ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
อิงแอบกาย ที่เมื่อยเปลี้ย ในราตรี
ประสาทศรี ศักดิ์สิทธิ์ ใหม่ผ่องแผ้ว
กวาดล้างเสีย ฝุ่นละออง ชะบาปแล้ว
คนไม่แคล้ว ต้องลำบาก ทำไมหนอ
อรหันต์จี้กง : ทั้งภายในและภายนอกของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ตกแต่งลงเรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าหน้าตาสดใสผ่องแผ้วสง่างามขึ้น
เทพเทวดาท่านชอบสถานที่ที่สะอาดหมดจด มวลชนที่ต้องการจะพบเห็นเทพเทวดานั้น
ต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาดเรียบร้อย มิเช่นนั้นตาทิพย์จะถูกปกปิดด้วยฝุ่นละอองยากที่จะมองทะลุทิวทัศน์บนสวรรค์วันนี้เตรียมไปท่องแดนนรก
เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา ! วันนี้เห็นท่านอาจารย์สดชื่นเบิกบานมาก
มิทราบว่าท่านมีความสุขด้วยสิ่งใด?
อรหันต์จี้กง : เมื่อมาถึงสถานที่ผ่องแผ้วแห่งธรณีศักดิ์สิทธิ์
เห็นปราสาทอันทรงธรรมศักดิ์สิทธิ์ปราศจากฝุ่นละอองแม้แต่ผงธุลี
ความกลัดกลุ้มที่เกาะจับอยู่ในหัวใจจึงคลายออกจนหมดสิ้นก็เลยเป็นสุขหายกังวล
หยางเซิง : ชาวโลกมักพูดว่า
"เมื่อไม่เห็นก็นับว่าสะอาดหมดจด" ท่านอาจารย์มีความเห็นประการใด
?
อรหันต์จี้กง : พุทธเทพท่านสามารถทรงอำนาจแห่งความมั่นคงชนิดนี้ได้
ปุถุชนจะไม่มีทางเสมอเหมือนได้ "มุมตาย" (มุมมืด)
ที่ไม่สามารถมองเห็นนั้นมักจะสกปรกเหลือหลาย ประพฤติความชั่วร้ายในมุมมืด
จะเรียกว่าเมื่อมองไม่เห็นให้ถือเป็นสะอาดหมดจดได้อย่างไรเล่า
หยางเซิง : ท่านอาจารย์พูดสมเหตุสมผลมาก
กระผมนั่งลงบนดอกบัวเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้แล้ว
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ รีบลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : วันนี้เรามาถึงที่นี่
เห็นแต่ยมทูตคุมตัววิญญาณโทษรุดไปข้างหน้า ยังไม่ได้ยินเสียงจากการถูกทำโทษเลย
อรหันต์จี้กง : วันนี้เรามาเยี่ยมชม
"ตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย" ก็เพราะว่าวิญญาณโทษเหล่านั้นที่รับการลงโทษมีความทรมานอย่างเชื่องช้า
จึงมีแต่เสียงครวญคราง เจ้าจะได้เห็นโดยละเอียดหลังจากนี้สักครู่
นี่ก็ได้ใกล้กับประตูคุกอยู่แล้วพัศดีกับนายทหารก็ได้มาคอยต้อนรับเราแล้ว
หยางเซิง : ขอแสดงความเคารพต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
ข้าพเจ้าพร้อมทั้งท่านอาจารย์มาเยี่ยมชมคุกของท่านในวันนี้ให้ความสะดวกด้วย
พัศดี : หามิได้ ! คุกนี้คือ
"ตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะนรกน้อย" ซึ่งขึ้นกับท่านเปียงเซี้ยอ๊วงแห่งขุมที่
6 สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเมืองไถ่ตง รับประทานทรงบรรยายธรรม
มีบุญกุศลกว้างใหญ่ล้ำลึกยิ่งนัก คราวนี้ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" เปิดเผยเหตุการณ์ของยมโลกปลอบเตือนกอบกู้ชาวโลกความบากบั่นอุตสาหะน่าสรรเสริญยิ่งนัก
คุกเรานี้สามารถตีพิมพ์ลงในหนังสืออันมีค่าเปรียบเสมือนทองคำเล่มนี้
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง เชิญท่านทั้งสองเข้าไปชมภายใน
หยางเซิง : ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีให้การแนะนำ
โอย! ภายในคุกล้วนปูด้วยตาข่ายหนามแหลม เสมือนหนึ่งลวดหนามสิ่งกีดขวางในแดนมนุษย์
บนพื้นดินก็บุอีกชั้นหนึ่ง และมีน้ำขังเปียกชุ่มอยู่ ด้านบนก็มีอีกชั้นคุมไว้ด้วย
ตัวตนยืนตรงไม่ได้ เวลาเดินต้องใช้คลานเอา พอเงยหัวขึ้น ศีรษะและแผ่นหลังจะโดนหนามเหล็กทิ่มแทงบาดเจ็บ
วิญญาณโทษแต่ละตนครวญเสียงอย่างหมดอาลัย เสื้อผ้าขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี
บนตัวยังมีสิ่งของ 2 สิ่งติดอยู่ เนื่องจากอยู่ในระยะห่างไกลพอสมควร
ข้าพเจ้ามองเห็นไม่ถนัดนัก ขอท่านพัศดีบอกให้ทราบด้วย จะได้หรือไม่ประการใด
?
พัศดี : อ้าย 2 สิ่งนั้น สิ่งหนึ่งคือตัวตั๊กแตน
อีกสิ่งหนึ่งคือตัวปลิงซึ่งดูดกินมันสมองและโลหิตของมนุษย์โดยเฉพาะ
อรหันต์จี้กง : เราขึ้นไปอีกหน่อย เจ้าจะได้มองเห็นชัดเจนขึ้น
หยางเซิง : ดีซิครับ โอ้โฮ้! ที่แท้บนตัววิญญาณโทษโดนพวกปลิงเกาะทั้งตัวเลย
มองดูแล้วรู้สึกหวาดเสียวมากจริงๆ แล้วบนศีรษะยังมีตั๊กแตนเกาะเต็มไปด้วย
ที่จริงแล้วมันกำลังดูดกินอะไรนะ ?
อรหันต์จี้กง : ตัวปลิงมีอีกชื่อหนึ่งว่า
หม่าม้อ (ปลิงใหญ่ชนิดหนึ่ง) มีชุมที่สุดหนองน้ำร่องเล็ก พอมันเกาะอยู่กับตัวคนโลหิตจะถูกดูดกินจนหมดเกลี้ยง
ชาวโลกหวาดกลัวยิ่งนัก ตัวตั๊กแตนเป็นพวกทำลายต้นข้าวเป็นแมลงที่ให้โทษ
แมลงตั๊กแตนฝูงหนึ่งสามารถกัดกินต้นข้าวทั้งปวงให้เหลือแต่ซาก
บัดนี้ตัวตั๊กแตนทั้งฝูงกำลังดูดกินมันสมองของวิญญาณโทษอยู่
พัศดี : เนื่องจากตัวตั๊กแตนเลือกกินแต่น้ำหล่อเลี้ยงใบต้นข้าวโดยเฉพาะ
วันนี้มันมาแปลงกายเกิดอยู่ในนรก จึงดูดกินแต่มันสมองของคนซึ่งเป็นของเหลวสีขาวเช่นเดียวกัน
หยางเซิง : น่าสะพรึงกลัวเป็นที่ยิ่ง
ข้าพเจ้าเห็นแล้วทำให้หัวใจชักอ่อนแรงลง หายใจครืดครากมือเท้าอ่อนนุ่มหมดเรี่ยวแรง
อรหันต์จี้กง : มิต้องหวั่นกลัว
เราท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือ ซึ่งมาตามพระราชโองการ มีข้าฯอยู่เป็นเพื่อนด้วยทำใจให้เถิด
พัศดี : ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่
ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษ 2-3 ตนมาบอกเล่าถึงหลักฐานในคดีที่มันก่อขึ้น
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีมาก
แต่ขอให้เร็วหน่อย และต้องเอาตัวปลิงเกาะติดตัววิญญาณโทษนั้นออกหมด
ข้าพเจ้ากลัวสิ่งนี้เป็นที่สุด
พัศดี : ได้ครับ ! ท่านคอยสักครู่นะครับ
สิ่งร้ายสองสิ่งได้เอาออกหมดแล้ว
ท่านหยางเซิงมิต้องตกใจ สิ่งให้วิญญาณโทษ 2 ตนนี้สารภาพเรื่องไม่ดีที่ทำไว้ตอนมีชีวิตอยู่
ที่ต้องมารับโทษที่นี่ด้วยเหตุใดๆ ท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เมืองมนุษย์ ได้มายังยมโลกเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานแห่งการทำชั่ว
แกทั้งสองจงร่วมมือสารภาพออกมา เพื่อเอาไปปลอบเตือนชาวโลก
วิญญาณโทษ : ตอนอยู่ในแดนมนุษย์ผมเป็นตุลาการผู้พิพากษาดำเนินการพิจารณาคดีความ
เนื่องจากเคยรับสินบนจากฝ่ายจำเลยเป็นเหตุให้คดีดำเนินและตัดสินไปโดยไม่ยุติธรรม
จึงเกิดการทำให้คนติดคุกโดยปราศจากความชอบธรรมแห่งขบวนความ
ตอนนั้นได้รับทรัพย์สินเงินทองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่น้อย
แม้ว่าจะเคยได้ยินผู้คนพูดว่า "เป็นตัวตุลาการแล้วไม่อยู่ในความยุติธรรม
ละโมบทรัพย์ตัดสินไม่เที่ยงตรง เมื่อตายลงแล้วต้องได้รับการสนองตอบ"
แต่บางครั้งใจก็คิดว่า ในชาตินี้ขอให้ได้ร่ำรวยมียศศักดิ์ศรี
มีอำนาจบาทใหญ่ชาติหน้าจะเป็นฉันใดก็ช่างหัวมัน เมื่อตายลงแล้วผ่านหอกระจก
(กรรม) วิเศษฉายปรากฏออกซึ่งเหตุการณ์คอร์รัปชั่น หรือการตัดสินที่ผิดศีลธรรมไม่เที่ยงตรง
ล้วนถ่ายออกมาเป็นฉากๆ ดังถ่ายภาพยนตร์เห็นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนต่อหน้าต่อตา
นอกจากรับการลงโทษจาก "นรกอุจจาระ - ปัสสาวะแล้วยังส่งขุมที่
6 นี้อีก ท่านเปียงเซี้ยอ๊วง ตวาดว่าผมเป็นผู้พิพากษาตุลาการ
รู้กฎหมายถือกฎหมายทำผิดกฎหมายโทษฐานนั้นยิ่งใหญ่หนักหนา ตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่ใน
"นรกตาข่ายหนามตั๊กแตนเจาะ" รับความทรมานทุกวี่วันต้องคลานไปภายใต้ตาข่ายหนาม
ทั่วทั้งร่างกายโดนตัวตั๊กแตนตัวปลิงเจาะกินเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กายพลังกายพลังใจแทบจะสูญสิ้นทลายลง
ทรมานเหลือที่จะกล่าว
พัศดี : รู้กฎหมายเองแล้วทำผิดเอง
เป็นการกระทำที่ดูหมิ่นดูแคลนกฎบัตรแห่งสวรรค์เป็นที่ยิ่ง
ขอเตือนผู้รักษากฎหมายในเมืองมนุษย์ ควรถือแบบอย่างของท่านเปาบุ้นจิ้น
เคร่งครัดซื่อสัตย์เที่ยงธรรม ทำชนิดไม่ลงโทษคนดีไม่ปล่อยคนชั่ว
เพื่อแผ้วถามสิ่งชั่วร้ายกำจัดทุจริตในสังคม แผ่เมตตาธรรมแทนฟ้าสวรรค์ท่านจะได้กุศลบุญมหาศาล
หากไม่ทำตามกฎวินัย เห็นแต่ได้เสียความเที่ยงธรรม โลภรับสินบนเมื่อตายลงต้องรับโทษอย่างหนักจากแดนนรกแล้วจะมีผลพลอยให้ลูกหลานเหลนไม่เจริญไปด้วย
ซึ่งมีตัวอย่างมาให้เห็นแต่โบราณกาลแล้ว การตอบสนองนั้นล้วนจะไม่เข้าใครออกใครวิญญาณโทษตนที่
2 รีบเล่าความผิดที่สร้างไว้ในปางก่อน
วิญญาณโทษ : เนื่องจากผมมีร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงตอนอยู่เมืองมนุษย์เคยมีหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองในบ่อนการพนันและสถานที่เริงรมย์นต่างๆ
เรียกเก็บค่าที่คุ้มครองยังชีพไปวันๆ ก็ผ่านไปอย่างสุโขไม่น้อยจะกินจะดื่มมั่วกันสนุกสารพัด
แต่หารู้ไม่ว่าตายลงแล้วท่านยมบาลตัดสินให้เข้ามาตกอยู่ในคุกนี้
ความทรมานนั้นหาที่เปรียบมิได้จริงๆ แสนที่จะอเนจอนาถเหลือประมาณ
พัศดี : อย่าปิดบังความชั่วอื่นๆ
อีกนะ ให้พูดออกมาเร็ว มิเช่นนั้นจะลงโทษให้หนักกว่านี้อีก
วิญญาณโทษ : ครับผม ผมจะพูด เนื่องจากผมใหญ่พอในสังคมมืด จึงไม่คิดจะอาศัยกำลังกายไปหากิน
หากเวลาเงินทองขาดมือ ก็มักจะไปรีดไถเอาจากร้านที่ค้าขาย ทำอย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติจนชีวิตจะหาไม่
อรหันต์จี้กง : บรรดาผู้ที่ไม่ทำมากาเลี้ยงชีพด้วยงานการสุจริตเอาแต่รีดไถเงินทองผู้อื่นที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อเลือดเนื้อนั้นล้วนต้องมาลงเอยกันอีแบบนี้ทั้งสิ้น
ขอเตือนชาวโลกจงสำนึกตัวตื่นขึ้นและกลับตัวกลับใจเวลามันดึกมากแล้ว
เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนักได้
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง
เพราะเหตุว่าเวลาหมดลง เราขอลาท่านก่อน
พัศดี : ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เดินทางกลับสำนักเถิด
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าร่างดังเดิม