธรรมก็คือสั่งสอนให้คนละบาปสร้างบุญ
ได้รวมหลักธรรมความจริงแห่งการประพฤติตัวปฏิบัติชอบอยู่ในนั้นอย่างพรักพร้อมแล้ว"
เมื่อแกเรียนรู้คำสอนอันศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่ปฏิบัติตาม จึงสมควรแก่โทษแล้ว
และได้มอบให้ยมทูตส่งให้ยมบาล ให้ตัดสินโทษในสถานหนัก เมื่อข้าพเจ้าถึงยมโลก
ท่านยมบาลมีความโกรธจัด ได้ถูกคุมไปหอกระจก (กรรม) วิเศษฉายรูปเดิมปรากฏออกมาก่อน
โดยฉายเอเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าไปเรี่ยไรเงินแล้วยักยอก ส่วนหนึ่งที่จะพิมพ์หนังสือธรรมนั้น
ฉายปรากฏออกอย่างไม่มีปกปิดผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ทำให้ข้าพเจ้าใจคอสั่นกลัวไปหมด
ต่อมาส่งให้ขุมที่ 4 โหงวกัวอ๊วงตัดสินลงโทษ โดยตัดสินให้ตกเข้า
"นรกผึ้งพิษ" 28 ปี แล้วจึงส่งมอบมาให้ขุมที่ 5
จัดการ แต่ละวันโดนผึ้งพิษกัดต่อยอยู่ในที่นี้ทั้งปวดทั้งคันไปทั่วร่างกายเหลือที่จะทนทานได้
บวมช้ำยิ่งนัก ผึ้งพิษพอเห็นข้าพเจ้าก็ไล่ตามไม่ลดละ ห้องคับแคบนิดเดียวไม่มีที่จะหลบหลีก
จึงสำนึกรู้ตัวว่าตอนที่เข้าไปเป็นนักทรงอยู่ในแดนมนุษย์เป็นศิษย์เฉพาะของท่านแป๊ะกงไม่ปฏิบัติตามคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์แม้ว่าทำความชั่วไปเพียงครั้งเดียว
ก็ไม่มีทางที่จะกอบกู้ช่วยเหลือได้ จึงหวังนักทรงในสำนักทรงทั่วพิภพจงระมัดระวังทั้งคำพูดและการปฏิบัติ
แม้จะผิดเพียงนิดเดียว แต่ไม่สามารถจะปิดตาสวรรค์ได้ ขณะนี้ข้าพเจ้าจะสำนึกได้ก็สายเสียแล้ว
เป็นการเนรคุณต่อคำสั่งสอนของแป๊ะกงพวกนักธรรมด้วยกันเป็นอย่างยิ่ง
อัปยศอดสูนัก
พัศดี : แกเข้าอยู่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์
ไม่รับธรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ทรยศต่อครูบาอาจารย์และหลอกลวงชาวบ้าน
ส่วนที่หนึ่งเนรคุณต่ออาจารย์ ส่วนที่สองทรยศต่อผู้ที่สละเงินเพื่อพิมพ์หนังสือธรรม
แต่ว่าผู้ที่ตั้งใจทำทานจริงแล้ว ไม่หวั่นพระปลอม ผู้ที่ให้ทานไปเลยก็ได้เกิดมีใจกุศลอย่างสมบูรณ์
บุญกุศลนั้นจะไม่สูญสลายผู้ที่ละโมบโกงเงินไป ก็เกิดใจอุบาทว์ขึ้นมีโทษหนักติดตัวอยู่บรรดามนุษย์ที่สละตน
เข้าอยู่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์แล้วเรื่องเงินทองแม้แต่สตางค์แดงเดียวก็ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อย
มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้สำนักศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อนมีราคี และเสื่อมวินัยอันใสสะอาดนรกจะลงโทษหนักขึ้น
ชาวโลกสมควรที่ระมัดระวังให้ดี
อรหันต์จี้กง : แกะดำในสำนักอันศักดิ์สิทธิ์
เรื่องเงินทองไม่สะอาดเสื่อมเสียต่อวินัยที่ผ่องแผ้ว โทษนั้นควรตายเป็นหมื่นหน
กฎในยมโลกถือเป็นโทษที่ให้อภัยไม่ได้เลย ขอฝากไปยังชาวโลกรับรู้ด้วยว่า
ผู้บำเพ็ญธรรมนั้นต้องถือเคร่งในวินัยและกฎข้อบังคับ เพื่อที่ไม่ต้องตกนรกรับการทรมาน
แล้วต้องตกไปใน 4 ทางเกิดของสัตว์เพื่อเวียนว่ายตายเกิดอีก
จะรู้สึกสำนึกก็สายไปเสียแล้ว เพราะเหตุว่าเวลาสำหรับวันนี้หมดลงแล้ว
วันอื่นจะมาเยี่ยมคำนับอีกครั้ง เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก
ขอบคุณที่ท่านพัศดีให้คำแนะนำมาก
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้ความสะดวกเราได้เข้าไปเยี่ยมชมในคุก
เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว ขอลาก่อนละ
พัศดี : นายทหารทั้งหลายให้ตั้งแถวนมัสการส่งเชิญทั้งสองมาเที่ยวใหม่นะครับ
หยางเซิง : กระผมนั่งลงบนดอกบัวแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักเถิด
.
อรหันต์จี้กง : สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม