ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
แพร่หลักธรรม มิหวั่นไหว ทางกันดาร
ราตรีกาล ปลื้มปิติ ศักดิ์สิทธิ์ปวง
วัฒนธรรม รุ่งเรืองศรี กลางเมืองหลวง
กลิ่นธรรมอวล พวยพุ่ง สู่นภา
อรหันต์จี้กง : ฤดูร้อนผ่านไป
ฤดูใบไม้ล่วงเข้ามาแทนรู้สึกว่ามีความเย็นประปราย ผู้คนเริ่มนุ่งห่มผ้าหนาขึ้น
พวกนกกาก็เพิ่มขนขึ้นบ้างแล้ว สี่ฤดูกาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปไม่หยุดยั้งนึกถึงก่อนโน้นสมัยเด็กๆ
เวลานี้ลูกหลานเต็มบ้านสายตาพร่ามัว มือไม้เฉื่อยชา เวลาเดินเหินก็โยกเยกไม่มั่นคง
รู้สึกเสียดายวันเวลาที่ผ่านพ้นไป ขณะนี้มาหวนคิดถึงกาลเวลาที่ล่วงลับไปแล้วนั้น
ชีวิตคนคล้ายความฝัน จึงขอเตือนชาวโลก ควรยึดมั่นในกาลเวลาขณะหนึ่งก็คือชีวิตหนึ่งขณะ
ควรรีบบำเพ็ญตนปฏิบัติธรรมในกรณีแห่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ปฏิบัติดีของสังคมเป็นศิษย์มีความสามารถในธรณีแห่งศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้นแล้วจะไม่เกี่ยวข้องกับพวกนรก ถึงแม้ว่าจะมาบ้างก็อยู่ในฐานะของผู้ท่องเที่ยว
มิต้องรับโทษทรมาน การท่องนรกในวันนี้ได้เวลาแล้ว หยางเซิงเตรียมตัวขึ้นดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : มิทราบว่าเราจะไปคุกใดในวันนี้
?
อรหันต์จี้กง : ฉันจะไม่ขอพูดก่อน
ชั่วพริบตาเดียวเจ้าก็จะได้รู้เองโดยตลอด
หยางเซิง : ครับผม กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้
..
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ เจ้าจงลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ!
ไฉนท่านจึงพาผมมายังไหล่เขาลูกนี้ข้างหน้ามีเสียงร้องพัดผ่านมาคล้ายเสียงที่มีคนถูกฆ่าฟัน
หรือถูกทุบตีฉันนั้น ทางเล็กเบื้องหน้ายังมีวิญญาณโทษที่ถูกคุมโดยยมทูตเดินรุดหน้าไป
เราจะตามหลังมันไปชมดูให้ถึงที่สุดหรือไฉน ?
อรหันต์จี้กง : การเดินทางของเราในวันนี้ก็คือจะไปเยี่ยมชมนรกน้อยที่ตั้งอยู่ในไหล่เขาเบื้องหน้านี้แหละ
รีบตามยมทูตข้างหน้านั้นไป
หยางเซิง : เรากวดทันยมทูตมาแล้ว
เขายังหันกลับมาทำความเคารพเราด้วย มิทราบว่าพวกวิญญาณโทษเหล่านี้ต้องโทษอะไรไว้บ้าง
ที่ได้คุมตัวไปดำเนินคดีในขณะนี้ ?
อรหันต์จี้กง : วิญญาณโทษเหล่านี้คือพวกโชเฟอร์
(คนขับรถ) หรือพวกขับรถมอเตอร์ไซค์ เพราะว่าภพก่อนเคยทำผิดเรื่องรถชนคนตาย
ดังนั้นจึงต้องมารับโทษจากแดนนรก
หยางเซิง : ผู้ที่เป็นโชเฟอร์หรือนักขับมอเตอร์ไซค์เมื่อขับรถชนเขาตายแล้ว
ตอนอยู่ในโลกมนุษย์ก็ได้จัดการเสร็จไปแล้วยังหาที่สิ้นสุดยุติมิได้หรือ
?
อรหันต์จี้กง : เมื่อมีเรื่องถึงกับคนตาย
ยมกฎยังมีการทำโทษอีกวาระหนึ่ง ถึงหน้าประตูคุกแล้ว ประเดี๋ยวเจ้าจะสอบถามรายละเอียดจากพัศดีได้
หยางเซิง : เบื้องหน้าได้ปรากฏคุกๆ
หนึ่ง ข้างประตูคุกมีเวรรักษาการณ์ยืนอยู่ รู้สึกองอาจเคร่งขรึมมากบนประตูคุกเขียนไว้ว่า
"สอนขับรถนรกน้อย" พัศดีและนายทหารได้ตั้งแถวต้อนรับเราอยู่แล้ว
อรหันต์จี้กง : เจ้าจงรีบเข้าไปทำความเคารพ
หยางเซิง : ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
วันนี้ข้าพเจ้ากับท่านอาจารย์รับคำสั่งมาเยือนคุกท่านและรวบรวมข้อมมูลเพื่อเตือนชาวโลก
ขอท่านพัศดีโปรดให้ความสะดวกในการค้นหาหลักฐานของความผิด
พัศดี : มิต้อง ท่านทั้งสองโปรดตามข้าพเจ้าไปชมดูภายในเถิด
หยางเซิง : ขอเรียนถามท่านพัศดี
คุกของท่านอยู่ในความปกครองของขุมใด?
พัศดี : คุกนี้มีชื่อว่า "สอนขับนรกน้อย"
อยู่ในความควบคุมของท่านเปียงเซี้ยอ๊วงแห่งขุมที่ 6 เป็นคุกที่สร้างขึ้นใหม่
มวลชนชาวโลกล้วนไม่เคยรู้จัก ที่สำนักท่านรับเทวโองการแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" คุกเราทราบมานานแล้ววันนี้ได้รับสาส์นจากเจ้านายแห่งขุมที่
6 จึงทราบว่าพวกท่านจะมาเยี่ยมชมคุกนี้ยินดีต้อนรับเป็นที่ยิ่ง
ท่านหยางเซิงมีข้อปัญหาอะไร ถามได้โดยละเอียดทุกอย่าง
หยางเซิง : ผู้ที่ถูกทำโทษในคุกของท่าน
ล้วนเป็นพวกอะไรบ้าง?
พัศดี : บรรดาพวกที่ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ
ถึงแก่ความตาย หรือบาดเจ็บสาหัส หรือถึงกับทุพพลภาพไม่ว่าจะเป็นคนขับรถเครื่อง
รถยนต์ รถจักรยาน เมื่อตายลงแล้วต้องมารับกรรมสนองลงโทษ ณ
ที่นี้ เชิญท่านตามข้าพเจ้าเข้าไปชมดูภายในเถิด
อรหันต์จี้กง : ขอบคุณมาก
หยางเซิง : ไหล่เขาข้างหน้าฝูงชนมากมาย
มีทางเล็กๆ หลายสายบนถนนล้วนเป็นหินทรายดินกรวดขรุขระไปไม่ราบเรียบ
วิญญาณโทษแต่ละตนต่างลากรถคนละคันเหมือนดังลากรถลาก (รถเจ๊ก)
ในสมัยก่อนฉันนั้น บนรถบรรทุกเต็มไปด้วยอิฐแดงเคลื่อนลงช้าๆ
จากไหล่เขา หนทางก็แคบพอรองรับล้อรถสองข้างเท่านั้น หากล้ำเส้นไปนิดเดียว
ก็จะตกไปในล่องลึกสองข้างทาง เท้าวิญญาณโทษทั้งสองข้างเปลือยเปล่าเนื่องจากอิฐแดงบนรถหนักมาก
ลงจากไหล่เขาก็ไม่มีที่จะห้ามล้อ (เบรก) ต้องอาศัยเท้าทั้งสองข้างยันไว้
แต่ละคนต้องเดินอย่างแช่มช้าระมัดระวัง ใช้เท้าทั้งสองข้างยันพื้นแบบเบรครถอย่างนั้น
ดังนั้นอุ้งเท้าทั้งสองข้างจึงมีผิวหนังขาดเลือดออกเรี่ยราดไปทั่วพื้นดิน
บ้างก็ไม่ระวังจนพุ่งลงไปในร่อง เนื่องจากตัวรถหนักมากต้องขนเอาอิฐลงก่อน
และแล้วจึงรีบเข็ญรถขึ้นมาบนถนน ใช้อิฐหนุนไว้ ตรึงล้อรถให้อยู่กับที่
ต่อจากนั้นจึงเก็บเอาอิฐทีละก้อนขึ้นไปบนรถแล้วลากลงเขาอีก
มีบางคนกำลังกายต้านไม่ได้เท้าเหยียบพลาดล้มลง โดนรถแล่นทับผ่านไปบนร่างกาย
ร้องตะโกนได้เพียงคำเดียวตัวก็สลบเหมือดไปเลย เหมือนดังเกิดอุบัติเหตุโดนรถทับตายฉันนั้นแหละ
เลือดสดๆ ทะลักเต็มพื้นที่ การลงโทษแบบนี้แปลกประหลาดทันสมัยมาก
แต่ทารุณมากเกินไป
อรหันต์จี้กง : ผู้ขับรถในมนุษย์โลกที่ไม่มีความระมัดระวังจนเกิดอุบัติเหตุถึงกับทำให้ผู้อื่นต้องตายลงนั้น
เมื่อตนเองตายลงแล้วจะกลับกลายเป็น "ผู้ถูกทำร้าย"
และยังต้องมารับโทษทรมานจากสถานที่นี้อีก ซึ่งเป็นการตอบสนองกันถึงที่สุดที่ไม่สามารถจะรอดพ้นจากการตอบสนองของเหตุและผล
พัศดี : ข้าพเจ้าจะสั่งวิญญาณโทษ
2-3 ตนให้เล่าเรื่องเกิดเหตุการณ์ขึ้นในตอนมีชีวิตอยู่นั้นให้ท่านหยางเซิงฟัง
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีที่ไม่ทอดทิ้ง
พัศดี : วิญญาณโทษมาแล้ว รีบสารภาพต่อท่านอาจารย์กับท่านหยางเซิงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปางก่อน
เพื่อท่านหยางเซิงนำกลับไปเผยให้ชาวมนุษย์รู้ต่อๆ ไปในโลกมนุษย์
วิญญาณโทษ : ตอนผมยังเป็นมนุษย์อยู่นั้น มีอาชีพเป็นคนขับรถประจำทาง
อยู่มาวันหนึ่งขณะที่กำลังเลี้ยวรถหักมุมนั้น เกิดมีเด็กหญิงวิ่งพุ่งออกมาจากตรอกอย่างปัจจุบันทันด่วน
ผมเบรครถไม่ทันเลยทับผ่านร่างเด็กคนนั้นถึงกับ ตายคาที่ ระหว่างเวลาที่ผมขับรถอยู่ก็เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง
แต่ยังไม่เคยถึงกับเสียชีวิตลง เพียงแต่ตัวรถเสียหายไปบ้างบวกกับเรื่องนี้อีกจึงถูกบริษัทไล่ออกเมื่อตายลงแล้ว
ถูกตัดสินให้ตกเข้า "นรกสอนขับรถ" มีกำหนดโทษ 1
ปี แต่ละวันฝึกฝนการขับรถอยู่ที่นี้ถนนล้วนลาดลงไปทางตีนเขาทั้งสองเท้าทำหน้าที่เบรครถแม้ว่ากำลังกายยังพอไปไหว
แต่ต้องขึ้นลงร้อยเที่ยวทุกวี่ทุกวัน จึงทำให้พลังกายพลังใจสูญสิ้นไปหมด
พื้นเท้าแหลกเละทรมานยิ่งนัก
พัศดี : ตนที่ 2 รีบสารภาพขับรถแล้ว
เกิดเหตุอะไรขึ้นตอนที่อยู่ในเมืองมนุษย์
วิญญาณโทษ : ผมตอนมีชีวิตอยู่มีอาชีพขับรถแท็กซี่ อยู่มาวันหนึ่งไปร่วมวงเหล้าตามัว
ไม่เพียงแต่ขับรถเร็วเกินอัตราที่ทางการกำหนดไว้แล้วยังแซงรถคันอื่นๆ
ไปอีก ด้วยความประมาทเผลอเรอเลยชนเอาคนเดินถนนตายไปคนหนึ่ง
ผิดทางคดีฆ่าคนตายโดยประมาทเลินเล่อ ต้องชดใช้เงินทองเขาและติดคุกอีก
เมื่อตายลงแล้ว ท่านยมบาลสอนผมว่า "ขับรถแล้วยังเมาเหล้าอีก
ล้อเล่นชีวิตคน" เลยตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ใน"นรกสอนขับรถ"
3 ปี ทุกๆ วันลากรถทดลองขับดู ถูกข่มเหงรังแกเหลือหลาย เท้าทั้งสองก็บวมเป่งเจ็บปวด
เพราะเหตุกำลังใจและกำลังกายสูญเสียไปมากเกินควรร่างกายจึงผอมแห้งเหลือแต่กระดูกขอให้ผู้ขับรถในแดนมนุษย์ควรเตือนสติให้ดี
เมื่อมอมเมาจากการร่ำสุราแล้วจงอย่าขับรถเป็นอันขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
มาอยู่ที่นี่ไม่มีน้ำเหล้าให้ดื่ม มีแต่น้ำขม (น้ำหนอง) ไหลพรากออกจากเท้าทั้งสองข้าง
พัศดี :วิญญาณโทษตนที่ 3 รีบสารภาพเกิดเหตุร้ายอย่างไรในตอนมีชีวิตอยู่
วิญญาณโทษ : ตอนผมอยู่แดนนรกเป็นพ่อค้า แต่ละวันขี่รถเครื่องออกไปส่งของ
มักจะขับรถเร็วเกินอัตราไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเพลิดเพลินสุดยอดจนเกินเรื่องโศกเศร้าขึ้น
ในวันหนึ่งไปชนเอาคนเดินถนนเข้า ตัวเองก็ล้มลงได้รับบาดเจ็บทั้งสองถูกนำส่งไปโรงพยาบาล
ผมเพียงแต่ขาหัก อีกฝ่ายหนึ่งหัวสมองกระทบกระเทือนอย่างแรง
ผมรักษาครึ่งปีจึงหายเป็นปกติ ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ไม่ถึงกับตาย
แต่กลายเป็นสติฟั่นเฟือนผมก็โดนฟ้องร้องจนต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินมหาศาลก็เพราะเหตุนี้แหละ
เมื่อตายลงแล้วถูกส่งตัวมายังขุมที่ 6 เปียงเซี้ยอ๊วงตัดสินผมตกเข้าคุกนี้รับความทรมานมีกำหนด
3 ปีความทุกข์ที่ได้รับ คนทั่วไปไม่มีทางที่จะเข้าใจได้
พัศดี : วันนี้เอาวิญญาณโทษ
3 ตนนี้เป็นหลักพิสูจน์บรรดาผู้ขับรถในแดนมนุษย์ควรเป็นเยี่ยงอย่างต้องขับรถโดยตั้งใจระมัดระวังทั้งคนและรถก็จะปลอดภัย
เมื่อตายลงแล้วก็มิต้องมารับทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่ ผู้ที่ตกเข้ามาอยู่คุกนี้
โทษที่ตัดสินไปนั้น มีหนักมีเบาไม่เท่ากัน หากเป็นพวกที่ไม่เจตนาทำร้ายคน
นับว่าความผิดที่เกิดจากความเลินเล่อ ก็ตัดสินให้เบาหน่อย
ถ้าเมาเหล้าขับรถเร็วเกินอัตรา หรือไม่ปฏิบัติ ตามกฎถึงกับเกิดเหตุร้าย
ก็ตัดสินให้หนักหน่อยถ้าเกิดเรื่องแล้วไม่หยุดรถ เจตนาจะหลบหนีโดยไม่ว่าฝ่ายถูกชนจะตายหรือไม่?
เมื่อตัวเองตายลงแล้วท่านยมบาลจะตัดสินลงโทษหนักที่สุด จึงขอเตือนชาวโลกเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถแล้วอย่าหลบหนี
ต้องรับผิดชอบจัดการตามความสามารถ เพื่อภาระหน้าที่และศีลธรรมของตนเองแล้วโทษนั้นก็จะได้เบาบางลงได้
อรหันต์จี้กง : "นรกสอนขับรถ"
เป็นคุกใหม่ของยมโลกเหมือนหนึ่งโรงเรียนสอนขับรถยนต์ในแดนมนุษย์
วิญญาณโทษที่มายังที่นี้ทุกๆ ตนต้องทำตามขั้นตอน ต้องดูทิศทางให้มั่นแม่นเร็วเกินอัตราไม่ได้
หรือผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว พลาดพลั้งไปตัวเองตายจึงเตือนผู้ที่ขับรถเป็นพิเศษ
จงขับขี่อย่างระมัดระวังอันชีวิตของคนนั้นผูกพันกับฟ้าสวรรค์จจะเมาเหล้าไม่ได้
ขับรถเร็วเกินอัตราไม่ได้ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎ เมื่อตายลงแล้วต้องมายึดอาชีพเก่าในแดนนรก
สอบรับ "อนุญาตขับขี่" ฉบับใหม่จากแดนนรกอีกครั้งหนึ่ง
วันนี้เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนักขอบคุณมากท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การแนะนำชี้แจง
หยางเซิง : ขอบคุณยิ่งที่ท่านพัศดีและนายทหารใช้ความสะดวกขอลาก่อนละ
พัศดี : สิ่งใดที่บกพร่องแล้ว
ขอท่านทั้งสองอภัยให้ด้วย ให้นายทหารทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : กระผมนั่งเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้แล้ว
.
อรหันต์จี้กง : สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งถึงแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม