บ า ป ก ร ร ม
เที่ยวเมืองนรก
ครั้งที่ 61 วันที่ 29 กรกฏาคม พ.ศ. 2521
ตอน ท่องบ่อน้ำเลือดและขุมภูผาตะวันออก

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จลงตรัสเป็นกลอนว่า :
ท่องนรก ผ่านเทือกเขา นับหมื่นไมล์
เลือดเหงื่อไหล ดั่งสายน้ำ ไหลเนืองนอง
ผู้ใดว่า กรรมดีชั่ว ไม่สนอง
ใครใคร่ลอง ในนรก จะเห็นจริง

อรหันต์จี้กง : ได้บุกบั่นผ่านทางนรกมาโดยทั่วถึงเท่าที่ได้ล้วนเห็นเป็นพวกวิญญาณผีผูหลงใหล ขณะที่ตัวเรายังมิได้เกิด ไม่รู้ว่าใครคือตัวเรา ? ตาทั้งสองข้างที่มองเห็นมัวๆ ซัวๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าใครเป็นตัวเรา ? มวลมนุษย์จึงหลงลืมไปหลงลืมมา เสมือนหนึ่งนักเรียนที่ไทอาจเอาใจใส่ในการเรียน พกเอาอาหาร ตามเข้าไปโรงเรียน เอาแต่กินข้าวแล้วก็เที่ยวเล่น พอได้เวลาสอบจึงตอบอะไรไม่ได้เลย ทำให้เสียความตั้งใจของพ่อแม่ ที่ได้เลี้ยงลูกปัญญาอ่อนไม่เอาถ่าน อาตมาขอฝากคำไปยังมวลมนุษย์ในโลกา เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องยืนหยัดค้ำฟ้า ต้องสร้างความดีไว้ให้มาก จงอย่าได้หลบๆ ซ่อนๆ ทำแต่เรื่องผิดศีลผิดธรรม เพื่อที่ไม่เป็นผู้หลงทางในแดนมนุษย์ตายลงแล้วไปเป็น "ผีไร้คุณค่า" ต้องกระเสอกกระนคลำหากันต่อไป ก็จะเป็นเรื่องที่น่าอนาถมาก วันนี้เตรียมท่องนรก เจ้าหยางเซิงจงขึ้นบนดอกบัวเสีย
หยางเซิง : กระผมได้นั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ เจ้าจงลงจากดอกบัวได้
หยางเซิง : ที่เราได้มาถึงในวันนี้ ไฉนจึงมีบ่อน้ำขวางอยู่ข้างหน้ามองดูจากระยะไกลเช่นนี้ เห็นคล้ายว่ามีเงามนุษย์ผลุบโผล่อยู และยังมีแว่วเสียงขอความช่วยเหลือด้วย โอย แล้วยังได้กลิ่นคาวเลือดเหม็นตลบด้วย
อรหันต์จี้กง : ข้างหน้านั้นคือ "บ่อน้ำเลือด" ที่พาเจ้ามาเยี่ยมชมในวันนี้ เจ้าจงรวบรวมสติกำลังให้ดี รีบรุดไปข้างหน้าเถิดเพื่อที่จะได้พิจารณาดูให้ละเอียดถ่องแท้
หยางเซิง : บนถนนมียมทูตคุมตัวผู้คนมากหลาย มุ่งไปยังบ่อน้ำ
อรหัน์จี้กง : เหล่านี้ล้วนเป็นพวกวิญญาณโทษที่ถูกคุมตัวไปยังบ่อน้ำเลือด
หยางเซิง : กลิ่นเห็นนั้นยิ่งทวีความเหม็นคามากขึ้น เสียงร้องไห้ช่วยยิ่งดังขึ้นทุกที ที่แท้น้ำในบ่อสกปรกเป็นน้ำเลือด กลิ่นคาวเหม็นของมันหาที่จะเสมอเหมือนไม่ได้อีกแล้ว
นายทหาร : ขอต้อนรับท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง ที่ได้มาเยี่ยมถึงที่
ผู้คุมบ่อ : ข้าพเจ้าได้รับทราบว่าท่านทั้งสองจะมาเยี่ยมในวันนี้เชิญเข้าไปตรวจชมดูภายในเถิดครับ
หยางเซิง : ยืนอยู่ที่นี้ก็มองเห็นชัดเจนมากแล้วข้าพเจ้าว่ามิต้องเข้าไปไกล้ขอบบ่อมากนัก แต่ขอให้ท่านผู้คุมช่วยอธิบายสภาพการณ์ ของการลงโทษวิญญาณโทษในบ่อน้ำเลือดให้ทราบด้วย
นายทหาร : ครับ ได้ครับ ! บ่อนี้มีชื่อว่า "บ่อน้ำเลือด" ตั้งอยู่ตอนใต้ของ "สะพานมรณะ" วิญญาณลงโทษที่เดินผ่าน "สะพานมรณะ" เมื่อตกลงไปใน "บ่องูพิษ" ของใต้สะพานแล้ว เนื่องจากโดนพวกงูพิษฉกกลืนกิน หรือทำให้บาดเจ็บ น้ำเลือดจึงรวมกันเข้าแล้วไหลมานองอยู่บ่อนี้ เกิดเป็น "บ่อน้ำเลือด" ขึ้นผู้ที่ถูกคุมขังในบ่อนี้ ล้วนเป็นพวกที่ทำความชั่วด้วยความสกปรกโสมมทั้งนั้น
หยางเซิง : ขอท่านผู้คุมได้โปรดบรรยายให้ละเอียดกว่านี้หน่อยครับ
ผู้คุม : อันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น แต่ไหนแต่ใดมาแล้ว มิควรที่จะไปละเมิดหรือทำให้แปดเปื้อนติดราคี แต่ว่ามีผู้คนไม่น้อยที่มักจะแช่งด่าท่าน หรือกล่าววาจาอันสกปกต่อผู้หลักผู้ใหญ่ และใส่ร้ายป้ายสีแก่ผู้อื่นล้วนเป็นที่มีจิตใจสกปรก บ้างก็ทำการร่วมสังวาสในเวลากลางวันแสกๆ หรือเสพสมกันในที่แจ้งไม่เกรงกลัวต่อแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ และแสงดาวเลย ทั้งยังไม่อายต่อผู้คนที่มาพบเห็นด้วยซึ่งหมดยางอาย สกปรกเป็นที่ยิ่ง บ้างก็ขายตัวเพื่อแลกกับเงิน คำพูดที่ลั่นออกจากปากล้วนเป็นคำลามกจกเปรต บ้างก็มั่วกามจนเกินควร เสพเมถุนกันไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ ทำให้ร่างกายที่ผ่องแผ้วแปดเปื้อนไปด้วย บ้างก็กินของสกปรก กินเพื่อบำรุงร่างกาย การกินบำรุงอย่างอุบาทว์นี้เป็นพวกของอสูรกาย หรือผู้ที่ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ชอบทำให้วัดวาอารามโรงศาลโรงเจ้าแปดเปื้อนไปด้วย หรือที่ทำให้ตำราพระคัมภีร์สกปรกนั้นๆ เมื่อตายลงแล้วล้วนต้องตกเข้าไปอยู่ใน "บ่อน้ำเลือด" ให้รับความทรมาน
อรหันต์จี้กง : ตามที่ชาวบ้านเล่าลือกันว่า ผู้หญิงที่เคราะห์ร้ายที่ตายในเวลาคลอดลูกต้องตกเข้าไปยัง "บ่อน้ำเลือด" นั้นเป็นคำลือกันอย่างผิดๆ การคลอดให้กำเนิดซึ่งเป็นเรื่อธรรมดา ของฟ้าดินโดยธรรมชาติ เมื่อเคราะห์หายามร้าย เกิดตายลงอย่างกระทันหัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าอนาถยิ่งแล้ว ไฉนยังต้องตกเข้าไปใน "บ่อน้ำเลือด" ด้วยเล่า ? ดังนี้เมื่อชาวโลกที่มีญาติพี่น้องที่ตายลงในระหว่างคลอดบุตรแล้ว เพียงแต่ให้ทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ เข้าหรือสวดมนต์ภาวนา หรือพิมพ์แจกหนังสอธรรม เพื่อนำเอาบุญกุศลนี้ส่งไปปกคลุม จะได้ทำให้คามหวั่นกลัวสยดสยองนั้นลดน้อยลง เพราะเหตุว่าขณะทำการคลอดของผู้หญิง จิตใจปั่นป่วนเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง หากเคราะห์ร้ายเสียชีวิตลง ดวงิญญาณนั้นจะป้วนเปี้ยนไม่เป็นสุครอบครัวนั้นจึงควรทำบุญสร้างกุศลอุทิศไปให้ เพื่อี่จะขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พะอรหันต์เทวดาช่วยกอบกู้ชักจูงให้พ้นภัยพิบัติไป
ผู้คุม : ท่านอาจารย์พูดถูกต้องมาก หวังว่าชาวโลกคงเข้าใจด้วย
อรหันต์จี้กง : เนื่องจากยังต้องท่องไปแหล่งอื่นๆ อีก ส่วนเหตุการณ์ใน "บ่อน้ำเลือด" นี้ก็รู้พอประมาณแล้ว เราขอลาก่อนละ
หยางเซิง : ขอขอบคุณท่านนายทหารให้การชี้แจงแนะนำ
ผู้คุม : หามิได้ครับ หากมีสิ่งที่ขาดตกบกพร่องประการใดแล้ว ขอได้รับความอภัยจากท่านด้วย
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเถอะ เตรียมการไป "ขุมภูผาตะวันออก"
หยางเซิง : กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางได้….
พะเจ้าแห่งภูผาตะวันออก : ขอต้อนรบท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงที่มาเยือนท่านทั้งสองรับแต่หนังสือตามพระราชโองการ เพิ่งมาถึงขุมนี้ในวันนี้ ซึ่งเราได้รอคอยมานานหนักหนาแล้ว
อรหันต์จี้กง : เนื่องจากอำนาจของท่านพระเขจ้าแห่งภูผาตะวันออกยิ่งใหญ่ล้นพ้น อาตมาจึงร่วมท่องมาตามลำดับจากขุมที่ 1 ที่จัดให้ ท่องขุมของท่านในตอนท้ายสุด ก็ถือคติที่ว่า "สุดท้ายอยู่ที่สูงกว่า" ท่านโปรดอย่าได้หาว่ากระนั้นกระนี้เลย
พระเจ้าแห่งภูผาตะวันออก : ท่านอาจารย์มิต้องเกรงใจ เมื่อได้มาถึงขุมของเราแล้ว ข้าพเจ้ามีความยินดีเบิกบานใจยิ่งนัก สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแห่งเองไถ่ตงของท่านได้ทำการเผยแพร่ศีลธรรมหลักความจริง ตั้งแต่ได้เปิดตั้งสำนักมา ได้แต่งพระสูตรเรื่องไท้เสียงบ้อเก๊กคุงง้วนจิงเก็ง เง็กอ๊วงโผวโต่วเซี้ยกง เข็มทิศในทงบำเพ็ญธรรมได้เผยแพร่บรรยายธรรมการตอบสนองของกุศลอกุศลในโบราณกาลอและปัจจุบันกาล และหลักความจริงของนักปราชญ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์…ซึ่งเป็นตำราคัมภีร์ธรรมและได้พิมพ์แจกให้อ่านอย่างกว้างขวาง เพื่อปลอบเตือนชาวโลกทั่ว 4 ทิศ จิตใจผู้คนในโลกมนุษย์ได้รับกรขัดเกลา จึงตั้งหน้ามุ่งมั่นทำแต่ความดีเหลือจะคณานับ ได้ซาบซึ้งเข้าใจในจิตของข้าพเจ้าอย่างล้นพ้น มาเป็นเวลานานแล้ว วันนี้ท่านหยางเซิงได้ตามท่านอาจารย์มาเยือนขุมของเรา ควรที่จะได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ เชิญท่านทั้งสองเข้าไปพักผ่อนในปราสาทก่อนเพื่อที่จะได้สังสรรค์สนทนาด้วย

หยางเซิง : ขอขอบคุณที่พระเจ้าฯ ได้ให้ความดูแลคุ้มครอง
พระเจ้าฯ : เชิญนั่งเถิด นายทหารเสิร์ฟน้ำชาและผลไม้เร็ว
นายหาร : ขอรับคำบัญชา….เสิร์ฟแล้วขอรับกระผม
พระเจ้าฯ : ท่านทั้งสองจงอย่าได้เกรงใจ เชิญรับประทานเลย
อรหันต์จี้กง : ขอขอบคุณพระเจ้าฯ ที่ได้ประทานให้
หยางเซิง : รสน้ำชาก็หอมหวาน ผลไม้ก็อร่อย ขอเอากลับไปแดนมนุษย์สัก 2-3 ผลจะได้หรือไม่ประการใด
พระเจ้าฯ : ผลไม้นี้ควรกินเสียในที่นี้จะเป็นการดี
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงจงอย่าโลภให้มากนัก ต้นไม้ผลที่บ้านของเจ้าต้นนั้นติดลูกดกอยู่แล้ว เพียงแต่เจ้าเอาใจใส่รักษามันให้ดีละก็ เจ้าจะกินไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
พระเจ้าฯ : ผลสำเร็จแห่งธรรมจึงจะเป็นสิ่งของที่ใช้การได้ดีเลิศพวกผลไม้ที่เป็นรูปเป็นร่างนั้น จะกินมัน มันก็หมดลง จะใช้มัน มันก็หมดได้เช่นกัน และยังน่าเสียดายอีกด้วย ล้วนเป็นสิ่งของที่ไม่เหมาะแก่การใช้งานได้จริงจังเลย
หยางเซิง : คำพูดของท่านอาจารย์และของพระเจ้าฯ นั้นกระผมเข้าใจดีแล้ว รู้สึกว่าน่าอับอายแก่ใจมาก
อรหันต์จี้กง : ขอเชิญพระเจ้าฯ ได้โปรดชี้แจงอธิบายภาระหน้าที่ของท่านให้ทราบด้วย
พระเจ้าฯ : ได้ซิ ! ภูเขาตะวันออกมีนามว่า "ไท่ซัว" ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในภูผาทั้งหมด 5 แห่ง ของประเทศจีนและมีภาระหน้าที่ควบคุมแดนนรกทั้ง 10 ขุม โดยตรง นับได้ว่าเป็นสถานที่ชั้นสูงสุดแห่งการปฏิบัติทางกฎหมาย เปรียบเสมือนศาลฎีกาในแดนมนุษย์ และได้ปกครองบรรดาวิญญาณแตกแยกกระจัดกระจายล่องลอยตามที่ต่างๆ ด้วย รวมทั้งการให้เลื่อนลดตำแหน่งของผี เจ้าในแดนนรกและแดนมนุษย์ เพราะเหตุว่าขุมเราสามารถถวายกราบทูลถึงท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่โดยตรง และมีอำนาจสั่งการให้ปฏิบัติตาม เช่นเจ้าภูผา เจ้าที่เจ้าทางต่างก็อยู่ในแดนปกครองของขุมเรา ประดาคดีที่ยากแก่การพิจารณาของทั้ง 10ขุม ทีไม่สามารถตัดสินลงได้ ต้องส่งมาให้ขุมเราจัดการทันที ดังนั้นขุมเราจึงอยู่เหนือ 10 ขุม แต่เหนือขุมของเราก็ยังมี "จอมศาสดาแห่งบาดาล" ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลการกอบกู้ช่วยเหลือมวลชนทั่วไป ข้าพเจ้าก็ควบคุมตรวจตราในยมโลก ต่างมีภาระหน้าที่คนละทาง
หยางเซิง : กระผมทีข้อสงสัยอยู่ข้อหนึ่ง ขอให้พระเจ้าฯ ได้โปรดกรุณาชี้แจงให้ทราบด้วย คือที่พระเจ้าฯ ว่าได้ควบคุมพวกวิญญาณผีที่ล่องลอยไปอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง แต่ในแดนมนุษย์มักจะได้ยินว่ามีผู้คนถูกผีเข้าสิงสู่ หรือไปปะทะกับผีเข้า ถึงกับเกิดอาเพศขึ้น เรื่องนี้จะเป็นการเกิดช่องโหว่ขึ้นในยมกฎหรือไฉน ?
พระเจ้าฯ : กฎสวรรค์แม้จะอะลุ่มอล่วย แต่ก็ไม่หละหลวมจนเกินไป กฎนรกเข้มงวดกวดขันมาก แม้จะรอดไปได้แต่ก็รอดได้ไม่นาน ท่านหยางเซิงพูดได้ถูกต้องแล้ว ในแดนมนุษย์ยังมีวิญญาณผีเที่ยวล่องลอยอยู่ แม้ยมกฎจะกวดขันเพียงใดแต่ก็ยังมีจิตใจแห่งความกรุณาปรานี ที่เรียกว่ามีทั้ง "ความเห็นอกเห็นใจ เหตุผล และกฎบัตร" รวมอยู่ในตัววิญญาณผีที่ถูกกลั่นแกล้งป้ายร้ายถึงกับตัวต้องตายลงก็มีอยู่ไม่น้อย ยมกฎอนุญาตให้ไปทำการล้างแค้นได้ แต่เมื่อตอนกลับเข้าไปในแดนมนุษย์แล้วมักจะยับยั้งอารมณ์แค้ไม่อยู่ ไม่รู้สิ่งไหนผิด สิ่งไหนชอบ มั่วกันไปหมด พอเห็นผู้คนเข้าก็เข้าไปสิงสู่เลยทีเดียว หากว่าบุคคลผู้นั้นจิตใจพลังวิญญาณสูงส่งรุ่งโรจน์หรือมีศีลธรรมกว้างใหญ่ลึกซึ้ง ผีนั้นจะไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย หากแต่ว่าวิญาณผีที่เร่ร่อนไม่ยอมทำตามกฎข้อบังคับแล้ว ก็จะให้เจ้าในศลแห่งเมืองมนุษย์หรือกองตรวจของขุมเราจับกุมตัวมาดำเนินคดี เมื่อนั้นแล้วมันจะพูดอะไรไม่ได้อีกแล้ว และต้องดำเนินไปตามความผิดของมัน เพราะเหตุว่าเทวทูตทั้งหลายในเมืองนรกไม่ปล่อยให้ชาวโลกพกเอาความแค้นไว้โดยไม่มีวันคลาย จึงได้ปล่อยวิญญาณผีออก เพื่อให้ไปทำการล้างแค้น แต่ก็เหมือนกับักโทษในเมืองมนุษย์บางคน เมื่อถูกปล่อยตัวไปแล้ว ยิ่งทำชั่วหนักเข้า รีดไถข่มขู่ชาวบ้าน ชาวมนุษย์ที่โดนผีเข้าสิงรังควานก็อยู่ในสภาพการณ์เช่นว่านี้แหละ
อรหันต์จี้กง : ขอขบคุณพระเจ้าฯ ได้ประทานชี้แจง เวลาดึกมากแล้ว เราเตรียมการจะกลับสำนักละ
พระเจ้าฯ : ท่านทั้งสองมุ่งมั่นตรากตรำมามากแล้ว ขออวยพรให้ "เที่ยวเมืองนรก" เสร็จสิ้นลงโดยเร็ว จะได้ช่วยกอบกู้ชาวโลกโดยทั่วถึง ที่จะเห็นผลในเร็วนี้เทอญ ให้ข้าราชการทั้งหลายตั้งแถวนัสการส่งท่านอาจารย์
หยางเซิง : ขอขอบคุณพระเจ้าฯ และเทวทูตทั้งหลายขอกราบลาก่อนละ….กระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เชิญท่านอาจารย์กลับสำนักได้…..
อรหันต์จี้กง : ถึงสำนักเซ้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเวิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม

กลับไปข้างบนโปรดคลิก