ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
โลกมนุษย์ วุ่นวายหนอ มิควรยุ่ง
เนื้อนาบุญ ปลอดภาษี หว่านไถนา
ลูกคลื่นหลัง ซัดคลื่นหน้า ในคงคา
ชั่วพริบตา ใบไม้ร่วง อีกคราเอย
อรหันต์จี้กง : อ่านตามคำกลอนนี้แล้ว
อาจมีคนพูดว่าอาตมานั้นเป็นผู้ที่หมดความมานะ เป็นผู้สิ้นหวัง
ก็ล้วนแต่คนจะพูดไป อาตมาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปห้ามปรามได้ ความมีมานะบากบั่นคล้ายกับการไต่บันได
หากคิดจะมุ่งก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เมื่อบรรลุถึงขั้นสุดแล้ว ไม่รู้จักยับยั้งฝีเท้าก็จะต้องล่วงหล่นลงร่างกายก็จะย่อยยับแหลกลาญไม่มีชิ้นดี
ดังนั้นชาวโลกควรจะสำนึกรู้ตัว ชีวิตของผู้คนในชาติหนึ่งมิได้ยืนอยู่ยงยาวนานอะไรนักหนา
ห้องหอบ้านช่องตึกรามนั้นเพียงให้ท่านได้ยืมอาศัยอยู่ได้ไม่กี่สิบปีเท่านั้นเอง
ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีวิธีใดที่จะยึดอยู่ได้ตลอดกาล เมื่อเหยียดแข้งเหยียดขานอนแผ่เมื่อใด
ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสูญสิ้น พวกลูกหลานก็จะเชิญให้ท่านย้ายไปอยู่ยังแหล่งอื่นลูกคลื่นในแม่น้ำคลื่นลูกหลังซัดไล่คลื่นลูกหน้า
คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนคนรุ่นเก่า หากไม่สำนึกรู้ตัวโดยเร็ว รอคอยจนฝุ่นไอ
(ผืนดิน) เต็มตัว (กลบหน้า) มองไม่เห็นวี่แววแห่งความสดใสใหม่แล้ว
เวลานั้นก็จะกลายเป็นบุคคลในอดีตกาลเสียแล้ว วันนี้เตรียมท่องนรก
เจ้าหยางเซิงจงขึ้นดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา
คำสวดมนต์หน้าศาลเจ้าได้ดังกังวานขึ้น คือเสียงดนตรีที่สวดส่งผู้คนกลับขึ้นไปสู่แดนตะวันตก
อรหันต์จี้กง : เสียงสวดเร่าให้คนตื่นขึ้น
คนตายแล้วไม่มีวันกลับเราไปนรกกันเถิด
ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงลงจากดอกบัวเสีย
พัศดี : ยินดีต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง
แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งมาเยี่ยมชมคุกนี้ และคุกนี้คือ "แดนตัดลิ้นร้อยแก้มนรกน้อย"
อยู่ในความปกครองของขุมที่เจ็ด ท่านทั้งสองแต่งหนังสือตามเทวโองการมีความดีใหญ่หลวง
น่าสรรเสริญเทิดทูนเป็นอย่างยิ่ง
หยางเซิง : ที่ท่านพัศดียกย่องนั้น
ข้าพเจ้าไม่สามารถจะรับไว้ได้ การท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือก็ได้รับการดูแลคุ้มครองอุ้มชูจากท่านอีกด้วย
ต้องขอขอบคุณจากขั้วหัวใจโดยแท้ วันนี้ได้มาถึงคุกของท่าน
ขอท่านจงเปิดประตูแห่งความสะดวกให้ด้วย
พัศดี : ต้องเปิดประตูแห่งความสะดวกให้แน่นอน
ท่านทั้งสองเชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปภายในคุกตรวจชมให้ละเอียดถ้วนถี่ได้
หยางเซิง : ขอบคุณมาก
ถึงหน้าประตูคุกแล้วยามรักษาการณ์ตั้งแถวแสดงความเคารพอยู่
ภายในคุกส่งเสียงขรมระงมไปด้วยเสียงคร่ำครวญทรมาน ยมทูตใช้ตะขอเหล็กงัดปากของพวกวิญญาณโทษออกแล้วก็สับเกี่ยวดึงเอาลิ้นออกมา
เห็นวิญญาณโทษร้องตะโกนขึ้นทันที แล้วก็ใช้มีดที่คมกริบตัดเอาลิ้นให้ขาดเลือดสดๆ
เปรอะเปื้อนเต็มหน้าอก ถึงขนาดนี้แล้ว พวกยมทูติยังไม่ยอมหยุด
ยังหย่อนเอาเหล็กเจาะๆ เอาแก้มของวิญญาณโทษทั้งสองข้าง แล้วจึงใช้เส้นลวดร้อยไว้
ล่ามให้ติดกับเสาหลักวิญญาณโทษก็ร้องครวญครางแล้วก็สลบเหมือดไป
การลงโทษแบบนี้สยดสยองและรุนแรงเหลือหลาย
พัศดี : ลิ้นติดเนื่องถึงขั้วหัวใจ
ผู้ที่โดนตัดเข้าล้วนมีความเจ็บปวดแสนจะทรมาน บรรดาทุถูกทำโทษแบบนี้
มือไม้เท้าตีนสั่นเทาไปหมด อุจจาระ-ปัสสาวะเรี่ยราดลงพร้อมกันในทันที
หยางเซิง : ยมโลกทำเครื่องมือทำโทษผู้คน
ล้วนเป็นยาขนานที่ตรงต่อโรคทั้งนั้น เป็นที่น่าทึ่งน่าประหลาดใจมาก
มิทราบว่าวิญญาณโทษเหล่านี้มันทำผิดโทษฐานอะไรบ้าง?
พัศดี : บรรดาที่มารับโทษในคุกนี้
ล้วนมีความผิดทางวาจา การสูญเสียศีลธรรมในการพูด ข้าพเจ้าจะสั่งให้วิญญาณโทษมาบอกเล่าถึงความผิดในตอนที่มันมีชีวิตอยู่
เพื่อลงพิมพ์ "เที่ยวเมืองนรก" ปลอบเตือนชาวโลก
หยางเซิง : ขอบคุณมากที่ท่านพัศดีให้ความร่วมมือ
พัศดี : วิญญาณโทษออกมาแล้ว
ท่านหยางเซิงจงสอบถามได้ทุกประการ
หยางเซิง : ขอถามคุณยายผู้นี้ว่า
ท่านมารับโทษยังที่นี้ด้วยเหตุใดมิทราบ?
วิญญาณโทษ : ฉันเพียงแต่พูดพล่อยไปเท่านั้น มิได้ทำความผิดอะไรเลยนี่
!
อรหันต์จี้กง : ฆ่าคนด้วยคำพูดมิใช่ความผิดดอกหรือ
? เธอไม่พูดความจริงต้องถูกลงโทษให้หนักกว่านี้อีก
วิญญาณโทษ : เอาละค่ะ ! อีฉันจะพูดความจริงก็แล้วกัน
ตอนมีชีวิตอยู่อีฉันชอบอิจฉาริษยาคนอื่นมาก มักจะยุยงให้แตกกันเสมอๆ
เคยใช้วาจากล่าวร้ายให้โทษผู้อื่น ทำให้เกิดความบาดหมางปั่นป่วนในครอบครัว
พี่น้องต้องแตกแยกออกจากกัน ทำให้พ่อแม่ที่แก่เฒ่าขาดการเลี้ยงดูสงเคราะห์
นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้อื่นต้องรับเคราะห์กรรมนี่
พัศดี : เธอเป็นผู้หญิง "ปากหมา"
(ปากเสีย) ที่ชาวโลกชอบกล่าวถึงนั่นแหละ ตัวเป็นผู้หญิง ไม่มีศีลธรรมในวาจา
ใช้คำพูดยุยงปลิ้นปล้อน ทำลายครอบครัวที่มีสุขอย่างกลมกลืนสมบูรณ์และก็เคี้ยวหมาก
ดื่มเหล้า เมายาไม่ขาดปาก ยามปกติคำพูดคำจาก็ไม่มีการยับยั้ง
บางครั้งก็ตะเบงเสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้านบางครั้งก็พูดแนบหูผู้ชายกระซิบสั่ง
ที่กระทำไปล้วนคำพูดที่ไม่สุจริตหรือเป็นเรื่องไม่ดีไร้สาระ
ลิ้นของเธอนั้นมีพิษสงจำตัดให้ขาดลงจึงจะทำให้เธอนิ่งเฉยพูดไม่ออก
เพื่อจะได้ให้ไปบำเพ็ญทางวจีธรรมอีก
อรหันต์จี้กง : ลิ้นนั้นคมดังมีดดาบ
"นรกตัดลิ้น" มีพวกผู้หญิงเป็นส่วนมาก เพราะว่าผู้หญิงนั้นพูดมากแล้วใจคอคับแคบ
ทำให้เกิดคลื่นลมปั่นป่วนได้ง่ายที่สุด บ้างก็ตัวนั้นเป็นหญิง
แต่ไม่มีคุณสมบัติที่อ่อนหวานแม้แต่น้อย พูดจาทีไรเสียงดังยังกับฟ้าร้องโดยวาจานั้นไปทำให้ผู้อื่นเกิดความโกรธเคืองก็ยังไม่รู้สึกตัวเมื่อตายลงต้องให้หัวควายหน้าม้าตัดซ่อมลิ้นของมันเพื่อทำให้สุ้มเสียงนั้นได้ลดต่ำลง
จึงหวังว่าบรรดาผู้หญิงในโลกมนุษย์จงใช้วาจานุ่มนิ่มจะดีกว่า
เพื่อไม่ต้องไปขัดใจขัดคอใครให้เสียน้ำใจกัน
หยางเซิง : ขอถามสุภาพบุรุษผู้นี้
ว่าท่านทำผิดฐานอะไรบ้าง จึงต้องมารับโทษชนิดนี้ยังที่นี้เล่า
?
วิญญาณโทษ : ตอนมีชีวิตอยู่นั้น ผมมีนิสัยร้อนรุนแรงมาก
พอพบเห็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์หรือได้ยินคำพูดที่ขัดหูเข้า
ก็จะแหกปากแผดเสียงด่าทอเป็นการใหญ่โดยไม่เกรงกลัวผู้หลักผู้ใหญ่
หรือโคตรเหง้าบรรพบุรุษของผู้อื่น ล้วนด่าเปิงไปหมด นอกจากนี้แล้วก็มิได้ทำอะไรชั่วร้ายเลย
เมื่อตายลงแล้วท่านยมบาลไม่ลดละจะเล่นงานผม หาว่าผมปากเสียชอบด่าคน
ทำสกปรกให้อภัยมิได้ ตัดสินให้เข้ามาตกอยู่ในคุกนี้รับการลงโทษให้ตัดลิ้นร้อยแก้ม
แสนที่จะทรมานจึงขอเตือนชาวโลกจงอย่าได้เลียนแบบผมเที่ยวไปด่าทอผู้อื่นมิเช่นนั้นเมื่อตกถึงนรกแล้วทุกข์นั้นจะไม่สามารถบรรยายได้ถูก
พัศดี : ภาษิตท่านว่า "ใจร้ายนั้นคนมองไม่เห็น
ปากร้ายทุกคนต่างได้ยิน" ปากที่ร้ายกาจนั้นจะทำให้ผู้อื่นเจ็บใจได้ง่ายที่สุดก่อเรื่องก่อราวเสมอๆ
ทำให้กินแหนงแคลงใจไร้ความสมัครสมานที่เรียกว่า "บาดแผลจากคมมีดหายได้ง่าย
แต่เจ็บช้ำจากคำกล่าวร้ายยากที่จะลบเลือน" เวลาด่าทอนัยน์ตาไม่ยอมมองคนเลยหยาบช้าสามานย์สิ้นดี
เหยียดหยามฉีกหน้าผู้คนสารพัด เรียกได้ว่า "ไม่เว้นแม้แต่โคตรเหง้า"
ก็เป็นความผิดที่หนักหนาชนิดหนึ่ง เฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บำเพ็ญธรรม
คำพูดคำจายิ่งต้องตั้งอยู่ในหลักธรรม ห้ามใช้คำพูดที่มีสิ่งสกปรกปะปนเคลือบแฝงเป็นอันขาด
มิเช่นนั้นศีลธรรมทางปากเสื่อมคลาย ผลธรรมก็เน่าเปื่อย หมดสิ้นความหวังที่จะบรรลุธรรม
แต่ตายลงแล้ว "นรกตัดลิ้นร้อยแก้ม" จะมีส่วนให้รับ
หยางเซิง : ขอถามครูบาผู้นี้
ท่านมาสวดมนต์ที่นี้ด้วยหรือ
วิญญาณโทษ : นะโมพุทโธ มนต์ช่างสวดยากหนักหนาหวนนึกถึงปางก่อน
เลื่อมใสในอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธอันใหญ่ยิ่งมโหฬารจึงได้ออกบวชรับศีลเป็นภิกษุสงฆ์ขยันท่องอ่าน
ค้นคว้าในทางพระธรรมคัมภีร์จนรู้ซึ้งแตกฉาน ได้แต่งตำราประกาศธรรมหรือขึ้นธรรมมาสน์บรรยายธัมมะ
มักจะวิจารณ์ติเตียนศาสนาอื่นๆ เขา โดยถือเอาพระพุทธเป็นใหญ่แต่องค์เดียว
ว่านอกนั้นแล้วเช่นเทพเจ้า เจ้าชั้นกษัตริย์ เจ้าแม่ต่างๆ
ล้วนเป็นเจ้ากระจอกว่าเป็นภูตเป็นมารนอกศาสน์มิใช่ศาสนาของพระพุทธท่านที่เป็นศาสน์แท้เพียงองค์เดียว
ไม่ต้องไปเคารพนับถือ ผู้ที่รับการกล่อมเกลาอบรมจากผมก็มีไม่น้อย
จากนั้นมาดูหมิ่นดูแคลนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นินทาให้ร้ายศาสนาอื่น
ทั้งนี้ผมได้ทำตามพูดตามคำจดบันทึกของคัมภีร์พระธรรม จึงไม่รู้ว่ามีความผิด
เมื่อตายลงแล้วดวงวิญญาณโดนผูกมัดไม่สามารถเอาตัวรอด ที่แท้นั้นคือโดนควบคุมตัวจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก
โดยโทษที่กล่าวร้ายเสียดสีผู้อื่นไม่เบาเลย จึงทำให้ผมต้องตกเข้ามาอยู่ในนรก
ไม่สามารถไปยังแดนตะวันตก ขอท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยเหลือกอบกู้ผมด้วย
อรหันต์จี้กง : ไอ้ศิษย์เวร
ทางพุทธไม่มีศิษย์เลวๆ เหมือนอย่างเองนี่น่ะ ธรรมแห่งพระพุทธให้ความเสมอภาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะสามารถบำเพ็ญสำเร็จธรรมได้
ภายใต้กาลสมัยและสถานที่ๆ ต่างกันได้ เว้นแต่วาจาที่ยกขานขนานนามต่างกันเท่านั้นเอง
เทพยดาเจ้าแม่ต่างๆ ที่ช่วยชาวโลกกอบกู้ผู้คนล้วนแล้วแต่เป็นผู้บำเพ็ญธรรมฝึกอบรมจนบรรลุสำเร็จเป็นสิ่งสูงศักดิ์
สลายเรือนร่างแล้วขึ้นสู่สวรรค์เสพสุขยังแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น
ซึ่งไม่ตรงกับได้กล่าวไว้ว่า โลกแห่งความสุดยอดเนื่องจากผู้บำเพ็ญธรรมยังห่างไกลจากการบรรลุถึงผลธรรมนั้นมีอยู่จำนวนมากมักอวดถือว่าตนฉลาดเก่งมากแล้ว
เพื่อที่จะรวบรวมสมัครพรรคพวกลูกศิษย์สาวก ทำการตัดทอนต่อเติมคัมภีร์ตำรา
หรือแต่งหนังสือขึ้นโดยเอาความเห็นส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เลยทำให้เกิดความพิพาทวุ่นวายทางศาสนา
ทำให้ผู้เลื่อมใสในทางบำเพ็ญธรรมเชื่อถือทำตามอย่างงมงายจนเกิดคติในการดูหมิ่นศาสนาอื่น
ตัวเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันแต่จิตใจต่างกันการกระทำของมนุษย์จึงทำให้คลื่นลมโหมแรงจัดมาก
โทษฐานนั้นจะให้อภัยมิได้ จึงขอเตือนพวกพระพวกนักบวชในโลกมนุษย์ว่า
การบำเพ็ญธรรมสำคัญที่จิตใจต้องบรรลุ มิได้อยู่กับการก่อเรื่องทำเหตุบรรดาที่ประกาศธรรมบิดเบือนสกปรก
แต่งหนังสือด้วยใจอคตินั้น หากไม่เผาหนังสือโยนพู่กันทิ้ง
(คือสำนึกผิด) โดยด่วน แล้วประกาศธรรมที่ถูกต้องถ่องแท้โดยปากทีสะอาดหมดจด
เมื่อตายลงแล้วล้วนจะโดนลงโทษจากนรกตัดลิ้นร้อยแก้ม ให้ไปถ่องบน
"ตำราทุกข์" ทุกวันคืนจะได้รู้รสแห่งการที่ใช้ปากทำลายคน
วันนี้ได้เวลาแล้วเจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก
พัศดี : สิ่งที่ขาดตกบกพร่องประการใด
ขอได้โปรดอภัยด้วย ให้นายทหารตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
เราศิษย์ขอลาละ ท่านอาจารย์ครับกระผมนั่งลงเรียบร้อยแล้วเชิญออกเดินทางได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม