ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
ด้วยปัญญา มักอิจฉา ผู้ดีกว่า
ชอบกล่าวหา ลอบทำร้าย ด้วยอุบาย
ประพฤติชั่ว ก่อทุกข์เข็ญ กรรมติดกาย
ร้องจนตาย ในนรก พร่าหัวใจ
อรหันต์จี้กง : ในโลกมนุษย์มีคนอยู่ชนิดหนึ่ง
ตัวเองนั้นไม่มีภูมิปัญญา พอเห็นผู้อื่นที่มีความสามารถแสดงออกมา
ก็เกิดความริษยาขึ้น โดยแอบใช้อาวุธลับ เข้ายุแหย่ปลุกปั่น
หรือเที่ยวโพนทะนาปมด้อยหรือความผิดของผู้นั้นให้ร่ำไป บ้างก็เห็นผู้อื่นบำเพ็ญธรรมที่ต่างกันกับตนที่เชื่อถืออยู่
ก็กล่าววาจาให้ร้ายทำลายล้าง เหล่านี้ล้วนต้องตกเข้า "นรกพร่าหัวใจ"
ที่ตัดเฉือนใจที่ริษยาผู้อื่นที่เก่งกว่า ใจที่ให้ร้ายทำลายล้างผู้อื่นนั้นออก
วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เดินทางได้
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ ลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : "นรกพร่าหัวใจ"
ได้ปรากฏต่อหน้าจริงๆ ด้วย
อรหันต์จี้กง : วันนี้เราจะไม่รบกวนท่านยมบาลอีก
เราตรงไปยัง "แดน 16 พร่าหัวใจนรกน้อย" เพื่อประหยัดเวลา
พัศดีได้เปิดประตูต้อนรับเราแล้ว
หยางเซิง : เราเข้าไปข้างในกันเถิด
พัศดี : ขอต้อนรับท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงมาเยี่ยมชมอีกครั้งเชิญท่านทั้งสองเข้าชมภายใน
หยางเซิง : การลงโทษของคุกนรกน่าหวาดเสียวสยองเกล้าเหลือเกิน
เริ่มจากขุมที่ 1 แล้ว พอย่างเข้าแดนนรกสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นล้วนมืดมัวขนลุกน่าสยดสยองทั้งสิ้น
เฉพาะอย่างยิ่งอนาถเวทนาหัวใจของวิญญาณโทษในนรกพร่าหัวใจ ยิ่งทวีความเศร้าสลดใจแสนที่จะทนทานได้
พัศดี : หัวใจเป็นเจ้าผู้ครองในตัวมนุษย์
"พร่าหัวใจ" นั้นเป็นการลงโทษที่ทรมานสุดยอดหาที่เปรียบไม่ได้
หัวใจโดนตัดสะเทือนไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดทรมานนั้นยากที่ตัวหนังสือจะถ่ายทอดออกมาได้
อรหันต์จี้กง : เราเข้าไปในคุกอีกครั้ง
สัมภาษณ์วิญญาณโทษเพิ่มอีกสัก 2-3 ตน เพื่อรวบรวมข้อมูลไปเตือนผู้คนในแดนมนุษย์
พัศดี : ท่านรออยู่นอกห้องขังก่อน
ข้าพเจ้าจะเข้าไปพาตัววิญญาณโทษออกมาสัก 2-3 ตน ให้นายทหารพักการลงโทษไว้ก่อน
ใช้พัดคืนชีพให้ ทำให้หน้าตาเดิมของมันกลับคืนมา
นายทหาร
: ขอรับคำบัญชา
พัศดี : ปลดวิญญาณโทษ 3 ตนออก
เพื่อให้ออกจากห้องขัง ให้เล่าสารภาพหลักฐานการทำชั่วของตนต่อท่านอาจารย์
และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตงของแดนมนุษย์ที่รอคอยอยู่ข้างนอก
เพื่อปลอบเตือนชาวโลก
นายทหาร : ได้ปลดวิญญาณโทษ 3
ตนออกแล้ว รีบตามท่านพัศดีออกจากห้องขัง
พัศดี :
ท่านนี้คือ อรหันต์จี้กง และท่านหยางเซิง แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองมนุษย์
ท่านศิษย์อาจารย์รับเทวโองการท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือ รีบสารภาพความจริงที่ตนสร้างไว้เมื่อตอนมีชีวิตอยู่เพื่อลงในหนังสือเร็ว!
เร็ว!
วิญญาณโทษ : ผมตอนมีชีวิตอยู่นั้นทำงานเป็นข้าราชการอยู่สถานที่ๆ
หนึ่ง เนื่องจากผมเองไม่มีผลงานที่ดีเด่นเห็นเพื่อนร่วมงานเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
ภายในใจก็เกิดความแค้น-ริษยาหาว่าเจ้านายไม่ยุติธรรมจึงคิดจะหาทางแก้แค้น
และฉวยโอกาสปั้นแต่งเรื่องเท็จต่างๆ ไปฟ้องร้องต่อเจ้านายเสมอๆ
คอร์รัปชั่นบ้างเพื่อที่จะใส่ร้ายเขา ก็เพราะเรื่องนี้แหละ
เมื่อ 4 ปีก่อนนั้นเกิดป่วยเป็นโรคมะเร็งถึงแก่ความตาย ถูกยมทูตขาวดำนำตัวเข้ามาในนรก
คุมขึ้นไปบนหอกระจก (กรรม) วิเศษ ฉายออกซึ่งเหตุการณ์ความผิดซึ่งผมเล่นสกปรกและใส่ร้ายเพื่อนร่วมงานต่อมาถูกส่งมอบให้ขุมที่
5 ให้ท่านยมบาลพิจารณาตัดสิน ท่านยมบาลโกรธมาก ด่าว่าผมไม่มีความสามารถแล้วไม่เจียมตัวไปอิจฉาริษยาผู้ที่มีภูมิปัญญา
ทำอุบายให้ร้าย จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ตัดสินให้ผมมารับโทษที่นี่โดนยมทูตผ่าอกตัดพร่าหัวใจทุกวี่ทุกวัน
เจ็บปวดแสบไส้ ตอนอยู่เมืองมนุษย์ไม่เชื่อว่ามีการสนองตอบเรื่องเหตุและผล
เมื่อตายลงแล้วจึงมีทุกข์แต่ไม่สามารถพูดได้
อรหันต์จี้กง : จิตใจที่อิจฉาผู้มีปัญญานั้นไม่ควรมี
แกทำลายความสมัครสมานของกลุ่มคณะ เป็นตัวแกะดำไม่ควรอย่างยิ่ง
ชาวโลกควรฝึกเรียนความสามารถหาจุดเด่นจากผู้มีปัญญา ต้องให้ความเคารพเทิดทูน
ก็จะได้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถไปเรื่อยๆ มิเช่นนั้นแล้วจิตใจควรแก่การพร่าเฉือน
จะต้องลงเอยแบบเดียวกับวิญญาณตนนี้แหละ
พัศดี : ตนที่ 2 รีบเล่าความชั่วตนเองครั้งอยู่ในแดนมนุษย์ให้ท่านหยางเซิงฟังว่าผิดอะไรบ้าง
วิญญาณโทษ : ตอนมีชีวิตอยู่ ผมเป็นดาบสจำศีลบำเพ็ญธรรมอยู่กับบ้าน
ซึ่งได้อธิษฐานสละตัวเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าท่าน เนื่องจากได้อ่านพระไตรปิฎกมากพอสมควรจึงถือว่านอกจากพระพุทธแล้วล้วนเป็นพวกมาร
พวกนอกรีดนอกรอยทั้งนั้น เมื่อไปเจอพวกถือศาสนาอื่นจึงมองดูด้วยสายตาเหยียดหยามหมิ่นแคลนเช่นต่อพวกถือศาสนาเต๋า
ผมจะพูดว่า "ที่เธอกราบไหว้นั้นเป็นพวกภูตผีชั้นต่ำนอกรีดนอกรอย
ต่อไปจะไม่ได้สำเร็จขึ้นสวรรค์" มีคนเขาให้หนังสือธรรมจากสำนักรับทรงให้ผมอ่าน
ผมก็ไม่สนในแม้แต่จะมองดูเลย โดยพูดว่า "ภูตผีสิงสู่ร่างพู่กันทรงเป็นของปลอม
อย่าไปเชื่อถือ ศาสนาอุบาทว์" ทั้งชีวิตมีแต่พูดทำลายศาสนาอย่างสุดความสามารถ
คิดว่าตนเองเข้าใจในพระพุทธธรรมดีแล้วเลิศล้ำยิ่งยอด หารู้ไม่ว่าเมื่อตายลงแล้วฟ้าสวรรค์ทิศตะวันตกตีบตัน
(ไม่มีทางไป) แต่ทางนรกกลับเปิดโล่งเดินสะดวก ขณะตายไม่เห็นมีเจ้าผู้ครองธรรมและทูตจากสวรรค์
แต่มียมทูต 2 ตน ควบคุมตัวผมเข้าคุก ถูกส่งมาข่มที่ 5 ยมบาลท่านไม่สบอารมณ์
ตวาดว่า "แกเป็นผู้ทรยศต่อพระพุทธท่าน ไม่มีจิตใจที่เมตตากรุณาแม้แต่น้แยมาตรว่าตัวได้รับศีลแล้วแต่ในใจมีความโกรธหลงอยู่
ใส่ร้ายป้ายสีศาสนาอื่นอย่างสาดเสียเทเสีย ไม่เข้าใจความเสมอภาคแห่งพุทธธรรม
ทุกๆ ศาสน์ทุกๆ นิกาย ล้วนมีธรรมมีเหตุผลขอให้สร้างแต่กุศลบำเพ็ญไม่ทำความชั่วร้ายผิดกฏหมายล้วนเป็นศาสนาที่ถูกต้องเที่ยงตรงทั้งนั้น
แกถือว่าเดชฤทธิ์ของพระพุทธกว้างขวางไม่มีที่สิ้นสุด แต่หารู้ไม่ว่าศาสนาอื่นเขาก็มีฤทธิ์เดชอันมหาศาล
ไม่น่าไปตบปากผู้อื่น (เหยียดผู้อื่น) แล้วมาคุยอวดว่าตนเองสูงส่งเลิศล้ำกว่า
เพียงแต่โทษตัวเองดื้อรั้นถือมิจฉาทิฐิ ตอนมีชีวิตอยู่ยกตัวเองสูงเกินควร
ทำให้ตัวเองลุ่มหลงเลยเกิดจิตใจใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น
หมิ่นกฎ หมิ่นธรรม หมิ่นศาสนาหมดสิ้นแล้วซึ่งจิตแห่งพุทธธรรม
ก็เลยต้องมาลงเอยอย่างนี้แหละฝากเตือนชาวพุทธที่อยูในศาสน์เดียวกันทั้งหลาย
อย่าพึงเลียนแบบอย่างของผมไปสร้างกรรม ไปทำลายล้างความตั้งใจอุตสาหะตอนที่มีชีวิตอยู่
อรหันต์จี้กง : แกเทศนาพระธรรมด้วยการปกปิดพุทธจิตที่เป็นที่น่าเสียดายยิ่ง
ไม่เพียงแต่ควรฆ่า (พร่า) เฉือนหัวใจนี้เท่านั้นต่อไปใน "นรกถอนลิ้น"
ยังมีความทุกข์ให้อีก
พัศดี : วิญญาณโทษตนที่ 3 ให้รีบสารภาพความผิดที่ทำไว้ในโลกมนุษย์เร็ว
วิญญาณโทษ : ผมเป็นนักทรงเอกของสำนักทรงแห่งหนึ่ง ตอนแรกเริ่มก็ตั้งใจจริงรับทรงปลอบเตือนชาวโลก
เทวเจ้าท่านมีความศักดิ์สิทธ์มาก ต่อมาเจ้าสำนักไม่สนใจใยดีต่อผม
ผมก็เลยคิดว่าแต่ละงวดก็ได้ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ปราศจากความหมายกำลังใจก็เลยถอยเสื่อมลงไปมาก
จึงพูดกับพวกนักทรงว่า "การรับเข้าทรงล้วนเป็นการมายาจากมนุษย์ทั้งนั้น
พวกเธออย่าไปหลงใหลเลย" พวกศิษย์นักทรงเมื่อได้ยินผมพูดเช่นนี้แล้วต่างก็สูญเสียความเชื่อถือ
จากนั้นก็มิได้เข้าสำนักฝึกธรรมบำเพ็ญตัว ผมก็ออกจากสำนักไปไม่รับเข้าทรงอีก
7 ปีผ่านไป ผมป่วยตาย วิญญาณถูกยมทูตคุมมาขังยังขุมที่ 5 ยมบาลท่านด่าว่า
"ตัวแกเป็นนักทรงเอก แม้ว่าไม่มีใครสนใจแกจากสำนัก ก็ไม่ควรกล่าวคำละเมิดให้ร้ายต่อการทรงที่ศักดิ์สิทธิ์
แกทำความผิดอย่างใหญ่หลวง ตัดสินให้เข้าอยู่ "นรกพร่าหัวใจ"
15 ปี รับการลงโทษฐานแห่ง "ใจกล่าวร้ายต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์"
เสร็จแล้วส่งไปให้ขุมอื่นจัดการลงโทษอีก จะสำนึกตัวได้ก็สายเสียแล้ว
ขอท่านอาจารย์โปรดช่วยขออภัยโทษให้ด้วยเถิด
อรหันต์จี้กง : การทรงเจ้าคือตัวแทนแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชาวโลกจะละเมิดให้ร้ายไม่ได้เป็นอันขาด
มิเช่นนั้นแล้วโทษนั้นจะไม่มีทางอภัยให้ได้ รับทรงเตือนชาวโลก
คือการตอบสนองรับจากฟ้าสวรรค์ท่านเพื่อช่วยเหลืออบกู้มวลมนุษย์
ต้องได้รับอนุญาตจากท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ จึงจะตั้งสำนักประกาศธรรมได้ผู้กล่าวร้ายทำให้เสื่อมเสียก็เท่ากับละเมิดท่านผู้สูงส่งเบื้องบนสวรรค์
โทษนั้นยากยิ่งที่จะให้อภัยได้ เพราะเหตุว่าเวลาดึกแล้วเจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การนำพาเยี่ยมชมขอลาก่อนละ
พัศดี : จะยินดีต้อนรับท่านมาเยี่ยมใหม่อีกครั้ง
อรหันต์จี้กง : นรกพร่าหัวใจนี้สำคัญมาก
คราวหน้าต้องมาเยี่ยมเยือนอีก
หยางเซิง : กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักเถิด
อรหันต์จี้กง : สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม