ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนมีความว่า
:
วิญญาณดี เข้าอบรม พึ่งรสธรรม
เกลาจิตซ้ำ ฝึกจิตทุกข์ หมั่นเพียรนา
อภิธรรม คำล้ำลึก นำศึกษา
ขันอาสา ช่วยมวลชน เพิ่มปัญญา
อรหันต์จี้กง : การท่องนรกในวันนี้ได้จัดให้ไปเที่ยวที่
"สำนักรวมกุศล" "กองให้รางวัลคนดี" "กองลงโทษคนชั่ว"
การแต่งหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" ใกล้จะสิ้นสุดลงในขณะนี้
อาตมามีความยินดีอย่างล้นพ้นที่เห็นผู้ใจบุญได้บริจาคเงินเพื่อพิมพ์แจกอย่างมากมาย
เป็นความจริงที่แต่ละคนต่างมีใจกุศลเสมอเหมือนกันทั้งนั้น
ดังนั้นจึงไม่เป็นที่เสียเรี่ยวเสัยแรงของเทพเจ้าและบุคคลที่ต่างลำบากตรากตรำขึ้นๆ
ล่องๆ ในแดนนรก และใคร่ที่จะเห็นมวลมนุษย์ที่ถือตามหลักการในการคืนสู่ความบริสุทธิ์ปฏิบัติตามธรรมโดยพร้อมเพรียงกันหนังสือ"เที่ยวเมืองนรก"
เล่มนี้อันเป็นหลักธรรมที่เที่ยงแท้ซึ่งแต่ละศาสนาต่างก็ดำเนินปฏบัติตามผู้ที่ได้อ่านมาแล้ว
จะได้รับประโยชน์ในทางกายและใจเป็นอย่างมากที่อาตมาได้พรรณนามานี้
ก็มุ่งที่จะให้ชาวมนุษย์ทั้งหลายจงละทิ้งความชั่วประกอบแต่ความดีทำเฉพาะสิ่งที่ดี
สมกับที่เป็นคนดี ด้วยใจเมตตาปลอบเตือนมา เพื่อจะชักชวนมวลประชาเกิดความเห็นพร้อมกันด้วยหยางเซิง
เตรียมขึ้นบนดอกบัวได้
หยางเซิง : กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้ว เจ้าจงลงจากดอกบัวเถิด
หยางเซิง : "สำนักรวมกุศล"
ได้ปรากฏต่อหน้าเราแล้วคล้ายกับโรงเรียนหลังหนึ่งภายนอกสะอาดสะอ้านยิ่งนัก
และยังมีต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดปลูกอยู่ด้วย มันไม่มีทางที่จะเหมือนคุกตารางแต่อย่างไรเลย
อรหันต์จี้กง : "สำนักรวมกุศล"
คือโรงเรียนในยมโลกนั่นเอง เป็นที่ฝึกสอนอบรมพนักงานในตำแหน่งเจ้า
(เจ้าในศาลเจ้า) โดยเฉพาะ
หยางเซิง : ประตูได้เปิดออกแล้ว
ข้าราชการทั้งหลายกำลังจัดตั้งแถวทำการต้อนรับเรา
อรหันต์จี้กง : เจ้าสำนักและข้าราชการในสำนักได้ออกมาแล้วหยางเซิงเจ้าจงรีบเข้าไปแสดงความคารวะ
หยางเซิง : ขอแสดงความคารวะต่อท่านเจ้าสำนักและเทวทูตทั้งหลาย
เจ้าสำนัก : มิต้อง ท่านหยางเซิง
ขอต้อนรับท่านและท่านอาจารย์ที่กรุณามาเยี่ยม ข้าพเจ้าได้รอคอยท่านมานานหนักหนา
แล้วเชิญท่านทั้งสองตามข้าพเจ้าเข้าไปข้างใน เพื่อความสะดวกในการเยี่ยมชม
อรหันต์จี้กง : ขอบใจมาก การมารบกวนท่านในวันนี้ขอให้ท่านได้โปรดกรุณาให้การชี้แจงถึงสภาพการณ์ในสำนักของท่านด้วยเพื่อให้เจ้าหยางเซิงได้รับทราบไว้
เจ้าสำนัก : แน่นอนครับ สำนักนี้มีชื่อว่า
"สำนักรวมกุศล" หรืออีกนามหนึ่งว่า "สำนักประชุมกุศล"
บรรดามนุษย์ที่ได้สร้างบุญสร้างกุศลในตอนที่ตนยังมีชีวิตอยู่มากพอสมควร
แต่ยังไม่ถึงขั้นมาตรฐานที่จะลุล่วงถึงผลธรรมอันจะขึ้นสู่สวรรค์ได้
ล้วนต้องนำเข้ามาทำการอบรมฝึกฝนใน "สำนักรวมกุศล"
เพื่อเตรียมการเดินทางสู่แดนสวรรค์หรือไปรับตำแหน่งเจ้าในแดนมนุษย์ที่ทำการช่วยเหลือคุ้มครองมวลประชา
หยางเซิง : ผู้ที่อยู่เบื้องหน้ามิใช่นักทรง
"จวงเกียงอัง" ของสำนักเราผู้วายชนม์ผู้นั้นหรอกหรือ
?
อรหันต์จี้กง : ใช่ ? พวกเจ้าได้มาพบกันที่นี่ในวันนี้ซึ่งเป็นการนับได้ว่ามีผลบุญต่อเนื่องผูกพันกันอยู่
หยางเซิง : ท่านแซ่จวงผู้อาวุโสน้ำตาไหลพรากเมื่อเหลือบมาเห็นกระผมเข้า
เจ้าสำนัก : ท่านวิญญาณกุศลแซ่จวง
จงอย่าเสียอกเสียใจเลย วันนี้ได้จัดให้พวกท่านที่ประจำสำนักเดียวกันให้พบปะกันเป็นพิเศษท่านสามารถจะพูดคุยถึงเหตุการณ์หลังจากที่ได้ลาจากโลกมนุษย์มาแล้ว
วิญญาณกุศล : วันนี้สามารถมาพบปะกับท่านหยางเซิง
แซ่จวง : ณ ที่นี้ รู้สึกปลื้มอกปลื้มใจอย่างไม่สามารถจะบรรยายได้
แต่ก็ไม่วายที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความโศกเศร้าด้วย
ตอนมีชีวิตอยู่ได้เข้าไปประจำในสำนัก
"เซี้ยเฮี้ยงตึ้ง" ได้รับการสั่งสอนจากท่านพระเจ้ากวนอู
และรับการช่วยเหลือจุนเจือจากท่านเจ้าสำนักและนักธรรมทั้งหลาย
ดังนั้นข้าพเจ้าจงเกิดความสนใจเข้าช่วยงาน ไปทำการช่วยลอกเขียนผนึกซองและจัดส่งจดหมายใน
"วารสารเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง" ทุกๆ วันในใจคิดว่าเมื่อมุ่งมาตรช่วยงานไปในอนาคตกาลจะได้ไปเสพสุขบนแดนสวรรค์
แต่ยังมีความหลงใหลอยู่มาก จึงทิ้งเยื่อใยแห่งความใคร่ไว้ในโลกมนุษย์
ดังนั้น เมื่อตอนหลังจากได้ลาโลกแล้ว แม้ว่าจะมีเจ้าโชคเจ้าชัยให้การนำทางและมีท่านพระเจ้ากวนอูช่วยคุ้มครอง
แต่เนื่องจากมีความชั่วอยู่มาก เมื่อเอาความดีกับความชั่วมาหักล้างกันแล้ว
จึงไม่มีคุณวุฒิพอแก่การไปสู่สวรรค์ ตอนอยู่ในโลกมนุษย์ท่านพระเจ้ากวนอูได้ฝากความหวังไว้กับข้าพเจ้ามาก
ได้เคยสั่งสอนปลุกปลอบเสมอๆ หากแต่ตนเองมีสติปัญญาตื้นเขินมาก
มิสามารถเข้าใจความหมายโดยตลอด ตัวก็ไม่ได้เป็นตัวของตนเอง
ยังมิทันสำเร็จในความมุ่งหมาย แต่ตัวเองก็ด่วนตายเสียก่อน
แต่ยังดีที่ตอนนั้นมีความซื่อสัตย์อย่างบริสุทธิ์พระเจ้าจึงได้นำข้าพเจ้าเยี่ยมชมสภาพการลงโทษของแต่ละขุมแล้วจึงให้เข้ามารับการฝึกอบรม
"สำนักรวมกุศล" ขณะที่ทำการฝังศพของตัวข้าพเจ้า
นักธรรมร่วมสำนักทุกท่านต่างก็ได้จุดธูปบูชาและส่งศพโดยพร้อมเพรียงกัน
ทำให้เกิดความปิติตื่นเต้นใจอย่างบอกไม่ถูก ขอเชิญท่านหยางเซิงจงช่วยไปกล่าวคำขอบคุณแทนข้าพเจ้าด้วย
ทุกวันนี้ข้าพเจ้าได้เรียนทั้งหนังสือทั้งธรรมในเวลาเดียวกัน
มีการสอบผ่านเป็นประจำ ซึ่งเป็นการฝึกอบรมจิตใจของพวกข้าพเจ้า
เช่นการพบเห็นเงินทองจะไม่เกิดความอยากได้ เห็นหญิงงามไม่เกิดความหลงใหลเพรียบพร้อมด้วยใจเมตตากรุณาเป็นต้น
จึงสามารถจะผ่านด่านไปได้ข้อสอบต่างๆ
เหล่านี้ ล้วนเป็นภาพหลอนที่แปลงมาจากเทวดา พระอรหันต์ เช่นอย่างที่ให้เราไปยังที่ที่นั้นๆ
ข้างทางเกิดมีทองคำปรากฏมาให้เห็น หรือมีหญิงงามมายั่วยวนชวนใจ
หากว่าจิตใจไม่มั่นคงแล้วจะต้องสอบตก ไม่ได้มาตรฐานต้องมีการอบรมฝึกฝนอบรมกันใหม่
ตามปรกติมักจะมีเทวดา พระอรหันต์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสด็จมาเทศน์บรรยายธรรม
แม้จะมิได้ถูกทำโทษ แต่รสชาติแห่งการท่องกับการสอบไล่นั้นก็ไม่เบาเหมือนกัน
.
เจ้าสำนัก : "สำนักรวมกุศล"
คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้อบรมผู้ที่จะไปรับตำแหน่งเจ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดพลังธรรมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงต้องทำการตรวจสอบเป็นเนืองนิตย์
เพื่อให้ได้มาตรฐานคุณสมบัติของเจ้าจึงนับว่าสอบไล่ได้ บางครั้งสอบได้แล้ว
ยังต้องให้เทวดาท่านมีส่วนผูกพันอยู่นั้น รับกลับไปฝึกฝนอีกทีหนึ่งบนสวรรค์
บ้างก็ไปรับตำแหน่งเจ้าในแดนมนุษย์เลยก็มี
วิญญาณกุศล : กราบวานท่านหยางเซิงได้โปรดไปบอกต่อลูกๆ
ของข้าพเจ้าด้วยว่า ควรที่จะหมั่นฝึกตนบำเพ็ญธรรม ลูกชายข้าพเจ้าชื่อ
"บุ้งเฮี้ยง" มีนิสัยขวานผ่าซากคงจะทำงานใหญ่โตอะไรได้ยาก
รู้สึกน่าเสียดายยิ่ง และหวังว่าศิษย์ร่วมสำนักจงทำงานอย่างจริงจัง
หวนคิดถึงวันก่อนโน้น ข้าพเจ้าก็คิดจะตามท่านไปท่องนรกด้วย
หารู้ไม่ว่า คำพูดนั้นขลังมาก เลยกลายเป็นความจริงคิดจะฝึกฝนอบรมสร้างกุศลสร้างบุญอีก
แต่เรือนร่างได้ดับสูญเสียแล้วก็เลยหมดปัญญาลง
อรหันต์จี้กง : สภาวการณ์ใน
"สำนักรวมกุศล" มีเท่าที่เห็นนี้แหละเราควรรีบไปเยี่ยมชม
"กองให้รางวัล" กับ "กองลงโทษคนชั่ว"
ขอลาละนะ
หยางเซิง : ขอให้ท่านผู้อาวุโสแซ่จวงจงรักษาตัวรักษาศีลให้จงหนัก
ส่วนงานการในสำนักขออย่าได้เป็นห่วง
เจ้าสำนัก : ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงขึ้นบนดอกบัวได้แล้ว
เราจะไปเยี่ยมชมแหล่งอื่นต่อไป
หยางเซิง : กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์เคลื่อนออกไปได้แล้ว
อรหันต์จี้กง : ได้มาถึง "กองให้รางวัล"
แล้ว
หยางเซิง : จริงๆ ด้วย บนหน้าประตูเขียนตัวอักษรไว้ว่า
"กองให้รางวัลคนดี"
หัวหน้ากอง : ขอน้อมรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่ได้มายังสถานที่นี้
อรหันต์จี้กง : เราศิษย์อาจารย์ได้มาเยี่ยมชมกองของท่านในวันนี้ขอท่านได้โปรดแนะนำชี้แจงให้ทราบโดยสังเขปด้วย
หยางเซิง : เจ้าโชคเจ้าชัยได้นำตัววิญญาณผีมายังสถานที่นี้โดยมิได้มีโซ่ตรวนหรือเฆี่ยนตีแต่ประการใดซึ่งอยู่ในสภาพที่อิสระมาก
หัวหน้ากอง : บรรดามนุษย์ที่ตายลงแล้ว
ที่มีความดีมากกว่าความชั่ว ส่วนหนึ่งที่ได้มายังกองนี้ก่อน
เพื่อรอการแยกแยะต่อไปวิญญาณที่อยู่ในกองๆ นี้ได้รับความเป็นตัวของตัวเอง
เป็นอิสรเสรีสามารถดื่มน้ำชาสังสรรค์กันตามแต่ใจชอบ หรือจะทำการพักผ่อนด้วยการเล่นหมากรุก
"กองให้รางวัล" คือสถานที่ๆ ให้พวกวิญญาณกุศลทำการพักผ่อนชั่วคราว
ที่มาอยู่ที่นี้ต้องรอสักระยะหนึ่งแล้วก็จะส่งมอบไปยัง "สำนักรวมกุศล"
หรือส่งไปให้แต่ละขุมทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
หยางเซิง : อ้อ! ที่แท้เป็นดังนี้เอง
อรหันต์จี้กง : เนื่องจากเวลาจำกัด
เราจะไปเยี่ยมชมที่ "กองลงโทษ" กันอีก ขอลาท่านหัวหน้าละ
หัวหน้ากอง : ให้ข้าราชการตั้งแถวส่งอาจารย์
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเวิงขึ้นดอกบัวเถอะ
"กองลงโทษ" ห่างจากที่นี่ไม่มากนัก
..ถึงเสียแล้ว
หยางเซิง : ที่นี่ผิดกับ "กองให้รางวัล"
วิญญาณผีที่มายังที่นี้ล้วนโดนยมทูตควบคุมตัว คล้ายกับว่าเพิ่งโดนจับอย่างนั้นแหละ
หัวหน้ากอง : ขอน้อมรับท่านผู้ทรงธรรมทั้งสอง
ที่ท่านได้มาเยี่ยมในวันนี้ ทำให้กองนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่ง
ท่านแต่งหนังสือปลอบเตือนชาวโลก บุญกุศลนั้นใหญ่ยิ่งนัก
อรหันต์จี้กง : ท่านหัวหน้ากองให้เกียรติมากไปแล้วเราศิษย์อาจารย์ที่มาในวันนี้
เนื่องจากเวลาจำกัดมาก ขอให้ท่านหัวหน้ากองช่วยชี้แจงอธิบายสภาพการณ์ในกองของท่านให้ทราบด้วย
หัวหน้ากอง : ได้ครับ คืออย่างนี้ครับ
"การลงโทษคนชั่ว" ประดามนุษย์ที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญ
ที่ทรยศทำระยำต่อลำดับศักดิ์ศรีสังคม เจ้าสามแดนได้ทำการตรวจตราตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนแล้วกลับไปรายงานในยมโลก
หากพวกที่ทำความผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์แล้ว กองๆ นี้จะจับเอาวิญญาณนั้นมาลงโทษที่ยมโลก
ผู้ที่โดนทำโทษนั้นตัวยังอยู่ในแดนมนุษย์ เพียงแต่มีความสะลึมสะลือและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ขณะนี้คืออยู่ในระว่างเกิดการป่วยไข้ของตัวมนุษย์ มีอาการวิงเวียนศีรษะ
ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ตัวมนุษย์นั้นรู้สึกแต่ว่าตัวเองเกิดป่วยไข้ขึ้น
ไม่สบายทั้งกายและใจ แต่ไม่รู้ว่าวิญญาณของตนได้ถูกทำโทษ เมื่อหายจากความป่วยไข้แล้ว
ก็คือวิญญาณนั้นถูกปล่อยให้คืนสู่แดนมนุษย์ ทางจิตใจร่างกายจึงรู้สึกว่าสบายขึ้น
ผู้ที่ถูกคุมตัวมาครู่นี้ คือวิญญาณมนุษย์ นี่แหละคือกิจการทำโทษคนชั่วของกองนี้วิธีหนึ่งล่ะ
ส่วนวิธีที่ 2 (ที่ทำการลงโทษผู้มีบาป) ที่สร้างบาปทำชั่วไว้มาก
บ้างก็ส่งมาให้กองนี้จัดการลงโทษเสียก่อน แล้วรอจนแต่ละขุมทำการตรวจสอบหลักฐานให้เรียบร้อยแล้ว
จึงจะส่งมอบไปให้ขุมอื่นๆ ดำเนินการต่อไป ดังนั้น กองนี้จึงเป็นสถานที่คุมขังครั้งคราวเท่านั้นเอง
หยางเซิง : ที่จริงมีดังนี้เอง
ขอขอบคุณท่านหัวหน้ากองได้ให้การชี้แจง
อรหันต์จี้กง : เวลาดึกมากแล้ว
เราเตรียมการกลับสำนักกันเถิด
หัวหน้ากอง : ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนมัสการส่งท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเถอะ
หยางเซิง : กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์กลับได้
.
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่รางดังเดิม