ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
ข่มทำลาย ทั้งเจ้า - โคตร อดสูมาก
ยกต่างชาติ หมิ่นตนเอง ไร้คุณธรรม
ศีลธรรมจีน สืบต่อกัน หลายพันปี
วัฒนธรรม เลื่องลือดี ใหญ่ยิ่งเอย
อรหันต์จี้กง : วัฒนธรรมและศีลธรรมของประเทศจีนนั้น
แรกเริ่มเดิมทีนั้นซึ่งสะสมก่อตัวขึ้นจากธาตุศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าดิน
ดังนั้นกาลเวลายิ่งนานจึงผุดผ่องใหม่สดอยู่เสมอ สืบต่อเป็นหมื่นปีมิรู้ขาดสิ้น
แต่น่าเสียดายที่ผู้คนหลงนิยมในปรากฏการณ์ มุ่งแสดงแต่วัตถุ
ดูหมิ่นวัฒนธรรมของตนเองแล้วกลับไปนิยมเลียนแบบตะวันตกโดยสิ้นเชิง
การเสพเหล้ากินเนื้อ กามลามกที่รุนแรงดุเดือด เต็มไปทั่วทุกหัวระแหง
ในสังคมพวกที่ลืมชาติลืมตระกูลนิยมชาติอื่น การดูหมิ่นตนเองนั้นน่าอับอายที่ตนเองเป็นบุตรหลานแห่งพระเจ้าอึ้งตี่
(ต้นตระกูลชนชาติจีน) ยิ่งทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรือง
คิดว่ามนุษย์สามารถเอาชนะธรรมชาติ แต่หารู้ไม่ว่าตนเพียงแต่เป็นข้าวเม็ดหนึ่งในท้องน้ำมหาสมุทร
ถึงแม้จะมีฝีมือยอดเยี่ยมก็เปรียบเสมือนฟองน้ำน้อนฟองหนึ่งในทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลเท่านั้น
ใช้ความแยบยลเอาชนะธรรมชาติจึงต้องรับผลร้ายในที่สุด เมื่อมนุษย์หลุดพ้นจากธรรมชาติก็ตกอยู่ในความไม่ปรกติแห่งความเป็นอยู่ของชีวิต
ดังนั้นผู้ที่มีเลือดเนื้อจิตใจควรตระหนักให้มากๆ วันนี้เตรียมท่องนรก
เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
เซียมล้ออ๊วง : ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงมาเยือนขุมเราอีกครั้ง
การเดินทางคงลำบากนะ
อรหันต์จี้กง
: ที่ไหนได้ เรามารบกวนขุมของท่านในวันนี้อีกครั้งขอท่านยมบาลพาเข้าไปชมดูในคุก
เซียมล้ออ๊วง : คราวก่อนข้าพเจ้าได้พูดไว้แล้วว่า
จะพาท่านเข้าไปชม "นรกพร่าหัวใจ" ด้วยตนเอง เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปในคุกเถิด
นายทหารคอยให้การอารักขา
หยางเซิง : ขอบคุณมากที่ท่านยมบาลให้ความเอ็นดู
เบื้องหน้านั้นก็คือ "16 แดนพร่าหัวใจนรกน้อย" ได้ยินเสียงแว่วแห่งความทรมานแผดผ่านมา
ข้าพเจ้าว่าคงจะเป็นสถานที่ลงโทษที่คลุ้งไปด้วยความคาวเลือด
เซียมล้ออ๊วง : มวลมนุษย์ล้วนเกิดการ
"เปลี่ยนใจ" ไปแล้วเมื่อตกลงมาในนรก จึงจำเป็นต้องเฉือนเอาออกรักษาเสียบ้าง
หยางเซิง : พัศดีมาแล้ว ข้าพเจ้าจะไปแสดงความเคารพก่อน
พัศดี : ขอน้อมต้อนรับท่านเจ้านายและท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงที่ได้มาเยือนคุกของข้าพเจ้า
ทราบว่าท่าน หยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตง และท่านอาจารย์แห่งฟ้าตะวันตกจะมาเยือนคุกนี้
หากมีมารยาทที่ไม่เรียบร้อย ขอโปรดอภัยให้ด้วย
หยางเซิง : ท่านพัศดีเกรงใจมากเกินไปแล้ว
ข้าพเจ้าติดตามท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านในวันนี้ก็เพื่อจะแต่งเรื่อง
"เที่ยวเมืองนรก" ขอได้ให้การชี้แจงแนะนำ
เซียมล้ออ๊วง : ให้นายทหารรีบเปิดประตู
นายทหาร : ขอรับคำบัญชา
เปิดออกแล้ว
เชิญเข้าไปชมข้างในเถิด
หยางเซิง : อุ๊ยๆ เสียงร้องอย่างอเนจอนาถใจเหลือที่จะทนฟังได้อีกแล้ว
มองเห็นยมทูตในคุกล้วนใช้มีดแหวกอกวิญญาณโทษควักเอาหัวใจราวกับฆ่าหมูแล้วตัดเอาหัวใจออกฉันนั้น
วิญญาณโทษถูกมัดติดกับหลักเสาไม้ อกถูกผ่าออก ได้ยินเสียงวิญญาณโทษถูกมัดติดอยู่กับหลักเสาไม้
อกถูกผ่าออก ได้ยินเสียงวิญญาณโทษร้องอย่างเวทนาเพียงคำเดียว
ก็สลบไปเลยมิทราบว่าพวกมันต้องโทษอะไรบ้าง?
พัศดี : ข้าพเจ้าจะราดน้ำคืนชีพให้
ให้มันได้คืนชีพขึ้น
หยางเซิง : ศักดิ์สิทธิ์พิสดารจริงๆ
วิญญาณที่โดนน้ำคืนชีพเข้า หน้าอกแต่ละตนเรียบร้อยดีดังเดิม
ตัวก็ฟื้นตื่นขึ้น
พัศดี : ข้าพเจ้าจะพาวิญญาณโทษ
2-3 ตนออกมาให้มันเล่าความชั่วของตนเองให้ฟัง
เซียมล้ออ๊วง : วิญญาณโทษฟังคำสั่งทางนี้
นี่คือท่านอรหันต์จี้กง และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เมืองไถ่คงแดนมนุษย์ตามเทวโองการ มาสืบหาความลับยังที่นี่
พวกแกทำชั่วอย่างไรในโลกมนุษย์ ให้การภาพโดยเร็ว ห้ามปิดบัง
เพ่อความสะดวกในการแต่งหนังสือ อย่าขัดคำสั่ง
วิญญาณโทษ : ขอรับคำบัญชา ขอให้ท่านยมบาลลดหย่อนผ่อนโทษให้กระผมด้วย
มิทราบจะได้หรือไม่ประการใด?
เซียมล้ออ๊วง : แกเล่าไปก่อน
แล้วฉันจะพิจารณาให้เอง
วิญญาณโทษ : เอาครับ กระผมตอนเป็นมนุษย์ได้เล่าเรียนศึกษาไม่น้อย
ถึงขั้นมหาวิทยาลัยได้รับการอบรมจากแผนสมัยใหม่หลงใหลแบบอย่างตะวันตก
ในมหาวิทยาลัยมีศาสตราจารย์ท่านหนึ่งเป็นผู้ถือศาสนาคริสต์
ท่านปลอบให้กระผมถือคริสต์ด้วย โดยบอกว่าไม่เพียงแต่จะศึกษาภาษาอังกฤษในชั้นูงแล้วยังมีโอกาสไปเรียนนอกอีกด้วย
กระผมคิดถึงหนทางในอนาคตเห็นว่าการนี้ก็เป็นางที่ดีทางหนึ่งเหมือนกัน
เลยตกลงรับคำอย่างง่ายดาย จากนั้นมาพอมีเวลาว่าง ก็ไปโบสถ์ฟังการบรรยายธรรมจากบาทหลวง
เรียนภาษาอังกฤษ สาวกผู้ถือคริสต์ล้วนแต่งกายแบบสากลทันสมัย
ฉะนั้นผู้ถือคริสต์จึงมีคนหนุ่มมากที่เป็นเพื่อนฝูงกัน ประการแรกจะได้ความรู้ประการสองสามารถรู้จักคนมาเป็นเพื่อนกันได้มกขึ้น
และมีการจัดงานต่างๆ เสมอ คิดเป็นคณะสังคมแห่งคนหนุ่มคณะหนึ่ง
หลังจากได้รับการล้างบาปแล้ว ในใจคิดว่าทางบ้านไหว้เจ้าไหว้พระมันไม่เหมาะสมกับกาลสมัยเสี่ยแล้ว
ล้วนเป็นการไหว้ตัวรูป เป็นผู้ที่งมงายตอนโรงเรียนปิดพักร้อนกระผมกลับไปอยู่บ้าน
ก็ตั้งใจเปลี่ยนแปลงความเชื่อถือของคนในบ้าน เริ่มพูดจาหว่านล้อมบิดามารดา
ให้ละทิ้งนับถือในตัวรูป เนื่องจากบิดามารดาหลงใหลเชื่อถือยึดมั่นมานาน
จึงไม่ยอมเชื่อฟังคำกระผม กระผมเกิดความโกรธเคืองขึ้นในแวบหนึ่งก็เลยขนเอาป้ายเจ้าป้ายของบรรพบุรุษไปโยนทิ้งยังพื้นดิน
บิดามารดาเห็นเข้าโกรธจนหน้าเขียวหน้าเหลือง คว้าเอาเก้าอี้ฟาดตีกระผม
เมื่อได้รับการเสียดแทงใจจากการนี้ กระผมจึงไม่กลับไปอยู่บ้านอีก
เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้ติดตามบาทหลวงออกไปประกาศธรรมและได้เข้าทำงานในคริสต์สมาคมนั้น
ต่อมาตายลงด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ขณะที่ตายนั้นพระผู้เป็นเจ้าท่านพระเยซู
ก็มิได้ให้เกียรติมารับไปขึ้นสวรรค์ กลับมีแต่ยมทูตดุๆ 2 ตนคุมตัวมายังนรกผ่านการตัดสินจากยมบาลแล้วให้คุมขังไว้ใน
"นรกพร่าหัวใจ" ของท่านยมบาล อภัยโทษให้กระผมด้วยเถิด
เซียมล้ออ๊วง : การนับถือศาสนานั้นอันที่จริงแล้วก็มิได้แบ่งแยกออกเป็นเขตแดนอันใด
(ลืมต้นตระกูล) ทำลาลล้างผลาญป้ายเจ้าป้ายบรรพบุรุษ การเชื่อถือแบบแกอย่างนี้จะสอนให้ชาวมนุษย์ที่ดื่มน้ำต้องระลึกถึงแหล่งต้นน้ำได้อย่างไร
(หมายความว่าระลึกถึงบรรพบุรุษที่ให้กำเนิดสืบต่อๆ มา) ถึงแม้ว่าผู้เผยแพร่ศาสนาบอกไม่ให้กราบไหว้
"ตัวรูป" แต่แกไม่เข้าใจธรรมแห่งความเป็นจริง ไม้กางเขนคัมภีร์คริสต์บาทหลวงนั้นก็เป็นตัวรูปเช่นเดียวกัน
แล้วแกทำไมจึงกราบไหว้นับถือเล่า? ที่ว่า "สลัดทิ้งซึ่งตัวรูป"
ก็คือต้องการให้แกมองเห็นความไม่เที่ยงแท้ในโลกมนุษย์ อย่าไปหลงใหลเสพสุขทางเรือนร่าง
(เนื้อหนังมังสา) ควรเสริมสร้างความว่างเปล่าทางจิตใจให้เต็มที่
"ไม่ไหว้ตัวรูป" ก็คือ ยกย่องการเชื่อถือเลื่อมใสแห่งจิตใจ
เพื่อที่จะแสวงหาทางอยู่ยืนยงตลอดไป แกเข้าใจในความหมายนี้ผิดไป
การทำลายป้ายชื่อบรรพบุรุษเท่ากับตัดขาดกุศลบุญของบรรพบุรุษ
อยากจะถามตัวแกมาจากแห่งใด แกแซ่อะไร? ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษสวรรค์
"ตั่วเซียงตี่" (พระเจ้าองค์ใหญ่) บรรพบุรุษคือ
"เสี่ยวเซี่ยงตี่" (พระเจ้าองค์เล็ก) แกมันลืมต้นตระกูลข่มโคตรไม่ใช่ความมุ่งหมายอันแท้จริงของพระผู้เป็นเจ้า
ดังนั้นสวรรค์จึงไม่รับ ต้องตกลงมาอยู่ในนรกในเมื่อแกสารภาพมาตามความจริงจะลดโทษให้
2 เดือนเมื่อหมดกำหนดการลงโทษแล้ว ให้ส่งไปยัง 6 ช่องทางเพื่อไปผุดเกิดอีกครั้ง
อรหันต์จี้กง : การเลื่อมใสนับถือศาสนาคือการฝึกฝนอบรมจิตใจมิใช่ว่าพวกปัญญาอ่อนวุ่นวายกันเอง
การต่อต้านซึ่งกันและกันอ้างตนเองถูกต้อง กฎสวรรค์ได้วางไว้แน่วแน่แล้ว
ที่โจมตีหาว่าศาสนาอื่นไม่ถูกต้อง อ้างอวดว่าศาสนาตนเองถูกต้องนั้นได้บังเกิดจิตใจแห่งการแบ่งแยกแล้ว
จิตแห่งเมตตากรุณานั้นสูญสิ้นไปแล้วจึงไม่สมารถสำเร็จธรรม
ถ้าหากว่าคนพวกนี้สามารถสำเร็จธรรมแล้วก็หมายความว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดกรลำเอียง
ต้องดูคนที่นับถือศาสนาใดแล้วจึงให้ความคุ้มครองเมื่อนั้นแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้าก็จะเกิดขัดแย้งวุ่นวาย
สวรรค์ก็จะกลายเป็นสนามรบ จะมีชื่อว่าแดนแห่งความผ่องแผ้วสดใสยอดสุขได้อย่างไร?
วันนี้เวลาหมดแล้ววันอื่นค่อยมาเยี่ยมชมใหม่เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก
เซียมล้ออ๊วง : นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : เพราะเหตุเวลาดึกมาก
อยู่นานไม่ได้ขอขอบคุณท่านยมบาลและพัศดีกับนายทหารทั้งหลายในการให้คำแนะนำเราขอลาก่อนละ
อรหันต์จี้กง : รีบขึ้นดอกบัว
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เดินทางกลับเถิด
.
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม