ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
ฝึกฝนธรรม เสมือนหนึ่ง น้ำตาเทียน
จงหมั่นเพียร อย่าขาดตอน มีสติ
เบิกบานใจ รับฤดู ใบไม้ผลิ
ดวงศศิ ฟังเสียงขิม หินตอบรับ
อรหันต์จี้กง : เริ่มต้นปีใหม่ ท่องนรกแต่งหนังสือเหมือนแรกรับฤดูใหม่
ฤดูใบไม้ผลิต้องมีกลิ่นไอของไม้ผลิ จึงจะเป็นการเริ่มต้นด้วยดี
เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรก
หยางเซิง : กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เริ่มออกเดินทางได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ รีบลงดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : กระผมลงมาแล้ว วันนี้จะท่องนรกใดมิทราบ?
อรหันต์จี้กง : วันนี้จะท่อง
"กระทะน้ำมันทอดกายนรกน้อย" (กระทะทองแดง) พัศดีได้ตั้งแถวคอยต้อนรับเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว
หยางเซิง : เบื้องหน้ามีผู้คนอยู่หมวดหนึ่งจริงๆ
ด้วย แสดงกิริยาอาการเป็นมิตรอย่างดี ขอแสดงความเคารพท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
พัศดี : มิต้อง ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มาเยี่ยมในวันนี้
คุกนี้มีชื่อว่า "กระทะทอดกายนรกน้อย" ขึ้นกับขุมที่เจ็ดท่านทั้งสองมาตามโองการเป็นที่ยากลำบาก
แต่มีความดี ความชอบมากมายล้นเหลือจริงๆ
อรหันต์จี้กง : หามิได้ ท่านเสียอีกที่รับความลำบากมากกว่า
ต้องอยู่กับพวกนักโทษตลอดทั้งวัน ก็มิใช่เรื่องที่ทนทานได้ง่ายนัก
พัศดี : อันนี้เพียงทำตามหน้าที่เท่านั้นเอง
เพื่อที่จะปลอบขวัญวิญญาณโทษ ก็ต้องทุ่มเทกำลังใจกำลังกายไม่น้อยเหมือนกัน
เหมือนดังท่านปลอบเตือนกอปรกู้ผู้คนในแดนมนุษย์นั่นแหละ ล้วนเป็นการประกาศกล่อมเกลามวลชนแทนสวรรค์
เชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าไปภายในเถิด
หยางเซิง : ถึงปากประตูคุกแล้ว
ข้างประตูมีการวางยามรักษาการณ์เข้มแข็งมาก แต่วิญญาณโทษไม่สู้มีมากนัก
มีแต่เดินเข้า ไม่มีเดินออก คงจะเกี่ยวกับการกำหนดเวลาโทษยาวนานนั่นเองการตบแต่งภายในคุกก็ไม่มีอะไรสวยงามน่าชมดี
กระทะใหญ่ตั้งเป็นแถวๆ เหมือนกับกระทะที่ใช้ต้มผักหมูในชนบทอย่างไรอย่างนั้น
ข้างใต้กระทะพวกยมทูตกำลังโหมให้ไฟแรงจัด ในกระทะมีน้ำมันเดือดพล่านดังที่โลกมนุษย์ได้เรียกว่า
"กระทะน้ำมัน" นั่น พวกวิญญาณโทษถูกคุมโดยยมทูตใช้ง่ามเหล็กแทงเข้าไปในกระทะร้องตะโกนเสียงได้คำเดียวก็จมดิ่งลงในก้นกระทะ
น้ำมันที่เดือดพล่านนั้นไม่มีการปราณี พริบตาเดียววิญญาณโทษกลายเป็นกระดูกสีขาวเสียแล้ว
ขอถามพัศดีว่า อันนี้เป็นการลงโทษชนิดไหนไม่ทราบ ต้องโทษชนิดใดจึงต้องมารับเคราะห์ฆาตยังที่นี่
?
พัศดี : "แดนกระทะทอดกายนรกน้อย"
เป็นสถานที่ลงโทษอย่างหนักที่สุดของขุมที่ 7 ที่แดนมนุษย์ใช้การ
"ลงกระทะน้ำมัน" เป็นวิธีการปราบพวกภูตผีปีศาจที่ชอบเล่นของให้หมดฤทธิ์เดชลงโดยสิ้นเชิง
ดังนั้นพวกที่ตกลงมาคุกนี้ "คือพวกที่ทำความผิดอย่างอุเอกสาหัสสากรรจ์ในโลกมนุษย์
มีความประพฤติที่โหดร้ายที่สุด ดังนั้นเมื่อตายลงแล้วต้องมารับโทษที่หนักสุดยอดในแดนนรก"
หยางเซิง : ส่วนใหญ่พวกนั้นทำผิดในคดีอะไรบ้าง
พัศดี : เป็นพวกขโมยขโจร นักโทษปล้นจี้ฆ่าคนตาย
ผิดศีลในเรื่องกามลามก หรือนักโทษคอร์รัปชั่นรายใหญ่ๆ หรือวางยาพิษฆ่าคนฆ่สชีวิตผู้คนและนักโทษที่กระทำการขัดต่อหลักธรรมแห่งสวรรค์นัน้ๆ
เมื่อตายลงแล้วนอกจากถูกแต่ละขุมทำโทษแล้วยังต้องมารับโทษที่นี่อีก
หยางเซิง : นอกจากพวกนี้แล้ว
ยังมีนักโทษอื่นอีกบ้างไหม
พัศดี : หากว่าใช้ฤทธิ์เดชให้ร้ายผู้คนในแดนมนุษย์
ก็จะโดนทำโทษแบบนี้เหมือนกัน เพื่อจะกำจัดทำลายของมันเสีย
หยางเซิง : ท่านจะจัดวิญญาณโทษที่ยังมิได้ถูกแทงลงไปในกระทะสัก
2-3 ตน มาสอบถามสักนิด จะได้หรือไม่ประการใด
พัศดี : ได้ซิครับ ให้นายทหารพวกวิญญาณโทษ
2-3 ตน มาสารภาพความผิดเสีย
นายทหาร : ขอรับคำบัญชา
พามาแล้วครับ
เชิญท่านหยางเซิงถามได้
หยางเซิง : ขอถามคุณยายผู้นี้
ว่าท่านไฉนจึงมารับโทษยังที่นี้
วิญญาณโทษ : ตอนฉันมีชีวิตอยู่นั้น เป็นแม่เล้าในเขตพื้นที่เริงรมย์ในชีวิตได้รับซื้อหรือหลอกพาตัวเด็กหญิงเป็นอาชีพ
โดยเฉพาะหารายได้จากการขายตัวของผู้หญิง เมื่อตายลงแล้วถูกตัดสินตกเข้าไปอยู่ใน
"อุจจาระ-ปัสสาวะเลนโคลน" และ "นรกลากไส้"
ทำการลงโทษแล้วยังถูกส่งมาอยู่ใน "นรกกระทะน้ำมัน"
อีก ท่านยมบาลโหดเหี้ยมไม่มีอะไรจะเปรียบได้ ฉันเอาแต่เงินในตอนมีชีวิตอยู่
ไม่เชื่อถือเรื่องผีเรื่องเจ้า ตายลงแล้วจึงรู้ว่านรกนั้นรอดได้ยากยิ่ง
พัศดี : เธอไม่มีเมตตาจิตจนเกินไป
โดยไม่คิดว่าผู้ร่วมชาติก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขอันเดียวกับเธอ
เธอซื้อเขามาด้วยเงิน ไปให้ผู้คนพร่าเฉือนขยี้เล่น ศีลธรรมมนุษยธรรมไม่มีเหลือไว้บ้างเลย
ไม่เอาลงไปทอดในกระทะน้ำมัน เชื้อโรคในตัวเธอคงจะทลายล้างไม่หมด
หยางเซิง : ขอถามคุณผู้นี้เถิด
ดูท่านอายุยังน้อยก็โดนมารับโทษที่นี่ด้วย บนกายท่านยังมีคราบเลือดติดอยู่ใช้มือทั้งสองข้างกดไว้แล้วร้องด้วยความเจ็บปวด
ผมเผ้าก็กระเซิงยุ่งเหยิง คล้ายกับพวกจิ๊กโก๋มิทราบว่าท่านมีอาชีพใดในขณะที่มีชีวิตอยู่
วิญญาณโทษ : พูดไปแล้วก็สำนึกได้ เสียใจไม่รู้วาย ตอนมีชีวิตอยู่ไม่ประพฤติดี
ไปมั่วกับพวกจิ๊กโก๋อยู่เป็นวันๆ เนื่องจากเล่นการพนันเป็นหนี้ผู้อื่น
ถูกกดดันจนเกินความคิดมิชอบขึ้น เลยกระทำการปล้นทรัพย์ เคราะห์ร้ายถูกจับได้
โดนทางการตัดสินประหารชีวิต ตายลงโดยการถูกยิงเป้า แผลที่โดนยิงนั้นยังเจ็บปวดอยู่ในขณะนี้
เมื่อตายลงแล้วผ่านการพิจารณาโทษจากทุกขุมแล้วท่านยมบาลไม่ปรานีตัดสินให้ตกเข้ามาอยู่
"นรกกระทะน้ำมัน" เวลานี้จิตใจพรั่นพรึงหวาดหวั่นขอเตือนชาวโลกจงเจียมตัวเจียมใจข้าวของผู้อื่นแม้จะแย่งชิงมาได้ก็ไม่สามารถกลืนกินลงไปได้ทรยศเนรคุณต่อบิดามารดาครูบาอาจารย์ที่ให้การชุบเลี่ยงอบรมสั่งสอนมา
บุญคุณอันนี้มิทราบว่าจะตอบแทนท่านได้ในวันใด
อรหันต์จี้กง : กฎหมายบ้านเมืองไม่เข้าใครออกใคร
แกรนหาที่ตายเอง ในที่สุดต้องตายลงโดยกระสุนปืน แต่แกยังพอมีความสำนึกแห่งจิตใจที่ดีงามอยู่บ้าง
จงไปรอคอยบำเพ็ญในภพหน้าเถิดขอถามท่านผู้นี้ อะไรที่ทำให้ท่านมารับโทษอยู่
ณ แห่งนี้
วิญญาณโทษ : ตอนมีชีวิตอยู่เกิดความยั้งคิดแห่งความรับผิดชอบไป
ในขณะที่มีเรื่องเกี่ยวกับแย่งชิงผู้หญิงกับผู้อื่น โดยได้ฆ่าคนตายทีเดียว
2 คนรวด ตอนหลังถูกตัดสินประหารชีวิต เมื่อตายลงแล้วผ่านการลงโทษอย่างหนักจากทุกขุมและได้ตกมาอยู่คุกนี้ในวันนี้อีก
เห็นน้ำมันในกระทะเดือดพล่านเนื้อตัวก็พลันสั่นระริกไปหมด
จึงโทษตัวเองทำผิดใจชั่ววูบเดียวเท่านั้น ก่อบาปมหาศาล
พัศดี : ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต
โบราณท่านได้บ่นไว้ชัดแจ้งอยู่แล้วเมื่อลงมือทีไรเห็นชีวิตคนเหมือนมดปลวกแล้ว
ลงในกระทะน้ำมันจะไปเกรงกลัวอะไรอีกเล่า ถ้าไม่ลงไปในกระทะน้ำมันหยดเลือดที่ติดอยู่กับมือมันจะแห้งได้อย่างไรอีกเล่า
หยางเซิง : ขอถามผู้เฒ่าท่านี้
ท่านมาอยู่ในคุกนี้ด้วยเหตุใดมิทราบ
วิญญาณโทษ : ผมได้เรียนจบในวิชาฤทธิ์เดชอภินิหารตอนอยู่ในโลกมนุษย์
โดยได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์เป็นการลับเฉพาะ มีฉายาที่คนทั่วไปเรียกว่า
"เซียนผ้ายันต์" ผู้ที่ให้เงินกับผม ไหว้วานผมใช้ฤทธิ์เดชทางอุบาทว์
ทำให้ผู้อื่นเกิดจิตใจฟั่นเฟือน ครอบครัวระส่ำระสาย หรือทำให้คู่สมรสต้องแตกแยกก็จะทำให้ทั้งนั้น
และใช้วิชายันต์อุบาทว์ทำให้ผู้หญิงเกิดความหมดสติสลบลงแล้วทำการข่มขืน
เรียกได้ว่าตอนมีชีวิตอยู่อยากจะทำอะไรก็ตามใจชอบ เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลโกรธกริ้วเป็นที่ยิ่ง
คิดจะลงโทษผม ผมก็แสดงอิทธิฤทธิ์อุบาทว์ต่อสู้ หารู้ไม่ว่ายมโลกรวบรวมทหารผีเข้าโจมตีผม
ผมเลยต้านไม่อยู่ วันนี้ลงมากระทะน้ำมัน อิทธิฤทธิ์ถูกทำลายลง
ต้องสูญสิ้นอันตรธานไปหมดสิ้น โอย มีวิชาอิทธิฤทธิ์ไม่ใช้ในทางที่ถูกที่ชอบ
เมื่อตายลงแล้วน่าอนาถทุเรศเป็นอย่างยิ่ง
พัศดี : แกทำอย่างไม่เกรงกลัวต่อฟ้าดินและกฎหมาย
อาศัยฤทธิ์เดชทำลายผู้คน ฤทธิ์เดชนี้เรียกว่าเดียรัจฉานวิชา
เป็นที่เกลียดชังที่สุดของแดนนรก บรรดาผู้ที่มีวิชาเดชฤทธิ์แล้ว
ไม่ตั้งตัวอยู่ในทางที่ถูกที่ชอบ เมื่อตายลงแล้วไม่มีใครจะรอดพ้นจากการลงโทษ
"กระทะน้ำมัน" แม้แต่คนเดียว ขอเตือนชาวโลกที่ร่ำเรียนวิชาอิทธิฤทธิ์อภินิหารนั้น
จงปฏิบัติตามคำสั่งสอนของอาจารย์และวินัยธรรม เอาวิชาที่ร่ำเรียนมาใช้ในการช่วยเหลือชาวโลกเมื่อตายลงแล้วจะได้เข้าสู่ช่องทางแห่งเทพเจ้า
มิเช่นนั้นแล้วต้องตกเข้าทางมาร จงระวังสังวรไว้
หยางเซิง : ขอถามท่านพัศดี
การลงโทษของคุกท่านที่วิญญาณตกเข้าในกระทะน้ำมันแล้วกลายเป็นโครงผี
(โครงกระดูก) แล้วก็เอาง่ามงัดมันขึ้นมา ใช้น้ำคืนชีพราดให้
ทำให้กลับคืนเป็นวิญญาณอีก ทำอย่างนี้กลับกลับมา พวกวิญญาณโทษจะมีความรู้สึกเช่นใดมิทราบ
พัศดี : การทำโทษให้แทงลงไปในกระทะน้ำมัน
เป็นการลงโทษที่ทรมานที่สุด ที่เรียกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีชิ้นดีเลย
วิญญาณโทษจะรู้สึกเหมือนกับจมอยู่ในน้ำ เริ่มแรกก็หมดการหายใจ
ต่อมาก็รู้สึกเจ็บแสบเลยหมดความรู้สึกไป บรรดาที่มีวิชาฤทธิ์เดชอภินิหารวิชามาร
(ปีศาจ) เมื่อผ่านกระทะน้ำมันแล้ว "ฤทธิ์เดชก็แตกดับสลายลงหมด"
อรหันต์จี้กง : เพราะเหตุว่าเวลาดึกแล้ว
เราเตรียมกลับสำนักเถิด
หยางเซิง : ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีและนายทหารให้การต้อนรับอย่างสนิทสนมอบอุ่นมาก
ขอลาก่อนละ
พัศดี : ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : กระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม