ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
ชีวิตคน ไม่รอดพ้น ประตูผี
วิญญาณถี่ เป็นระลอก เวียนวนกัน
อำนาจ ราชศักดิ์ ดุจความฝัน
หมั่นขยัน มัธยัสถ์ สุขกายใจ
อรหันต์จี้กง : ผ่านไปแล้ว 8
ขุม การท่องนรกได้มาถึงด่านที่ 9 วันนี้จะไปสืบหาความลับจากขุมที่
9 เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวขึ้นดอกบัวได้
หยางเซิง : วันนี้จะไปท่องชมขุมที่
9 หนังสือเที่ยวเมืองนรกใกล้ที่จะสำเร็จลงแล้ว รู้สึกปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก
อรหันต์จี้กง : ถ้าหากว่าได้ผ่านด่านที่
9 ไปแล้ว เจ้าก็จะรู้สึกสบายใจมากขึ้น แต่จงอย่าเพิ่งดีใจก่อนกาลเวลามากนักเลย
งานการนั้นหนักหน่วงและหนทางนั้นแสนจะยืดยาว สมควรที่พึงระมัดระวังในการปฏิบัติดำเนินงาน
หนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" เมื่อได้สำเร็จเรียบร้อย
เผยแพร่ปลอบเตือนชาวโลกได้แล้ว เมื่อนั้นแหละเจ้าจะได้รับความดีความชอบอันดับ
1 จงตั้งใจทำดีต่อไปเถิด รีบขึ้นบนดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้แล้วครับ
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ เจ้าลงไปได้แล้ว
หยางเซิง : กระผมลงมาแล้ว เบื้องหน้าฝูงชนแออัดยัดเยียด
คล้ายกับว่ามีพิธีใหญ่โตมโหฬารที่จัดขึ้นมาต้อนรับเราอย่างนั้นแหละ
อรหันต์จี้กง : ยมบาลเผ่งเต้งอ๊วงแห่งขุมที่
9 ทราบว่าเราจะมาเยี่ยมชมขุมนี้มานานแล้ว จึงได้จัดการต้อนรับเราแบบพิเศษขึ้น
เพื่อที่จะทำการรับขวัญเรา เจ้าเห็นไหมเสียงฆ้องเสียงกลองดังกระหึ่ม
เครื่องดนตรีทุกชนิดต่างก็บรรเลงเพลงต้อนรับให้แซดไป
หยางเซิง : เพลงนี้คล้ายกับดนตรีโบราณพื้นเมืองของภาคใต้และภาคเหนือ
อรหันต์จี้กง : ก็ใช่น่ะซี
หยางเซิง : ได้ยินเขาพูดว่าเมื่อมีดนตรีแห่งเทวเจ้า
บรรเลงให้ได้ยินแล้ว เป็นนิมิตที่มนุษย์จะได้สำเร็จเป็นเทวดา
จะเป็นความจริงหรือไม่
อรหันต์จี้กง : ใช่แล้ว เมื่อมนุษย์ที่บำเพ็ญตนสำเร็จธรรม
โดยสมบูรณ์แล้ว จะต้องมีสาสน์มาบอกให้รู้จากสวรรค์ ผู้ที่จะกำลังจะสำเร็จเป็นเทวดา
ขณะนั้นในหูจะต้องได้ยินเสียงดนตรีแห่งเทวเจ้า แต่ว่าหากมิใช่พวกที่มีคุณงามความดีที่ใหญ่ยิ่งแล้วสวรรค์ท่านก็มิได้ให้เกียรติสูงส่งพิเศษถึงขนาดนี้หรอก
ในเมืองมนุษย์ตอนที่จัดงานมอบรางวัลนั้นล้วนมีดนตรีบรรเลงขับกล่อมดังนั้นเมื่อในโลกมนุษย์มีดนตรี
บนสวรรค์ก็มีดนตรีสวรรค์เช่นกัน โดยมิใช่คำลวง ถ้าหากว่าตอนเป็นมนุษย์ได้ก่อกรรมทำเข็ญสารพัด
ก่อนจะสิ้นใจต้องได้ยินเสียงร่ไห้ของภูติผีปีศาจหรือเสียงโซ่เสียงตรวน
เมื่อเจอสิ่งนี้แล้ว อนาคตนั้นน่าเป็นห่วงมาก คือเป็นรางแสดงที่ยมทูตจะทำการจับกุมตัว
เรารีบเดินไปข้างหน้าเถิด ข้าราชการของขุมที่ 9 ได้ตั้งแถวคอยต้อนรับเราอยู่แล้ว
หยางเซิง : คำนับมายังท่านเผ่งเต้งอ๊วงและเทวทูตทั้งหลาย
ข้าพเจ้าศิษย์ของพระเจ้ากวนอูแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตงได้รับเทวโองการให้ท่องแดนนรกพร้อมกับอาจารย์
เพื่อแต่งหนังสือ ได้มายังที่นี่ในวันนี้ และได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นอย่างยิ่งรู้สึกขอบคุณมาก
ขอท่านได้โปรดอำนวยความสะดวกให้ด้วย
ยมบาล : มิต้อง
ท่านหยางเซิง
รีบลุกขึ้นเถิด! วันนี้ข้าพเจ้าได้รับการเลี้ยงรับรองเป็นพิเศษแก่ท่านทั้งสอง
เชิญตามข้าพเจ้าเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขกในปราสาทเถิด
หยางเซิง : ขอขอบคุณที่ให้เกียรติอย่างยิ่ง
:
อรหันต์จี้กง : เราตามท่านยมบาลเข้าไปนั่งพักในปราสาทกันเถิด
ยมบาล : ท่านทั้งสองเชิญนั่งตามสบาย
มิต้องเกรงใจ การท่องนรกเพื่อแต่งหนังสือท่องมาจากขุมที่ 1
มาจนถึงเรานี้นับได้ว่าแสนจะลำบากตรากตรำ ข้าพเจ้าจึงได้จัดเลี้ยงรับขวัญให้แก่ท่านทั้งสองขึ้นในวันนี้
อรหันต์จี้กง : ขอขอบคุณท่านเผ่งเต้งอ๊วงที่ได้กรุณาให้ความดูแลช่วยเหลือ
นับว่าโชคดีมากที่ท่านได้ช่วยขจัดปัดเป่าฝุ่นละอองให้แก่เราศิษย์อาจารย์
มิเช่นนั้นแล้วดอกบัวของอาตมาช่อนี้คงจะเกาะเต็มไปด้วยขี้ฝุ่น
ยมบาล : ที่ไหนได้ ในดวงจิตของท่านอาจารย์นั้นสะอาดหมดจดเพียงแต่มีฝุ่นละอองจับเกาะตามร่างกายเท่านั้นเอง
! ดอกบัวเติบโตขึ้นมาจากเลนตม แต่ก็มิได้แปดเปื้อนจากเลนตมนั้นเลย
จิตใจเดิมของท่านั้นผ่องแผ้วสูงส่ง เพียงแต่เท้าทั้งสองข้างที่เหยียบย่ำไปทั่วทิศ
จึงต้องชำระล้างเสียบ้างเท่านั้นเอง ! ท่านทั้งสองมิต้องเกรงใจ
ผลไม้ทิพย์บนโต๊ะเลือกรับประทานเองตามอัธยาศัยเถิด
อรหันต์จี้กง : ศิษย์รักอย่าเกรงใจ
โอกาสนี้หาได้ยากนักกินเข้าไปเถิด
หยางเซิง : ขอบพระคุณมาก ผลไม้จานนี้คล้ายกับผลไม้ในเมืองมนุษย์
สีแดงจัด รสชาติเลิศเป็นพิเศษ หอมหวานน่ารับประทานยิ่งนัก
ยมบาล : ถูกแล้ว อันนี้คือองุ่นดำ
เติบโตงอกงามขึ้นจากเทือกเขาคุนหลุน ได้รับการหล่อเลี้ยงจากดินฟ้าอากาศแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก
จึงออกสีเป็นสีดำเป็นผลที่ล้ำเลิศวิเศษสุด เชิญรับประทานเต็มตามความสามารถเถิด
อรหันต์จี้กง : เรารับประทานไปคุยไป
เจ้ามีปัญหาอะไรถามยมบาลท่านได้เลย !
หยางเซิง : ขอรับกระผม ขอเรียนถามว่านามที่ท่านเรียกว่า
"เผ่งเต้งอ๊วง" (เจ้าแห่งภราดรภาพ) นั้นเนื่องมาจากเหตุใดมิทราบ?
และจะต่างกับโลกมนุษย์ที่เรียกคำว่า "เผ่งเต้ง"
(เสมอภาค) บ้างไหมมิทราบ
ยมบาล : ที่ข้าพเจ้าขนานนามว่า
"เผ่งเต้งอ๊วง" นั่นก็คือว่าวิญญาณโทษที่โดนทำโทษมาจากขุมที่
1 ถึงขุมที่ 8 นั้นได้รัการลงทัณฑ์มากพอสมควรแก่โทษฐานแล้ว
บรรดาที่ส่งมอบมาให้การเสมอภาคแก่ทุกๆ คน บรรดาที่มีโทษฐานเบากว่าก็จะส่งตรงไปยังจวนหลุนหวังแห่งขุมที่
10 จัดการให้อย่างเสมอภาคเช่นเดียวกันเป็นการเติบโตโดยธรรมชาติ
การที่ให้การเสมอภาคทั่วไปจึงเรียกว่า "เผ่งเต้งอ๊วง"
หยางเซิง : ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง
ขอเรียนถามอีกว่าท่านยมบาลควบคุมคุกใดที่สำคัญมากที่สุด ?
ยมบาล : ขุมนี้คุมคุกสำคัญคือ
"นรกใหญ่อาปี้" (นรกโลกันตร์) และนรกน้อยอีก 16
คุก เพื่อลงโทษพวกวิญญาณโทษหนัก
หยางเซิง : มีคนถามว่าเมื่อตายลงแล้วตกลงในนรก
18 ชั้นนั้น หมายความว่ากระไร ?
ยมบาล : มนุษย์มักชอบพูดหยอกกันว่า
"ตายแล้วตกลงนรก 18 ชั้นไปดื่มกาแฟ" นั้น คือหมายถึง
"นรกโลกันตร์" ก็เพราะเหตุว่านรกอาปี้นั้นมีถึง
18 ชั้นทะลุถึงใจกลางแห่งธรณี ในนั้นมืดมิดจนมองไม่เห็นนิ้วมือของตัวเอง
มีโคลนเลนเต็มไปทุกหนทุกแห่ง ออกสีเป็นสีกาแฟ ท่านคิดจะลองสักแก้วหรือไม่ล่ะ
?
หยางเซิง : ไม่เอาครับ ไม่เอา
: ข้าพเจ้าดื่มแต่น้ำชาก็พอแล้ว ไม่คิดที่จะดื่ม "ชานอก"
คงจะดื่มไม่ไหวแน่!
ยมบาล : ท่านยังมัวเกรงใจอยู่ได้
เชิญรับประทานผลไม้ทิพย์เถิด
หยางเซิง : ผักเย็นชนิดนี้คล้ายกับผัก
"กิ้วจั้งถะ" (ปรางค์ 9 ชั้น) ของเมืองมนุษย์ มีรสหอมอยู่บ้าง
และทั้งหวานทั้งเย็นดีกว่าของเมืองมนุษย์เป็นพืชพิเศษของขุมที่
9 นี้แหละ มีสรรพคุณทางบำรุงไตและกระดูก ทั้งบำรุงทุกส่วนของร่างกายอย่างวิเศษยิ่ง
เมื่อท่านรับประทานเข้าไปแล้ว จะเกิดประโยชน์ยิ่งนัก
อรหันต์จี้กง : ฮา! ฮา! ขึ้นพระเจดีย์
9 ชั้น ให้มาก ลงนรก 18 ชั้นให้น้อยลงจะดีนะ !
ยมบาล : หากท่านทั้งสองไม่รังเกียจ
ในการเลี้ยงรับรองอันย่อยๆ ของข้าพเจ้านี้ เมื่อทานเสียให้อิ่มแล้ว
แต่ฝุ่นละอองยังจับเกาะเต็มกายอยู่ ณ บัดนี้ข้าพเจ้าจะพาท่านหยางเซิงไปชำระล้างยังที่น้ำตกบาดาล
ท่านจะว่าประการใด ?
หยางเซิง : กระผมมีความหวั่นกลัวอยู่บ้าง
เชิญท่านอาจารย์ไปพร้อมกับผมด้วยนะครับ!
อรหันต์จี้กง : เอาเถิด ! ไปก็ไป
ยมบาล : ท่านทั้งสองจงตามข้าพเจ้ามา!
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านยมบาลและเทวทูตทั้งหลายที่เป็นไปเพื่อนด้วย
หนทางก็สะอาดสดชื่นดี ในแดนนรกจะหาที่สะอาดเรียบเช่นนี้ได้น้อยมาก
!
อรหันต์จี้กง : ถนนสายนี้ให้ใช้เฉพาะผู้บำเพ็ญธรรมเท่านั้นและบรรดาเทพที่จะเดินทางไปแดนมนุษย์
เพื่อรับการสืบต่อตำแหน่งเจ้าประจำศาล ล้วนต้องมารับการชะล้างที่นี่
เสร็จแล้วจึงสามารถไปรับการกราบไหว้บูชาจากชาวมนุษย์ วันนี้เป็นโชคของเจ้าที่ได้มายังที่นี้
ให้ได้ลิ้มรสจากสิ่งนี้เสียก่อน เจ้าจงมองดูเทพยดา 3 ท่านเบื้องหน้าซิ
ที่มุ่งมายังทางนี้ พวกเขาล้วนได้รับการชะล้างแล้วซึ่งฝุ่นละออง
เพื่อจะรับเทวโองการไปดำรงตำแหน่งเจ้ายังแดนมนุษย์!
หยางเซิง : หน้าตาพวกเขายิ้มแย้มแจ่มใส
รัศมีเปล่งปลั่งทั่วหน้าทั่วตา!
ยมบาล : ท่านทั้งสองจงรีบเดินเถิด!
หยางเซิง : ข้างหน้ามีภูเขาสูงตระหง่านมากอยู่ลูกหนึ่ง
บนนั้นมีต้นไม้เขียวชะอุ่ม ลำน้ำที่ราดลงมาจากภูผา มีลักษณะเหมือนน้ำตกค้ำฟ้า
อากาศร้อนอบอู้เช่นนี้ได้อาบน้ำเย็นๆ คงจะชื่นอกชื่นใจเป็นแน่แท้
ยมบาล : ถึงน้ำตกบาดาลแล้วละ
หยางเซิง : จริงๆ ด้วย ข้างผาสูงมีตัวหนังสือสีทองเขียนไว้ว่า
"น้ำตกบาดาล" มีลำน้ำ 9 สายราดดิ่งลงสู่พื้นเบื้องล่าง
ยมบาล : ท่านหยางเซิงเตรียมตัวชะล้างฝุ่นละอองได้แล้ว
สั่งนายทหารผู้รักษาการณ์ทั้งหลายให้หลบเลี่ยงเสีย !
นายทหาร : ขอรับคำบัญชา
ยมบาล : ท่านหยางเซิง ท่านจงเดินเข้าไปใต้น้ำตก
!
หยางเซิง : กำลังของน้ำตกดีเหลือเกิน
ข้าพเจ้ามิกล้าเข้าไป ขอเชิญท่านอาจารย์ไปกับผมด้วย
อรหันต์จี้กง : ก็ดีเหมือนกัน
3 ปีแล้ว ข้าฯ มิได้ชำระล้าง (สรง) ร่างกายเลย ถือโอกาสนี้ชำระเสียให้สพะอาดสักทีก็ดีเหมือนกันเอาเราไปกันเถิด!
หยางเซิง : เย็นมากจริงๆ ! โอย
! เย็นจนลืมตาไม่ได้
อรหันต์จี้กง : รีบลืมตาเสีย
จะได้ล้าง "ทรายในตา" ให้หมดสิ้น
หยางเซิง : เอาเถิดครับ ! มันเย็นสดชื่นเสียจริงๆ
แต่ว่าทั่วทั้งกายเปียกปอนไปหมด ทำอย่างไรดีเล่าครับ ?
อรหันต์จี้กง : ไม่เป็นไรน่ะ
รอสักครู่ฉันจะใช้พัดนี้โบกให้มันแห้งทันที รีบล้างที่ใต้เท้าด้วย
ที่นั้นน้ำท่าไม่สามารถเให้ถึงสกปรกที่สุด!
หยางเซิง : ท่านอาจารย์จงอย่าว่าเสียดสีกระผมเสีย
?
อรหันต์จี้กง : ด้านที่ตาของมนุษย์มองไม่เห็นนั้น
เป็นด้านที่สกปรกที่สุด เช่น ใต้ฝ่าเท้า ใต้เตียง ใต้โต๊ะล้วนเป็นที่ลับ
ถ้าไม่ทำการชะล้างครั้งใหญ่ จะปล่อยให้มันเป็นหมักเป็นเลนอย่างนั้นหรือแล้วจะเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างไร
!
หยางเซิง : ขอรับ! ขอรับ! ท่านอาจารย์พูดสมเหตุสมผลมาก
อรหันต์จี้กง : เห็นจะพอแล้วละ
น้ำ "บาดาล" ชนิดนี้ คือน้ำที่คลายออกจากปากมังกร
ฝุ่นละอองจากโลกมนุษย์ เมื่อเจอมันเข้าจะสะอาดหมดจดลงทันที
โดยไม่ต้องใช้สบู่ ผงซักฟอกหรือยาชำระล้างแต่อย่างใด มวลมนุษย์ต้องรักษาจิตใจร่างกายให้สะอาด
เมื่อตายลงแล้วจึงจะผ่านการตรวจสอบให้ผ่านไปได้ รีบออกมาได้แล้ว
การชำระล้างเสร็จสิ้นลงแล้ว!
หยางเซิง : ท่านอาจารย์รีบโบกให้แห้งด้วยเถิด
อรหันต์จี้กง : พัดของฉันเล่มนี้
ดีกว่าเครื่องสกัดน้ำเสียอีก!
หยางเซิง : เสื้อผ้าแห้งแล้วจริงๆ
ด้วย ทั้งกายใจรู้สึกสดชื่นยิ่งนัก ขอขอบคุณท่านอาจารย์และท่านยมบาล
ยมบาล : หวังว่าท่านหยางเซิงจงตั้งอกตั้งใจทำงานให้แก่เซี้ยเฮี้ยงตึ้งจงมุมานะยิ่งๆ
ขึ้น!
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา ขอท่านยมบาลจงประทานแสงแห่งความผ่องแผ้วให้แก่ข้าพเจ้าด้วย
ยมบาล : เมฆสลายลงแสงปรากฏออกมาแล้ว
แม้จะไม่ชำระล้างก็จะสะอาดหมดจดลง เข้าใจไว้ด้วย
อรหันต์จี้กง : เพราะเหตุว่าหมดเวลาลงแล้ว
เราขอลาก่อนละ และไม่ขอส่งท่านยมบาลกลับปราสาทด้วย
ยมบาล : ไม่เป็นไรมิได้ สั่งให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : ข้าพเจ้ารับเกียรติที่ท่านได้ให้การเลี้ยงรับรองและให้อาบน้ำ
"บาดาลแห่งมังกร" จะไม่ขอลืมตลอดชาติ ลาก่อนทุกๆ
ท่าน
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม