ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
ดวงประทีป ลอยเด่นใน ราตรีกาล
นำหยางเซิง ท่องบาดาล แดนประหาร
ครบรอบปี แต่งหนังสือ ตามโองการ
ดลบันดาล ผู้หลงทาง ทั่วแดนไกล
อรหันต์จี้กง : สำนักของท่านรับเทวโองการแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ถึงวันนี้ได้รับครึ่งปีแล้ว อาตมารับเกียรตินำพานายหยางเซิงไปเที่ยวชมรายละเอียดในแดนนรก
และรวบรวมหลักฐานแห่งความผิดนั้นๆ รู้สึกว่าเป็นภาระหน้าที่ที่หนักหน่วงและยาวนานมาก
เฉพาะอย่างยิ่งถนนหนทางใดแดนนรกน้อยขรุขระกันดาร ก่อให้เกิดความลำบากในการท่องเดินยิ่ง
"เที่ยวเมืองนรก" เป็นหนังสือที่แปลกประหลาดพิสดารอันยิ่งใหญ่ในพิภพนี้
ซึ่งจุติลงด้วยการสนองรับความมุ่งมาตรแห่งสวรรค์เนื่องจากสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตงได้รับเทวโองการให้รับประทับทรงบรรยายธรรม
มีผลงานกอบกู้ช่วยเหลือผู้คนนับได้เป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่มีความพอพระทัยเป็นที่ยิ่ง
จึงตรัสสั่งมอบหมายภาระกิจอันใหญ่หลวงนี้ ทั้งนี้ก็เป็นความสามารถแห่งพู่กันศักดิ์สิทธิ์จึงจะสามารถบรรลุผลงานอันศักดิ์สิทธิ์นี้
อาตมาก็รู้สึกพลอยสุขใจไปด้วย การเขียนแต่งของหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก"
ได้สำเร็จลงไปแล้วกว่าครึ่งเล่ม ระยะทางก็ยังห่างไกลมากอยู่
ขอศิษยานุศิษย์ทั้งหลายจงมุมานะงานอย่าได้หน่ายแหนงเมื่อกาลเวลาที่หนังสือนี้สำเร็จลง
ผลบุญของศิษย์ทั้งหลายจะสามารถช่วยได้ถึง 3 ชั่วคน (ปู่ พ่อ
และลูก) ได้เวลาท่องนรกแล้วหยางเซิงเตรียมขึ้นดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ลำบากมาตลอดทั้งปีแผ่บารมีช่วยปกป้องคุ้มครองในทางลับ
อย่างถี่ถ้วนละเอียดทุกประการ รู้สึกว่าตนเองนี้มีสติปัญญาไม่ผ่องแผ้วยังไม่สามารถเข้าใจบรรลุถึงขั้นลึกล้ำพิสดาร
ขอท่านอาจารย์โปรดประทานรัศมีแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แก่กระผมด้วยเถิอขอรับ
เนื่องจากกระผมพึ่งเดินทางกลับจากสำนักธรรม "กำซิวตึ้ง"
ทางใต้รู้สึกว่ามีอาการอ่อนเพลียบ้างเล็กน้อย อาจารย์ท่านจะให้ยาวิเศษกระผมสักเม็ด
เพื่อปลุกกระตุ้นประสาทได้หรือไม่ไฉน ?
อรหันต์จี้กง : เจ้าลำบากมามาก
เนื่องจากเจ้ามีความตั้งใจแน่วแน่บริสุทธิ์ ฉันจึงได้ให้ยาวิเศษไปหลายหน
เจ้าก็รู้แก่ใจแล้วหลังจากเริ่มแต่ง "เที่ยวเมืองนรก"
ร่างกายเจ้าแข็งแกร่งล่ำสันขึ้นทุกวัน พุทธเทพเจ้าท่านได้ประทานช่วยเจ้าช่วยพลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยเลย
วันนี้ฉันจะให้ยาทิพย์อีก 3 เม็ด กินเร็วเข้า เพื่อเตรียมท่องนรก
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านอาจารย์เป็นที่ยิ่ง
ที่ได้แผ่บารมีปกป้องคุ้มครองกระผม โรคกระเพาะเรื้อรังมานานปี
หลังจากรับเทวโองการแต่งหนังสือแล้ว ค่อยๆ หายไปโดยมิได้ทานยาวันนี้ได้รับทานยาทิพย์จากท่านอาจารย์อีกครั้ง
รู้สึกจิตใจและสติผ่องใสกระปี้กระเปร่า ขอบพระคุณมากครับ
อรหันต์จี้กง : ขอรับคำบัญชา
กระผมนั่งเรียบร้อยแล้วเชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางเถิด
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้ว รีบลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : เบื้องหน้าคือคุกอะไร
? ไฉนจึงได้ยินเสียงคนร้องอย่างเจ็บปวดและมีเสียงหนูด้วย
อรหันต์จี้กง : คุกข้างหน้าเป็นคุก
"แดนตัดไตหนูกัดนรกน้อย" ซึ่งเป็นคุกหนึ่งในจำนวน
16 นรกน้อยที่อยู่ในความปกครองของขุมที่ 6 พัศดีและนานทหารได้มาแล้ว
รีบเข้าไปแสดงความเคารพ
หยางเซิง : ขอรับกระผม ขอแสดงความเคารพต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
ข้าพเจ้านายหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตง วันนี้ได้ติดตามท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านขอได้ให้คำแนะนำชี้แจงและความสะดวกด้วย
พัศดี : มิต้องลุกขึ้นเร็ว!
คุกของเราได้รับคำสั่งจากท่านยมบาลทราบว่าท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงจะมาเยี่ยมชมเพื่อแต่งหนังสือ
เชิญตามข้าพเจ้าไปยังในคุกเถิด
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีให้การรับรองอย่างดี
แต่ว่าในคุกเห็นมีหนูเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น บุกจู่โจมเข้าเล่นงานวิญญาณโทษ
วิญญาณโทษแต่ละตนถูกล่ามติดอยู่กับพื้น มือทั้งสองข้างมิสามารถป้องกันตนเองได้
ได้ยินแต่เสียงร้องตะโกนอย่างเจ็บปวด อันที่จริงแล้วพวกมันต้องโทษอย่างไร
?
พัศดี : คุกนี้มีนักโทษชายล้วนๆ
เพราะเหตุว่าตอนมีชีวิตอยู่ล้วนชอบมั่วหญิงมักมากในกาม หรือผู้ที่ผิดศีลธรรมวินัยเป็นเสือผู้หญิง
โดยที่ตอนมีชีวิตอยู่นั้นชอบเสพกามเสื่อมเสียทำลายศีลธรรม
นอกจากตัดเอาไอ้จ้อนออกแล้ว ยังให้พวกหนูแทะกัดขั้วของมันอีกด้วย
ซึ่งมีความมุ่งหมายจะ "ขุดรากถอนเหง้า" นั่นแหละ
อรหันต์จี้กง : ลงโทษแบบนี้เหลือที่จะทนได้
ไอ้จ้อนมันเกี่ยวเนื่องกับหัวใจ เมื่อโดนตัดหรือถูกกัดจะเจ็บปวดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
คำพังเพยกล่าวว่า "ตัดหญ้าไม่ถอนราก ลมอุ่นโชยมาก็ก็จะงอกขึ้นอีก"
พวกนี้มันลุ่มหลงในการเสพเมถุนเกินไป จึงต้องรับการลงโทษวิตถารแบบนี้
พัศดี : ข้าพเจ้าจะพาวิญญาณโทษ 2-3 ตนออกมาเล่าเรื่องที่มันทำความผิดอย่างไรในตอนมีชีวิตอยู่ด้วยตัวมันเอง
มันต้องมาลงเอยกันอีกแบบนี้
หยางเซิง : ดีมากครับ ! วิญญาณโทษพวกนี้มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้
พวกหนูจู่โจมบุกเข้ากัดจากเบื้องล่าง บ้างก็โหยหวนคร่ำครวญไม่สามารถหลบหลีกเลยกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้น
หนูพวกนี้ตัวโตเท่าแมวมองดูแล้วรู้สึกดุร้ายเหลือหลาย เวลากัดคนคล้ายกับกินอาหารอย่างนั้น
อรหันต์จี้กง
: พวกหนูชอบแทะกัดถุงผ้ายิ่งนัก
ชอบกินถั่วลิสงก็คือภาพที่ได้เห็นอยู่อันนี้แหละ เห็นแต่เลือดสดๆ
ทะลักเรี่ยราด น่าสมเพชที่มวลมนุษย์หลงในการเสพสุขชั่วครั้งชั่วคราวเลยก่อความทุกข์อย่างน่าเวทนาในวันนี้
พัศดี : ข้าพเจ้าได้พาวิญญาณโทษ
2 ตนออกมาแล้ว วิญญาณโทษฟังคำสั่งนี้ ท่านรูปนี้คือพระอรหันต์จี้กง
อีกท่านหนึ่งคือหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองมนุษย์
สองศิษย์อาจารย์รับเทวโองการท่องนรกแต่งหนังสือ พวกแกจงรีบสารภาพความชั่วที่กระทำไว้ในปางก่อนเพื่อที่จะลงในหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" เพื่อปลอบเตือนชาวโลก
วิญญาณโทษ : ภพก่อนผมได้สละตนเป็นศิษย์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์บำเพ็ญธรรม
และได้ถือศีลกินเจ ได้แต่งงานมีลูกเต้าต่อมาเกิดมีจิตใจรวนเรไม่มั่นคง
ได้เกิดได้เสียกับผู้หญิงบำเพ็ญธรรมซึ่งเป็นศิษย์คณะเดียวกัน
ทำลายล้างกฎวินัยข้อบังคับซึ่งเป็นการล้างผลาญความตั้งใจจากแรกเริ่ม
เมื่อตายลงแล้วไม่เพียงแต่ไม่มีทางไปสวรรค์ กลับโดนยมทูตขาวดำคุมมาแดนนรกผ่านการฉายร่างเดิมจากหอกระจก
(กรรม) วิเศษ มองเห็นเหตุการณ์อันบัดสีโดยตลอดอายจนพูดไม่ออก
และแล้วส่งมอบขุมที่ 6 เปียงเซี้ยอ๊วงท่านโกรธมาก ด่าผมว่าตัวอยู่ในธรณีสงฆ์แห่งศักดิ์สิทธิ์รู้กฎเองทำลายเอง
ต้องลงโทษเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ตัดสินให้ตกเข้าไปยัง "แดนนรกตัดไตหนูกัด"
โดนยมทูตตัดเอาไอ้จ้อนออกก่อน แล้วถูกมัดอยู่กับพื้นปล่อยให้หนูแทะกัดเอาตามใจชอบ
ทุกวี่ทุกวันจิตใจอ่อนไหวเจ็บแสบอย่าบอกใครเชียว จึงโทษตัวเองพลาดพลั้งหนเดียวกลายเป็นความขมขื่นตลอดกาล
ขอผู้คนในแดนมนุษย์เมื่อเข้าอยู่ในธรณีศักดิ์สิทธิ์แล้ว จงรักษาปฏิบัติกฎระเบียบแห่งศักดิ์สิทธิ์นั้น
มิเช่นนั้นแล้วบุญกุศลใดๆ ที่ตนสร้างไว้ก็ไม่สามารถจะชดเชยความผิดนี้ได้
อรหันต์จี้กง : คำพังเพยกล่าวไว้ว่า
"การถือศีลกินเจไปหมดเขตที่ตรงสะดือเท่านั้น" ก็คืออย่างที่ว่านั้นแหละ
เมื่อท่อนล่างไม่บำเพ็ญให้สะอาดหมดจด บัดนี้ให้ยมทูตและพวกหนูช่วยรักษาาให้
ทำให้แกสะอาดขึ้น เวรนั้นต้องรับเอาเอง
พัศดี : ตนที่ 2 รีบเล่าการกระทำในปางก่อนเร็ว
วิญญาณโทษ : เพราะเหตุว่าตอนที่ผมเรียนอยู่ในชั้นมัธยมนั้น
ถูกลวงจากเพื่อนชั่วไปเที่ยวโสเภณีจากสถานเริงรมย์ ต่อมาพอมีเงินบ้างก็ไปเที่ยวหย่อนใจตามสถานที่นั้นๆ
แล้วยังชวนเพื่อนนักเรียนไปเปิดหูเปิดตาหลายครั้งด้วย เป็นเหตุให้เสียตัวในขณะร่างกายกำลังอยู่ในความเจริญของวัย
บ้างก็ติดกามโรคเนื่องจากความสำส่อนวัยหนุ่ม ทำผิดเรื่องพรรค์นี้
ตายลงแล้วจึงถูกตัดสินให้มารับโทษยังที่นี้ ทุกข์ทรมานอันนี้หามีผู้ใดเข้าใจไม่
ตอนเป็นมนุษย์ก็เสพสุขอย่างสุโข เมื่อตายแล้วมาอยู่ที่นี่อย่างอยากที่จะทนต่อวันเวลานึกขึ้นมาทีไรจึงเสียใจไม่รู้วาย
พัศดี : ตอนเป็นหนุ่มเป็นแน่นไม่ประพฤติดีหลงใหลแต่นารีหญิงสาว
ยังไม่ทันแต่งงานก็เสียความเป็นโสดเสียแล้ว จะเรียกได้ว่า
"ไม่รักศักดิ์ศรี" และยังลวงเพื่อนให้เสื่อมเสียอีก
ไอ้จ้อนมันสร้างเวร จึงต้องตกคุกนี้ เป็นเหตุที่สมควรแล้ว
หยางเซิง : ดูๆ แล้วพวกนี้น่าเวทนามาก
ในกรงขังยังมีวิญญาณโทษอีกมากมาย ที่จริงมันทำผิดอะไรบ้าง
จึงมารับการลงโทษที่นี่
พัศดี : คุกนี้มีวิญญาณโทษใหม่เข้ามาวันละเป็นพันตน
ดังนั้นคุกนี้จึงมีขอบเขตแห่งความผิดกว้างขวางมาก บรรดาผู้ที่ชอบเที่ยวผู้หญิงจนเกินความต้องการ
ผู้ที่มีไอ้จ้อนไม่สะอาด หรือผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ก็ไปเสียตัวในซ่องผู้หญิง
หรือผู้ที่เที่ยวไปหลอกลวงผู้หญิง หรือผู้ที่แต่งงานแล้วเป็นชู้กัน
หรือที่ปาวารณาตัวถือศีลอยู่ในบรรพชิตหรือสำนักศักดิ์สิทธิ์แล้วยังมั่วกามลามกหรือผู้ที่สมสู่กันขัดต่อระดับชั้นวรรณะ
หรือพวกโทรมหญิง (ลงแขก) ไอ้จ้อนมันร้ายมาก ล้วนตัดสินให้ตกเข้ามาคุกนี้รับโทษอย่างทารุณทั้งสิ้น
อรหันต์จี้กง : อาตมาขอเตือนชาวโลก อย่าได้ทำผิดในเรื่องกามเป็นอันขาด
โทษนี้หนักที่สุดเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่บำเพ็ญธรรมอยู่ยิ่งสมควรระวังให้จงหนัก
ผู้ทำผิดทางนี้ไม่มีทางให้อภัยเลยนอกจากต้องเกี่ยวข้องกับ
"นรกพร่าหัวใจ" แห่งขุมที่ 5 แล้วบางพวกยังต้องโทษที่ขุมนี้อีก
แต่สวรรค์ท่านมีความเมตตาปราณีต่อชีวิตของมวลมนุษย์ แหวกช่องให้รอดเปิดโอกาสให้ถ้าได้อ่าน
"เที่ยวเมืองนรก" แล้วได้ตั้งใจปลงบาปสำนึกตัวและพิมพ์แจก
"เที่ยวเมืองนรก" ให้มากเพื่อเตือนชาวโลก และไม่ทำผิดในเรื่องนี้อีก
แล้วท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่จะได้ตรัสสั่งให้อภัยลงโทษเนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว
เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การต้อนรับอย่างดี
เราขอลาก่อนละ
พัศดี : ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว
เตรียมกลับสำนัก
หยางเซิง : กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม