ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
ภูหิมะ มีหนทาง ถึงสวรรค์
ใต้สนนั้น ฉันรำพึง จนลืมค่ำ
ฉันเสแสร้ง เป็นคนบ้า เอาไม้ค้ำ
ทั้งโลกคล้ำ จะได้พบ ในน้ำเต้า
อรหันต์จี้กง : อากาศร้อนทุกขณะ
รู้สึกอึดอัดตามห้างสรรพสินค้าป้านรถต่างๆ มีผู้คนเบียดเสียดยัดเยียด
ทำให้หายใจติดขัด จนกระทั่งหนทางนรกอันกันดารที่เต็มไปด้วยโคลนตรมแห่งนี้
ก็พลอยเกิดความคึกคักขึ้น ชุลมุนผิดปกติ กลับมามองดูทางวัดวอารามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กลับเดียวดายเงียบเหงา
สิ่งลวงตาต่างๆ การเสพสมกินเหล้าเมายา ได้เกลือกกลั้วในโลกมนุษย์มาเป็นเวลาช้านาน
ทำให้ผู้คนค่อยๆ จมอยู่ในห้วงแห่งหายนะ ดังนั้นหนทางในแดนนรกจึงแออัดเต็มไปด้วยผู้คน
ชาวโลกจึงตื่นขึ้นมาจากความหลับใหลเถิด วันนี้เตรียมท่องนรก
เจ้าหยางเซิงรีบขึ้นดกบัวเถิด
หยางเซิง : ขอรับคำบัญชา กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์รีบออกเดินทางครับ
อรหันต์จี่กง : ถึงแล้วละ เจ้าหยางเซิงรีบลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง : ผู้ที่เดินมาหาเรานั้นเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จากแห่งหนตำบลใดมอทราบ?
อรหันต์จี่กง : พวกเขาคือพัศดี
และนายทหารแห่ง "แดนน้ำมันร้อนลวกตัวนรกน้อย" พวกเขากำลังจะมาต้อนรับเราอยู่
หยางเซิง : ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง
ขอแสดงความคารวะต่อท่านพัศดีและนายทหารทั้งหลาย
พัศดี : มิต้อง
.ท่านทั้งสองมาตามเทวโองการ
ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีต้อนรับที่ท่านมาเยี่ยมชม
หยางเซิง : ขอบคุณมาก ! บริษัทและโรงงานต่างๆ
ของแดนมนุษย์ล้วนแล้วแต่ปิดประกาศ "ไม่ต้อนรับผู้เยี่ยมชม"
ไว้หน้าประตูแต่ท่านกลับยินดีต้อนรับ!
อรหันต์จี้กง : ฮา ! ฮา ! โรงงานเป็นที่สำคัญยิ่งห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า
ในนรกไม่มีประตู และไม่ต้อนรับผู้คนมาเยือนด้วย แต่ชาวโลก
มักจะไม่อ่านดูตัวอักษรห้ามเตือน ก็ยังหลับหูหลับตาบุกกันเข้าไป
มิน่าเล่า พวกนั้นพอมาถึงที่นี่จึงต้องถึงกับเลือดตกยางออกหัวร้างข้างแตก
ต้องร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดไม่หยุดยั้ง !
พัศดี : ท่านอาจารย์พูดถูกต้องทีเดียว
ที่ไม่ต้อนรับ จงอย่าไปเสียแหละดี มิเช่นนั้นแล้วจะตกลงในหลุมพราง
แล้วจะเสียใจในภายหลัง สำหรับวันนี้เรายินดีต้อนรับท่าน ขอให้วางใจด้วย
คุกนี้มีชื่อว่า "แดนน้ำมันร้อนลวกตัวนรกน้อย" ขึ้นกับขุมที่
9 เชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าไปเยี่ยมชมได้
หยางเซิง : ขอบคุณท่านพัศดีที่ให้การชี้แจง
ภายในคุกส่งเสียงระทมไปหมด มีกระทะใบโตๆ ที่มีน้ำมันเดือดพล่านเต็มไปทั่วทุกแห่งหนประหนึ่งว่าจะทการทดลองปาท่องโก๋
มีไฟโหมแดงโชติช่วงอยู่ใต้กระทะ พวกยมทูตก็ง่วนอยู่กับเพิ่มเติมน้ำมันบ้าง
โหมไฟให้แรงขึ้นบ้าง พวกวิญญาณถูกล่ามติดอยู่กับหลักไม้ข้างกระทะน้ำมัน
น้ำมันเดือดพล่านกระเพื่อมขึ้นกระเพื่อมลงอยู่ตลอดเวลา พวกยมทูตสาดน้ำเย็นเข้าไปในกระทะ
ทันใดนั้นน้ำมันร้อนๆ และเปลวไฟก็แตกกระเด็นออก ลวกเอาผิวกายของพวกวิญญาณโทษแหลกเละไม่มีชิ้นดี
ร่างกายที่เปลือยเน่าล่อนจ้อนอยู่นั้น เกิดเป็นปุ่มขึ้นเต็มไปหมด
แต่ละตนแผดร้องขึ้นด้วยความอเนจอนาถ มิทราบว่าพวกเขาได้ทำผิดโทษฐานประการใดบ้าง?
พัศดี : ข้าพเจ้าจะให้วิญญาณโทษสองตนมาให้ปากคำ
เพื่อเป็นการตักเตือนชาวโลก
หยางเซิง : ดีมากครับ
พัศดี : ได้คุกตัวออกมาแล้ว
พวกวิญญาณโทษจงฟังคำสั่งทางนี้คือท่านอาจารย์จี้กงและท่านหยางเซิง
แห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมือไถ่ตง ในแดนมนุษย์ ได้รับโองการให้มาเยี่ยมยมโลก
เพื่อรวบรวมหลักฐานแห่งความผิด จงรีบสารภาพความจริงตอนมีชีวิตอยู่ได้ทำผิดอะไรบ้าง
วิญญาณโทษ : พูดไปแล้วก็เป็นที่น่าอดสูมาก ตอนที่มีชีวิตอยู่นั้นผมมีอาชีพเกี่ยวกับการขีดๆ
เขียนๆ ตอนนั้นในใจคิดว่าถ้าเขียนเรื่องเฉพาะมีคุณธรรมก็คงจะขายไม่ได้มากนัก
สู้เขียนพวกเรื่องลามกไม่ได้ คงจะหารายได้อย่างมหาศาล จากนั้นก็แอบเขียนและพิมพ์ออกจำหน่ายได้รับผลกำไรมาก
แต่ว่าตอนนั้นเกิดผิดใจกับภรรยาและได้หย่าขาดจากกัน ตอนอายุมากเข้าได้เกิดป่วยเป็นโรคอัมพาต
ควรที่จะนับได้ว่ากรรมมันตามมาสนอง เมื่อตายลงแล้วโดนยมทูตคุมตัวมายังแดนนรก
ได้ไปปรากฏร่างเดิมต่อหน้าหอกระจกกรรม (วิเศษ) ได้ฉายเอาความชั่วช้าออกตามความเป็นจริง
และได้ผ่านการลงโทษอย่างหนักจากขุมต่างๆ ผ่านจากการแหวกพร่าหัวใจ
ตัดมือมาแล้ว และเวลานี้ถูกส่งมายังขุมที่ 9 ถูกตัดสินให้เอาน้ำมันร้อนๆ
สาดลวกตามร่างกาย ทุกวี่วันต้องทนทุกข์ทรมานร้องขออภัยโทษจากฟ้าดิน
ก็ไม่มีใครเลยที่จะเห็นใจและปราณีให้ จึงอยากฝากไปยังชาวโลกด้วยวาจา
อย่าลิเขียนหนังสือลามกทำลายผู้คนเพื่อที่หลีกเลี่ยงมารับโทษอย่างไม่เห็นดาวเห็นตะวันเช่นผมในทุกวันนี้ด้วย
พัศดี : หนังสือลามกได้ทำลายคนมานักต่อนักแล้ว
พอเด็กหนุ่มๆ ในแดนมนุษย์มีจำนวนมากที่ได้อ่านหนังสือลามกแล้วติดนิสัยการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
หรือหลบไปเสพสมกับหญิงโสเภณี จนกระทั่งทำการข่มขืนและฆ่าทิ้ง
ซึ่งเป็นการให้ร้ายแก่สังคมกาลนาน ผู้ที่เขียนแต่งหนังสือลามก
นอกจากต้องโดนทำโทษอย่างหนักจากขุมต่างๆ แล้ว ในขั้นสุดท้ายยังต้องตกเข้าไปในแดนนรก
"อาปี้" (นรกโลกันตร์) รอจนกว่าหนังสือลามกเหล่านั้นจะสูญสิ้นหมดลงแล้ว
จึงสามารถหลุดพ้นจากการถูกทรมาน แล้วจึงหลุดเข้าไปทางเวียนว่ายตายเกิด
รับสนองจากกรรมนั้นๆ วิญญาณโทษตนที่ 2 รีบเล่าเรื่องที่ทำชั่วอย่างไรบ้างในตอนที่มีชีวิตเลว
วิญญาณโทษ : ตอนมีชีวิตอยู่กระผมตั้งร้านถ่ายรูป มีฝีมือไม่เลวทีเดียว
แต่การค้ากลับไม่เจริญ ต่อมาเพื่อนฝูงชักชวนให้แอบถ่ายรูปโป๊ออกจำหน่าย
และได้ผลกำไรมหาศาล ต่อมาเรื่องมันแตกโดนตำรวจจับส่งฟ้องศาลลงโทษจำคุก
ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ กระผมก็ทำความผิดเรื่องนี้เรื่องเดียว
เมื่อตายลงแล้วได้ผ่านการลงโทษเฆี่ยนตีจากขุมต่างๆ และเวลานี้ได้ถูกส่งตัวมายังขุมนี้ให้มารับโทษความทุกข์ทรมานนั้นเหลือที่จะทนทานได้
พัศดี : บรรดานักเขียนหนังสือลามก
ถ่ายรูปโป๊แพร่ตำรายาปลุกเซ็กส์ผลิตยาปลุกเซ็กส์ หรือที่รับพิมพ์หนังสือลามกหรือบนแผงหนังสือที่ขายหนังสือเซ็กส์
ต้องรับโทษฐานเท่าๆ กัน ทางแดนนรกจะลงโทษอย่างหนักยิ่ง เพราะเหตุเรื่องลามกเป็นที่สุดยอดแห่งความชั่วร้ายทั้งหลาย
คนพวกนี้ทำให้เสียจรรยาบรรณโดยสิ้นเชิง สร้างความใคร่ขึ้นอย่างหลอกๆ
พูดแบบเพ้อเจ้อไม่มีเหตุผล ทำให้วิญญาณผู้คนแปดเปื้อนมีราคี
โทษฐานนั้นใหญ่ยิ่งสุดขีด ชาวโลกนั้นก็ไม่ควรที่จะไปอ่านชมหนังสือรูปภาพอันสกปรปโสมมเหล่านั้น
เพื่อที่การหลีกเลี่ยงการที่ทำให้มีราคีต่อวิญญาณอันบริสุทธิ์ของตน
เมื่อไปทำให้เจ้าแห่ง 3ภพเกิดความพิโรธจะสร้างกรรมชั่วให้กับตัวเอง
โดยประการเช่นนี้แล
อรหันต์จี้กง : วันนี้ได้หมดเวลาลงแล้ว
เราเตรียมจะกลับสำนักขอขอบคุณท่านพัศดีที่ได้ให้การชี้แจงแนะนำ
หยางเซิง : ขอลาท่านพัศดีและนายทหาร
และขอขอบคุณที่กรุณาให้ความสะดวกด้วย
พัศดี : มิต้องเกรงใจ ให้นายทหารทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม