ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
แดนศักดิ์สิทธิ์ มักซบเซา ขาดนักธรรม
ต้องรับกรรม หากละเมิด ผิดศีลธรรม
มุ่งสงบ หากหมั่นเพียร มีผลนำ
คงจะกรรม หากตอแหล ทุกข์ร่ำไป
อรหันต์จี้กง :ธรณีศักดิ์สิทธิ์เงียบเหงา ผู้บำเพ็ญธรรมมีอยู่ประปราย
บ้างก็เสแสร้งแกล้งทำโดยไม่มีความจริงใจ หน้าไหว้หลังหลอก
บ้างก็ไม่เข้าใจหลักธรรมที่ถ่องแท้ นึกคิดอย่างลมๆ แล้งๆ ตามใจตัว
ทำเป็นหูทวนลมต่อคำสั่งสอนศักดิ์สิทธิ์ไม่รักษาตามกฎวินัย
เป็นเหตุให้ศีลธรรมเสื่อมโทรมลง แม้ว่าพวกที่สามารถพูดได้อย่างน้ำไหลไฟดับ
พูดเป็นต่อยหอย แต่คำพูดนั้นก็ไม่ตรงกับใจดังเหมือนกลุ่มควันที่ปราศจากรากเหง้าพื้นฐานไม่มั่นคง
ลอยละล่องไปตามกระแสลมที่พัดต้อง ยากที่จะเติบโตเป็นต้นกล้าหรือไม้ยืนต้นที่ใหญ่โต
ดังนั้นจะมุมานะในการหว่านไถ จะได้รับผลสมบูรณ์ทุกๆ ปี เหนือกว่าที่พูดคุยส่งเดช
อันไม่มีผู้ใดจะเห็นชอบกับมันด้วย การบำเพ็ญธรรมนั้นต้องยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง
ปราชญ์โบราณท่านว่า "ผู้ที่สร้างบุญกุศล ต้องได้รับโชคลาภเหลือล้น
พวกที่ก่อกรรมทำเข็ญต้องพบแต่ภัยพิบัติ" กฎแห่งสวรรค์ถึงจะหละหลวม
แต่ก็ไม่รอดพ้นได้ง่ายนัก ถ้าสามารถสำนึกตัว หันหลังกลับยังมีหนทางให้เดิน
มิเช่นนั้นแล้วจะเสมือนลมเย็นกวาดใบไม้ร่วงเป็นแถบๆ ที่จะมาเยือนโลกมนุษย์
แล้วจะรู้สึกหนาวสะท้านหาที่พึ่งมิได้ ธรณีบ้านจะซบเซาเปล่าเปลี่ยว
ความทุกข์โศกนั้นจะหาที่สิ้นสุดมิได้ วันนี้ได้เวลาไปท่องนรกแล้ว
เจ้าหยางเซิงเตรียมขึ้นดอกบัว
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา ขอเรียนถามท่านอาจารย์ว่าไฉนวันนี้จึงดื่มจนเมาแป้
? คำพูดคำจาก็แสดงออกถึงความไม่สบอารมณ์หมาย
อรหันต์จี้กง : ก็เพราะมองทะลุปรุโปร่งของจิตใจชาวโลก
ที่ล้วนแล้วแต่เสาะแสวงทางเสพสุขในด้านวัตถุ ละเลยในขนบธรรมเนียมประเพณีสะท้านต่อจิตใจของฉัน
ดังนั้นจึงดื่มเหล้าขมไป 2-3 ขวด วันนี้มีเหล้าก็ขอให้เมาในวันนี้
มวลมนุษย์จะไปตกนรกหมกไหม้ก็ช่างมัน แม้ฟ้าดินจะเกิดปรวนแปรถล่มทลายอีกครั้งก็ไม่แคร์
หยางเซิง : ท่านอาจารย์มีทั้งเมตตากรุณาทั้งทุกข์โศก
อรหันต์จี้กง : ขึ้นบนดอกบัวเร็ว
เหล้าไม่เมาคน คนไปเมามันเอง ผู้หญิงมิได้ทำให้คนหลงใหล แต่คนไปหลงใหลเอง
เงินทองไม่เคยไปสนใจใคร แต่มนุษย์นั้นไปสนใจมันเอง ลมเย็นโบกมาวูบหนึ่ง
ทำให้ฉันสดชื่นขึ้นหน่อย เราศิษย์อาจารย์ไปแดนนรกกันเถอะ
.ถึงแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัวได้
หยางเซิง : พัศดีได้มาต้อนรับเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว
ขอแสดงคารวะท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย วันนี้ข้าพเจ้าพร้อมกับท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกท่าน
ขอได้ให้คำแนะนำชี้แจงด้วย
พัศดี : มิต้องเชิญลุกขึ้นเถิด
คุกนี้คือ "แดนแหวกปากเอาเข็มทิ่มนรกน้อย" เป็นเขตปกครองของขุมที่
6 เราได้รับคำสั่งแล้วทราบว่าท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองมนุษย์จะมาเยี่ยมแต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ขอต้อนรับๆ
อรหันต์จี้กง : ขอท่านพัศดีอย่าได้เกรงใจเลย
เราศิษย์อาจารย์ได้รับเทวโองการให้ท่องนรก ที่มาถึงที่นี่ในวันนี้
ขอให้เปิดประตูแห่งความสะดวกให้ด้วย
พัศดี : ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปข้างใน
เพื่อสะดวกในการตรวจชม
หยางเซิง : เห็นแต่วิญญาณโทษเต็มพืดไปหมด
ที่ถูกขังอยู่ในกรงขัง พวกยมทูตใช้ง่ามเหล็กเจาะแหวกปากให้อ้าออก
และแล้วเอาลูกเหล็กที่มีหนามแหลมเต็มไปทั้งลูก บังคับยัดเยียดเข้าไปในปากของวิญญาณโทษ
แต่ละตนแหวกร้องอย่างเจ็บปวดปานฟ้าดินจะถล่ม ชั่วประเดี๋ยวเดียวเลือดสดๆ
ไหลทะลักออกจากปาก แต่ละตนก็ตกเข้าในลักษณะสงบหมดสติไป
อรหันต์จี้กง : ลูกเหม็นมีหนามแหลม
เหมือนลูกหนามเหล็ก พวกวิญญาณโทษมันปากแข็ง จึงต้องใช้ง่ามเหล็กแหวกออก
ยัดลูกเหล็กเข้าไป ทำให้มันมีปากพูดไม่ได้ และไม่มีเสียงให้ร้องเจ็บด้วย
หยางเซิง : การทำโทษแบบนี้ทารุณมากหาที่เสมอเหมือนมิได้มนุษย์เราหาดมีก้างปลาอยู่ในคอก็จะทุกข์ทรมานไปร้อยแปด
ทุรนทุรายไปทั้งเนื้อทั้งตัว ตอนนี้ใช้ลูกหนามบังคับยัดใส่เข้าไป
จึงเป็นคนใบ้กินยาขมไม่สามารถบรรยายความขมได้ (คือทุกข์นั้นพูดไม่ออก)
ขอถามพัศดีว่า พวกวิญญาณโทษนี้ทำความผิดอะไรหนักหนาในแดนมนุษย์
จึงต้องมารับโทษทัณฑ์ในแดนนรกเช่นนี้
พัศดี : ชาวโลกที่ชอบพูดจาสามหาวโดยปราศจากเหตุผล
ถือใจตัวเป็นใหญ่ หรือใช้วาจาที่อ่อนนุ่มหยดย้อยหลอกลวงผู้หญิงหรือที่โกหกมดเท็จเอาเงินทองผู้อื่นเข้ากระเป๋าตัวเอง
หรือที่ชอบสูบยาเสพติดให้โทษ หรือชอบพูดจาอย่างมีเลศนัยให้ร้ายผู้อื่นเสมอๆ
พวกนี้เมื่อตายลงแล้วล้วนยากที่จะรอดจากการลงโทษของ "นรกแหวกปากเอาเข็มทิ่ม"
ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณ 2-3 ตนออกจากกรงขัง เพื่อมาเล่าอธิบายสารภาพการทำผิดอย่างไรบ้าง
นายทหาร : ได้ถอดเอาลูกเหล็กออกแล้ว
เชิญท่านอาจารย์จัดการได้
อรหันต์จี้กง : วิญญาณโทษทุกตนฟังคำสั่งนี้
: วันนี้อาตมาพานายหยางเซิงแห่งเมืองมนุษย์มารวบรวมหาสภาพการณ์ที่พวกแกถูกทำโทษ
ณ ที่นี้ ให้ทุกๆ คนเปิดเผยความจริงที่ทำอะไรเสียบ้างจากปากของตนตอนที่อยู่ในเมืองมนุษย์
เมื่อตายลงแล้วจึงต้องมารับโทษที่นี้ ?
วิญญาณโทษ : ฉันตอนมีชีวิตอยู่นั้นมีคารมคมคายดีมาก
เวลาพูดเวลาจาไม่เพียงแต่นุ่มนิ่มเสนาะโสด เนื่องจากฉันมีรูปโฉมโนมพรรณสวยงาม
หลังจากแต่งงานแล้ว ยังมีผู้ชายไม่น้อยมาติดพันฉันอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่ง
มีผู้ชายคนหนึ่งมาขอความรักอย่างร้อนแรงจากฉัน ฉันเห็นว้าเขาผู้นั้นร่ำรวยมีเงินมากจึงใช้ตลบตะแลงต่อเขา
โดยพูดหลอกว่า "สามีฉันปฏิบัติต่อฉันไม่ดี ขอให้คุณจงช่วยเหลือฉันให้มากหน่อย"
ต่อจากนั้นก็เกิดเป็นชู้กันขึ้นเพราะเหตุว่าฉันประจบประแจงออเซาะเก่ง
โดยเอาลิ้น 2 นิ้ว นี้เป็นเครื่องมือตะล่อมหลอกล่อเอาทรัพย์สินเงินทองจากเขาจนหมดเกลี้ยง
เสร็จแล้วก็ใช้วาจาอันสามหาวใส่เขา แต่ละคำล้วนแฝงด้วยเลศนัยฝังคม
กระแทกกระทันเพื่อนชายผู้นั้นเขาโดนการเหยียดหยามดูหมิ่นเข้าแบบนี้
เกิดความปลงไม่ตกก็เลยฆ่าตัวตาย เมื่อตายลงแล้วใจนั้นจึงผูกความพยาบาทไปฟ้องรักยังท่านยมบาล
ท่านยมบาลเห็นว่าเขาพลดาพลั้งไปโดยความนึกคิดชั่ววูบเดียว
แต่เห็นว่าตัวฉันเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจโหดร้ายเกินควร จึงรับฟ้องไว้ให้มีการตอบสนองรับกรรมเวร
ต่อมาวิญญาณชายผู้นั้นก็เข้ามาสิงอยู่กับตัวฉันเสมอๆ ทำให้ตัวฉันอยู่ไม่เป็นสุข
โดยผ่านมาได้ 7 ปีเศษ ถึงคราวอับโชคและตายลงด้วยจิตใจร่างกายที่อ่อนเปลี้ย
เราทั้งสองได้ไปโต้เถียงที่เมืองผีตายโหง เขาถูกลงโทษด้วยฐานที่มักมากในกามไม่มั่วลูกเมียชาวบ้าน
ฉันก็โดนขุมต่างๆ ลงโทษอย่างหนัก วันนี้ถูกส่งตัวมายังขุมนี้
เปียงเซี้ยอ๊วงด่าว่าฉันมีปากไว้ให้ผู้อื่นหลงใหล ทำร้ายคนเสียดแทงคน
ควรรับสนองตอบจาก "นรกแหวกปากเอาเข็มทิ่ม" ทุกวี่ทุกวันโดนยัดด้วยลูกหนามเหล็ก
รับทุกข์ทรมานด้วยร้อยแปดพันประการ
อรหันต์จี่กง : เธอแกล้งทำเป็นมีความรักใคร่คบชู้สู่ชายฆ่าคนด้วยปากด้วยลิ้น
เมื่อตายลงแล้วมารับโทษยังที่นี้ เป็นการสมควรแล้ว ไม่ต้องพร่ำบ่นแค้นเคียงใคร
วิญญาณโทษตนที่ 2 เล่าเรื่องของแกที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
วิญญาณโทษ : ภพก่อนผมเป็นอันธพาลคนหนึ่ง ชอบเสพแต่พวกยาเสพติด
และฉีดทั้งมอร์ฟีน จนติดงอมแงมจึงต้องเที่ยวออกหาลักขโมยข้าวของของชาวบ้านไปทั่วทุกแห่ง
เพื่อจะซื้อยาเสพติด เมื่อตายลง ถูกตัดสินให้ตกมาอยู่คุกนี้
รับทุกข์ทรมานอย่างไม่สามารถจะพูดได้ ไม่มีความสุขสบายดังเช่นเสพยาเสพติดครั้งที่อยู่ในโลกมนุษย์
ทุกๆ วันกลืนกินแต่ลูกเหล็ก รับทุกข์จากการแทงทิ่มปาก จึงโทษตัวเองไม่ทำดีในตอนที่มีชีวิตอยู่
พัศดี : การสูบเสพยาเสพติดให้โทษ
คุกนี้ตัดสินให้ลงโทษยาวนานมาก เนื่องจากพิษยายังไม่เสื่อมสลายตัว
วิญญาณนั้นจึงไม่สามารถถูกปลดปล่อยให้ไปผุดไปเกิดและในแดนมนุษย์ยังมีผู้คนไม่น้อยที่ชอบพวกยาเสพติดให้โทษ
ยาต้องห้ามกฎหมายบ้านเมืองก็ลงโทษอย่างหนักเมื่อตายลงแล้วกฎในยมโลกยิ่งหนักขึ้นไปอีก
บางตนต้องย้ายขังไว้ "นรกโลกันตร์" ขอเตือนผู้ที่ประพฤติผิดในทางนี้
รีบสำนึกตัวกลับโดยเร็ว อย่ามอมเมาชีวิตและวิญญาณต่อไป
อรหันนต์จี้กง : ตนที่ 3 รีบสารภาพได้ก่อกรรมทำชั่วอะไรไว้ตอนเป็นมนุษย์อยู่
?
วิญญาณโทษ : ผมได้รับการศึกษาอยู่บ้าง ท่องจำคำพังเพยสุภาษิตอยู่ไม่น้อย
จึงมักจะถกเถียงหับญาติมิตรด้วยเหตุผลที่ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมเสมอๆ
ที่พูดไปนั้นเพียงแต่เป็นหลักธรรมผิดๆ เพี้ยนๆ และชอบนำเอาคำพูดของนักปราชญ์อัจฉริยะบุคคลมากล่าวร้ายป้ายสีผู้อื่น
เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลพูดว่า "แกไม่ยกเอาคำพูดของนักปราชญ์อัจฉริยะบุคคลไปปฏิบัติในการสร้างบุญสร้างกุศล
แต่กลับนำไปใช้ในทางไร้ประโยชน์เถียงอย่างข้างๆ คูๆ ควรที่จะนับได้ว่าพูดเพ้อเจ้อ
เมื่อปากแข๋งนักจึงควรตัดสินให้กลืนกินลูกหนาม ให้ทดลองลิ้มรสชาติแห่งปากเหล็กฟันแข็งเสียบ้าง
เวลานี้จึงมีปากเหมือนมีก้น (พูดไม่ออก) เสียจริงๆ"
อรหันต์จี้กง : คนมีเหตุมีผลท่องเดินไปได้ทั่วโลก
คนไร้เหตุไร้ผลก้าวเดียวก็ขยับไปไหนไม่รอด ชาวโลกเมื่อจะพูดจะจาควรพูดตรงตามหลักธรรม
เช่นพูดว่า การฆ่าเขาตายเพราะว่าผู้ตายนั้นชีวิตมันถึงฆาตแล้ว
โดยไม่ใช่ตายเพราะฉันไปฆ่ามันพูดแบบนี้ก็คือพูดอย่างข้างๆ
คูๆ ปราศจากเหตุผล ผู้ที่ชอบพูดแบบน้ำขุ่นไม่ตรงต่อเหตุผล
เมื่อตายลงแล้วก็ต้องถูกลงโทษแน่นอนถามวิญญาณโทษตนที่ 4 อีกที
แกมาตกนรกนี้ด้วยเหตุใด?
วิญญาณโทษ : ผมตอนมีชีวิตอยู่สะสมเงินทองไว้ได้ไม่น้อย
เนื่องจากโลภอยากได้ดอกผลเพิ่มพูน ประดาผู้ที่เดือดร้อนจะใช้เงินหรือคนยากจนจะมายืมเงินจากผม
ล้วนเรียกดอกเบี้ยอย่างสูงมาก ฉะนั้นทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย
กระเป๋าก็ตูมขึ้นทุกวัน ถ้าฝ่ายกู้ยืมถึงกำหนดเวลาแล้วไม่สามารถชำระเงินคืนก็จะเสี้ยมสอนพวกอันธพาลไปทำการข่มขู่
พอตายลง ท่านยมบาลจึงกล่าวหาว่าผมปล่อยกู้ขูดรีด ดูดกินเลือดคน
กอบโกยอย่างโหดเหี้ยมเกินควร ต้องลงโทษด้วยการกลืนกินหนามเหล็ก
มันทรมานเสียเหลือที่จะรับไว้จริงๆ
พัศดี : คนรวยบางคนมีจิตใจแข็งกระด้างดุจเหล็กดุจทอง
ยึดอาชีพปล่อยเงินกู้ ด้วยการเก็บดอกเบี้ยสูงลิ่ว แม้ว่าฝ่ายกู้จะสมยอมด้วย
แต่ใจคอโหดเหี้ยมเกินไป เสมือนหนึ่ง "กินทองเหลืองกินเหล็กได้"
เมื่อตายลงแล้วให้มันได้ชิมรสชาติแห่ง "รวยแล้วไม่มีความเมตตาสงสารผู้อื่น
จึงขอเตือนบรรดาผู้ที่มีความร่ำรวยในแดนมนุษย์ตัวเองมีเงินทองเหลือใช้ให้ผู้อื่นหยิบยืมอย่าได้เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงนักไปรีดไถเขา
ควรปล่อยกู้ด้วยดอกเบี้ยต่ำๆ การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นรากเหง้าแห่งความสุข
ไฉนจึงไม่ปฏิบัติเล่า"
อรหันต์จี้กง : เวลาดึกมากแล้วสำหรับวันนี้
เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง
ขอลาก่อนละ
พัศดี : ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนัก
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม