ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
กลางเดือนแปด เวียนมาถึง อย่างง่ายดาย
วุ่นมิคลาย ตั้งแต่เช้า ยันค่ำมา
หงอกขึ้นเต็ม ศีรษะ ด่วนชรา
มัวชะล่า ไม่ชำระ สะสางใจ
อรหันต์จี้กง : วันเพ็ญเดือน
8 ใกล้เข้ามาอีกแล้ว วันเวลาผ่านไปเหมือนสายน้ำ สำนักของท่านรับเทวโองการให้แต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" เมื่อวันเพ็ญปีกลายนี้ พริบตาเดียวเกือบเต็มขวบปี
ศิษย์ทั้งหลายได้ทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อแต่งหนังสือ
ได้สร้างแล้วซึ่งความชอบอันยิ่งใหญ่ ชีวิตมิได้อยู่ยืนนานนัก
โบราณท่านว่า "คนเรามีอายุได้ถึง 70 ปี นั้นหาได้ยากแต่โบราณกาลมา"
มาตรแม้นวิชาแพทย์จะเจริญรุ่งเรืองในสมัยปัจจุบัน ระดับการครองชีพยกฐานะสูงขึ้น
มีการเผยแพร่แนะนำว่า "ชีวิตเริ่มต้นด้วย 70 (ปี)"
แต่ผู้ที่สามารถมีอายุถึง 70 ปีนั้นมีสักกี่คน ที่แท้แล้วสวรรค์ท่านมิได้กำหนดอายุขัยของมนุษย์แต่อย่างไร
แต่เนื่องจากมนุษย์เรามักมากในกาม กำลังกายกำลังใจถูกเผาผลาญไปเกินควร
จึงทำให้ร่างกายดับลงก่อนวัย ซึ่งเป็นการฆ่าตัวเองของชาวมนุษย์โดยแท้
ดังนั้นจึงขอเตือนชาวโลกรีบบำเพ็ญตนแต่เนิ่นๆ ปลูกฝังเสริมแต่งวิญญาณและจิตใจ
ก็จะสามารถมีอายุขัยได้ยั่งยืนนาน วันนี้เตรียมท่องนรก หยางเซิงรีบขึ้นดอกบัวเสีย
หยางเซิง : มิทราบว่าวันนี้จะไปแห่งใด?
อรหันต์จี้กง : ขุมที่ 5 ท่องมามากพอสมควรแล้ว
วันนี้จะเดินทางไปขุมที่ 6 หวังว่าคงตั้งจิตได้มั่นคง
หยางเซิง : ภาระหน้าที่ท่องนรกได้สำเร็จลุล่วงไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วกระผมก็ค่อนข้างจะสบายใจ
อรหันต์จี้กง : กิจธุระสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ตัวคนทำ
ขอให้ตั้งใจมั่นคงแน่วแน่ ปฏิญาณไม่ท้อถอย ภารกิจท่องนรกที่หนักหน่วงนั้นก็จะสำเร็จลงโดยสะดวกรวดเร็ว
รีบขึ้นดอกบัวเถอะ เวลามีน้อยมาก
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
เชิญอาจารย์ท่านออกเดินทางเถิด
!
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ เจ้ารีบลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ศาลาว่าการของขุมที่
6 ได้อยู่ต่อหน้าเราแล้วนอกปราสาทพวกวิญญาณผีออกกันเป็นกลุ่มๆ
กำลังออกนั่งบัลลังก์ชำระคดี ผู้ที่นั่งอยู่ตรงกลางเกิดถอนตัวออกโดยฉับพลันทันด่วนพวกวิญญาณผีจึงมองมาทางนี้เป็นตาเดียวกัน
อรหันต์จี้กง : เปียงเซี้ยอ๊วงแห่งขุมที่
6 ได้ลงขั้นบันไดมาต้อนรับเราแล้ว เจ้าหยางเซิงจงตามฉันเข้าไปแสดงความเคารพ
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา! ขอแสดงความคารวะต่อท่านยมบาลและเทวฑูตทั้งหลายข้าพเจ้าศิษย์ผู้ต่ำต้อยคือศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เมืองไถ่ตง ซึ่งเป็นศิษย์แห่งกวนอู เราศิษย์อาจารย์รับเทวโองการแต่งหนังสือ
มาหาข้อมูลหลักฐานยังยมโลก เพื่อเป็นการเตือนชาวมนุษย์ การมาถึงที่นี่ในวันนี้
ขอให้ท่านยมบาลโปรดประทานความสะดวกให้ด้วย
ยมบาล : ลุกขึ้นเร็ว มิต้อง
ยินดีที่ได้พบ! ได้ยินสำนักของท่านเปิดรับประทับทรงบรรยายธรรมมาเป็นเวลานาน
สร้างความดีในการเตือนชาวโลกมากหลาย วันเพ็ญเดือน 8 ปีที่แล้ว
ขุมของเราได้รับเทวโองการแล้ว ทราบว่าสำนักของท่านแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ตามเทวโองการ วันนี้เพิ่งมาถึงที่นี่
เชิญท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงเข้าไปนั่งพักภายในเถิด
อรหันต์จี้กง : ขอบคุณท่านเปียงเซี้ยอ๊วงที่ให้เกียรติต้อนรับมากเจ้าหยางเซิง
เราตามท่านยมบาลเข้าไปข้างในกันเถิด
ยมบาล : เทวฑูตรีบเสิร์ฟน้ำชาทิพย์เร็ว
เทวฑูต : ขอรับคำบัญชา
.เชิญดื่มน้ำชา!
ยมบาล : ท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงมิต้องเกรงใจเชิญดื่ม
หยางเซิง : ขอบคุณท่านยมบาลในการต้อนรับครั้งนี้
น้ำชานี้ไม่เหมือนกับชาของเมืองมนุษย์ รู้สึกรสหวานชุ่มคอดี
ยมบาล : ชาหยาบๆ เท่านั้นเอง
ของมันมีน้อยค่ามันก็สูงท่านจึงมีความรู้สึกอย่างนี้แหละ ท่านทั้งสองมายังที่นี่ในวันนี้ข้าพเจ้ามีความชื่นชมยินดีมาก
พูดถึงเหตุการณ์ในโลกมนุษย์ของทุกวันนี้แทบไม่อยากกล่าวถึงเลย
ดังนั้นพระทัยเง็กเสียงอ๊วงตี่ท่านทรงสลดยิ่ง จึงได้ตรัสสั่งมายังสำนักของท่าน
ให้แต่งหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" เพราะเหตุว่าชาวโลกไม่เชื่อว่าผู้ที่ทำชั่วสร้างบาปเมื่อตายลงแล้วต้องไปรับโทษยังแดนนรก
จึงได้สั่งอาจารย์นำพาวิญญาณของหยางเซิงล่องลงยมโลก เยี่ยมชมเกตุการณ์ของชาวโลกที่ตายลงแล้ว
โดนแดนนรกทำโทษอะไรบ้าง โดยให้ เง็กฮือท่งจื้อ เทวดาองค์หนึ่ง
ใช้ตาทิพย์ถ่ายทอดสดจากสถานที่ปัจจุบัน แล้วนำเอาสภาพจริงที่หยางเซิงพบเห็นในระหว่างท่องอยู่ในนรก
ถ่ายทอดออกโดยอาศัยพู่กันจากร่างทรง เชื่อว่าหนังสือเล่มนี้สำเร็จลง
จะได้ช่วยกอบกู้ผู้คนได้ไม่น้อย ทุกวันนี้ชาวโลกสนใจแต่วิทยาศาสตร์ดูหมิ่นดูแคลนต่อภูตผีเทพเจ้า
จึงเกิดการปล้นจี้ ฆ่าแกง ข่มขืน ฉ้อฉล ขโมยต่างๆ ขึ้นทุกแห่งหนและบ่อยครั้ง
ชาวโลกถือแต่เหตุการณ์เฉพาะกน้า ในใจคิดว่าเมื่อได้รอดพ้นจากเงื้อมมือกฎหมายไปได้แล้วก็จะเรียบร้อยลง
ดังนั้นบรรดาที่หาช่องโหว่แห่งกฎหมายหรือเสี่ยงต่อกฎหมายนั้น
จะเห็นมีอยู่ทั่วไป บรรดาพวกที่ทำลายความทำนองคลองธรรมไม่เคารพต่อศีลธรรมทางการค้า
ตอมเต็มอยู่ในเมืองมนุษย์เป็นเรื่องที่น่าอนาถใจยิ่ง นี่แหละคือผลที่ติดตามมาอันเลวร้ายของการนิยมวัตถุ
โลกทุกวันนี้มีสภาพอย่างที่เห็นนี้ ทำให้จิตใจข้าพเจ้าเจ็บปวด
ผู้ที่ไปเชื่อถือผีเจ้าทั้งเหตุและผล แล้วไปก่อกรรมทำเข็ญ
เมื่อตายลงแล้วไม่มีแม้คนเดียวจะรอดจากการลงโทษของยมโลกที่เรียกว่า
"แม้กฎสวรรค์จะหละหลวม แต่ก็ไม่มีใครรอดได้" คือหมายถึงเรื่องนี้ล่ะ
ข้าพเจ้าควบคุมขุมที่ 6 คือ "นรกใหญ่ตะโกนร้อง"
บรรดาผีที่ถูกตัดสินโทษจากขุมที่ 6 ความเจ็บปวดทรมานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุมที่
5 ดังนั้นจึงเรียกว่า "นรกใหญ่ตะโกนร้อง" โดยเอาสถานที่การลงโทษจาก
16 นรกน้อย ชาวโลกที่กระทำสิ่งชั่วร้ายอุบาทว์หนักหนา ผู้ที่ไม่เคารพระเบียบประเพณีศีลธรรมนั้น
ต้องถูกททำโทษอย่างลึกซึ้งหนักหน่วงอเนจอนาถยิ่ง เมื่อท่านหยางเซิงกลับคืนสู่โลกมนุษย์แล้ว
ควรปลอบเตือนชาวโลกสงบอารมณ์หล่อหลอมจิตใจบำเพ็ญกาย ประพฤติปฏิบัติอยู่ในขอบเขตของตน
ท่านทั้งสองมาเยี่ยมชมนรกในวันนี้ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีต้อนรับอย่างสูง
การรับดื่มน้ำชาทิพย์ผิดแปลกแตกต่างกับนักโทษที่รับการลงโทษอยู่นั้นราวฟ้ากับดิน
ชาวโลกจะลงเอยกันอย่างไร ตัวเองต้องตระเตรียมการไว้ก่อน เชิญท่านทั้งสองดื่มน้ำชาเถิด
อรหันต์จี้กง : วันนี้เวลาหมดลงแล้ว
อาตมาว่าวันอื่นค่อยมาเยี่ยมชมสภาพการณ์ของคุกต่างๆ กันใหม่
ยมบาล : ก็ดีเหมือนกัน ยินดีต้อนรับท่านทั้งสองมาเยี่ยมใหม่ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวมนัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : ขอบคุณมากที่ท่านยมบาลประทานน้ำชาทิพย์
และวาจาอันมีค่าเท่าเทียมหยกทองปลอบโยนให้ เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว
จำเป็นต้องกราบลาละครับ
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงเตรียมขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซ้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม