ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
ถั่วลิสง ดอกร่วงหล่น ก็ได้ผล
เทพเผยโฉม สวรรค์ไม่ หลอกกมล
หว่านพืช ไม่ตั้งใจ ยังได้ผล
แม้นกมล ตั้งหมั่นเพียร ใช่เหมือนคน
อรหันต์จี้กง : ดอกถั่วลิสงถ้าไม่สุกแห้งร่วงหล่นลงดิน
ผลของถั่วนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น จึงเรียกว่า "ต้นดอกหล่น"
(คือถั่วลิสง) หมายความว่ากลับคืนสู่ที่มาดั้งเดิม ซึ่งได้รวมอยู่ในความหมายนี้แหละรอดพ้นจากความตาย
จึงจะนับว่ามีชีวิตอยู่ แต่หากความตายเกิดจากขณะมีชีวิตอยู่ละก้อ
ความตายนั้นจะไม่มีทางช่วยได้เลยได้มาอย่างหนึ่งต้องเสียไปอย่างหนึ่ง
เป็นหลักธรรมแห่งวัฏจักรเด็กหญิงเด็กชาย ต่างก็รักกันแบบไร้เดียงสาบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพยดา
แต่ว่าชาวโลกในทุกวันนี้ เมื่อเริ่มมีความรู้สึกเรื่องรักๆ
ใครๆ การสังสรรค์สมาคมระหว่างหญิงชายก็จะไม่สามารถหักห้ามความใคร่ลงได้
คล้ายกับถั่วลิสงได้เกิดขึ้นใหม่ เป็นเหตุที่เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด
เวียนว่ายอยู่ในระหว่างหกช่องทางเกิด ดังนั้นผู้ที่ฝึกกายบำเพ็ญธรรม
จึงต้องเฝ้ารักษาพลกำลังดั้งเดิมไว้ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องแห่งกายใจไม่ให้เพาะปลูกความใคร่เอาไว้ดังเช่น
ปักกิ่งลิ้วเพียงกิ่งเดียวในผืนดินต่อมาจะกลายเป็นลิ้วต้นใหญ่ขึ้น
ทำให้ไม่สามารถกำหนดเวลาชำระล้างหนี้สินแห่งความใคร่นั้นให้หมดไปได้
เมื่อดอกทบต้นและต้นทบดอกอีกทีหนึ่ง ชีวิตอันชราภาพนั้นจะมีราคาค่างวดสักเท่าใด
หวังว่าชาวโลกคงเข้าใจในเรื่องนี้ วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : อากาศค่อนข้างร้อนมาก
เหงื่อแตกเต็มกายเลย
อรหันต์จี้กง : เหงื่อนั้นมาจากน้ำ
ไม่มีเหงื่อก็ไม่มีบรรลุธรรม
หยางเซิง : หมายความว่ายังไงครับ
?
อรหันต์จี้กง : เมื่อปราศจากปากก็พูดจาไม่ได้
เจ้าจงค่อยๆ ศึกษาคำพูดแฝงไว้ในคำพูดก็แล้วกัน เราไปท่องนรกกันเถิด
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา
อรหันต์จี้กง : ถึงเสียแล้ว
รีบลงจากดอกบัวเถอะ
หยางเซิง : ในแดนนรกค่อนข้างจะเยือกเย็น
ต่างกันกับโลกมนุษย์
อรหันต์จี้กง : แน่นอน โลกมนุษย์เป็นทางแจ้ง
แดนนรกเป็นทางลับ เป็นกฎที่แน่นอนที่สุด
หยางเซิง : วันนี้ได้มายังที่นี้
ผู้คนเทียวไปเทียวมากไม่น้อย ล้วนเป็นพวกยมทูตคุมตัววิญญาณโทษมุ่งไปเบื้องหน้า
ต่างทำตามหน้าที่ของตน ข้างหน้ามีผู้คนกลุ่มหนึ่ง คล้ายกับว่าจะมาต้อนรับเราอย่างนั้นแหละ
อรหันต์จี้กง : ใช่แล้ว ! วันนี้เราเที่ยวชม
"แดนตัดแขนตัดขานรกน้อย" กลุ่มผู้คนข้างหน้าก็คือ
พัศดีและนายทหารของคุกนี้ เจ้าจงรีบเข้าไปทำความเคารพเสีย
หยางเซิง : ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดี
และนายทหาร ข้าพเจ้านายหยางเซิงผู้เป็นศิษย์แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งของท่านกวงตี่วันนี้ได้ติดตามท่านอาจารย์มาเที่ยวชมคุกของท่าน
ขอได้ให้การชี้แจงแนะนำด้วย !
พัศดี : มิต้อง ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มาเยี่ยมถึงที่นี้
สำนักของท่านได้รับเทวโองการแต่งหนังสือ มีบุญกุศลใหญ่ยิ่ง
หากว่าหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" ได้แต่งสำเร็จลงพิมพ์แจกปลอบเตือนชาวโลก
ต่างก็จะมีความดีความชอบอันล้ำเลิศและสามารถจะกอบกู้ช่วยเหลือถึงบรรพบุรุษด้วย
สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุข ความลับต่างๆ ในยมโลก ล้วนจะถูกเปิดเผยออกโดยสิ้นเชิงอันนับว่าเป็นหนังสือที่ประเสริฐยิ่งจากโบราณกาลมาถึงทุกวันนี้
โดยเป็นของที่ได้มาไม่ง่ายนัก เชิญท่านทั้งสองจงตามข้าพเจ้ามา
เพื่อตรวจชม "แดนตัดแขนตัดขานรกน้อย"
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านพัศดี ได้แว่วเสียงครางครวญมาจากในคุกแล้ว
โอย! สถานที่คุกมีสภาพเป็นสนามกว้างใหญ่ วิญญาณโทษถูกคุมตัวให้คุกเข่านั่งลงบนพื้นสนาม
พวกยมทูตถือมีดคมวาวฟันเอาแขนซ้ายของวิญญาณโทษขาดลง ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดและแล้วก็ฟันลงที่แขนขวาอีก
ตัวคนก็ล้มลง ต่อจากนั้นจึงตัดเอาขาทั้งสองข้างออก เลือดสาดไปทั่วพื้นสนามแดงงฉานไปหมด
ความทารุณโหดร้ายนั้นทำให้ไม่สามารถจะชมดูต่อไปได้ขอถามพัศดีว่า
คุกท่านใช้การลงโทษแบบนี้น่ะ มิทราบว่าพวกนั้นมันทำผิดอะไรบ้าง?
พัศดี : การลงโทษแบบตัดส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น มีความเจ็บปวดที่จะหาอะไรเปรียบมิได้
ชาวโลกนั้นตอนมีชีวิตอยู่ส่วนมากมีแขนขาสมบูรณ์ไม่บกพร่อง
แต่ไม่ทำในสิ่งที่ดีงาม กลับไปใช้ในทางฆ่าคน ทำร้ายคน ดังนั้นเมื่อตายแล้วต้องถูกลงโทษจากขุมต่างๆ
แล้วยังจะต้องมารับการลงโทษในคุกนี้อีก เป็นการลงโทษครั้งสุดท้าย
บรรดาผู้ที่ไม่มีความสัตย์ซื่อ อกตัญญูจอมโจรสสลัดใช้มือฆ่าคนใช้มีดใช้ปากกาทำลายคน
ใช้เท้าทำร้ายคน หรือผู้ที่หลงทางเดินเข้าไปทางผิด แล้วไม่ยอมกลับเนื้อกลับตัวไปจนตลอดชีวิต
เมื่อตายลงแล้วนอกจากให้แต่ละขุมทำการลงโทษแล้ว ท้ายสุดยังต้องมอบให้คุกนี้ทำการซ่อมแซมอีกทีหนึ่ง
อรหันต์จี้กง : โลกปัจจุบันนี้มีการลักขโมยมากมายเช่น
ลักขโมยใช้ชื่อเสียงของผู้อื่น ขโมยผลประโยชน์ ขโมยของเพื่อขาย
ขโมยสิ่งของต่างๆ ขโมยผู้หญิง ขโมยชีวิต ล้วนเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน
สิ่งต่างๆ ที่ได้มาโดยไม่ยุติธรรม ไม่เป็นธรรมรับซื้อจากพวกขโมย
เมื่อตายลงแล้วก็จะได้เชิญยมทูตขโมยเอามือทั้งสองข้างของท่านผู้ผู้ที่นอกรีด
นอกรอย ก้าวก่ายโดยไม่ทำตามขั้นตอนผู้ที่ฉวยโอกาสชอบหาเศษหาเลย
ชอบเดินในทางลัด ทางอุบาทว์ตายลงแล้วก็จะให้ยมทูตช่วยตัดขาสีดำสองข้างนั้นเสียเนื่องจากได้เวลาแล้ว
จึงขอชมแดนตัดแขนตัดขานรกน้อย เพียงเท่านี้ก่อน
พัศดี : ชาวโลกบางพวกก็ไม่เชื่อเรื่องนรกแล้วไฉนจึงไม่เข้าในคุกตารางของเมืองมนุษย์
ล้วนคุมขังเอาพวกที่นักฉวยโอกาสพวกชอบเดินทางลัด มันก้าวออกก้าวเดียวจะใช้แทนสามก้าว
จะไม่ล้มยังไงไหว! จะกลืนผลส้มทีเดียวตั้ง 2 ลูก จะไม่ติดคอได้อย่างไร
? ท่านทั้งสองต้องตรากตรำลำบากในการแต่งหนังสือข้าพเจ้ามีความยินดีจะต้อนรับท่านในโอกาสหน้าอีกครั้ง
หยางเซิง : เพราะเหตุที่ท่านอาจารย์เร่งให้กลับ จึงจำต้องขอลาก่อนละ
ขอขอบคุณท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
พัศดี : เมื่อต้องกลับสู่แดนมนุษย์ ก็มิมีปัญญาจะหน่วงเหนี่ยวได้ให้นายทหารทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์กลับ
หยางเซิง : กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักเถิดครับ
.!
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัวเร็ว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างตามเดิม