ท่านอรหันต์จี้กเสด็จลงตรัสเป็นกลอนความว่า
:
พิรุณทิพย์ คล้องเกสร ลายกนก
ตำนานหยก เกิดมรรคผล ดุจบัวคลี่
คัมภีร์ธรรม เปล่งรัศมี นับหมื่นปี
ทุกวจี ทุกขั้นตอน เสร็จสมบูรณ์
อรหันต์จี้กง : วันนี้เป็นวันแห่งหฤหรรษ์ปิติยินดี
ซึ่งหนังสือ "เที่ยวเมืองนรก" ซึ่งใช้เวลา 2 ปีเต็ม
ได้จบลง
ด้วยความสมบูรณ์หนังสืออันล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในโลกปัจจุบันเล่มนี้
ได้บรรยายหลักธรรมความจริงของมนุษย์โดยละเอียด บางครั้งอาจมีผู้ใดที่ไม่สู้จะเชื่อถือ
แต่ว่าศิษย์ทั้งหลายที่ได้ดูได้เห็นสภาพจริงของการท่องนรกภายใน
2 ปีที่ผ่านมา ประหนึ่งภาพยนตร์ได้ฉายเอาชีวิตจริงประวัติจริงของตัวบุคคลอย่างไรอย่างนั้น
ดังนั้นอาตมาจึงหวังว่าชาวโลกทั้งหลาย จงถือคติให้เชื่อว่ามันเป็นความจริง
จงอย่าคิดว่าไม่เป็นเรื่องจริง ให้ตระหนักด้วยว่า "การเกิด"
นั้นเป็นการเริ่มต้นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งเท่านั้น "ความตาย"
จึงจะเป็นการสืบเนื่องโดยไม่มีที่สิ้นสุดและก็เป็นนิมิตก่อนการเกิดเด้วย
จงอย่าคิดว่าพอตายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จะจบสิ้นลงเป็นอันขาด
ทท่านจะเห็นได้จากวิญญาณผีแต่ละกลุ่มล้วนมุ่งไปทางนรกตั้งแต่โบราณมาจนถึงทุกวันนี้
ผู้ที่มีจิตใจซื่อสัตย์กตัญญูมีศีลธรรม ตอนตัวตายลงแล้ว วิญญาณอันผุดผ่องของเขาจึงมุ่งทะยานขึ้นสู่สวรรค์
ทิ้งชื่อเสียงอันหอมหวนผุดผาดให้ชนรุ่งหลังระลึกเทิดทูน เป็นการแสดงออกซึ่งความสัตย์ซื่อ
กตัญญูน่าเลื่อมใส แต่พวกที่ผิดต่อหลักธรรมความจริงทำให้เสื่อมเสียในครอบครัวและสังคมแล้ว
เมื่อตายลงวิญญาณของมันจะสกปรกโสมมเป็นอย่างยิ่ง มืดมัวหดหู่และตกนรกไปหวังว่าชาวโลกเมื่อได้อ่าน
"เที่ยวเมืองนรก" แล้วจะมีอาการคล้ายกับตื่นจากความฝัน
อย่าได้หลงใหลในทางหลอกหลอนอันไม่เที่ยงแท้ ซึ่งจะทำให้ยิ่งถลำลึกเข้าไปในปรักแห่งความหายนะจนถึงขั้นที่ไม่สามารถจะกู้ได้
วันนี้เป็นการท่องครั้งสุดท้ายเจ้าหยางเซิงจงตระเตรียมรวบรวมสติกำลังให้ดี
จัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมการไปรับรางวัลจากแดนนรก
หยางเซิง : ท่านอาจารย์ครับ
กระผมมีความปิติยินดีอย่างยากที่จะกล่าว เราศิษย์อาจารย์ได้แต่งหนังสือตามเทวโองการ
ภาระหน้าที่จะได้สิ้นสุดลงอยู่แล้ว และจะได้สบายอกสบายใจกันบ้างละ
อรหันต์นี้กง : ความมานะอยู่ที่ไหน
ความสำเร็จอยู่ที่นั่น สวรรค์ท่านไม่ทอดทิ้งผู้มีความอุตสาหะพากเพียรดอก
หวังว่าเจ้าจงมานะมุ่งมั่นต่อไป เอ้า ! รีบขึ้นบนดอกบัวเสีย
หยางเซิง : ไฉนดอกบัวช่อนี้จึงใหญ่โตเป็นพิเศษในวันนี้
และยังมีรัศมีเปล่งปลั่งตระกาลตาด้วย
อรหันต์จี้กง : ดอกบัวช่อนี้ได้บริการเราเข้าๆ
ออกๆ ระหว่างแดนมนุษย์กับแดนนรกเป็นเวลา 2 ปี จึงฝึกฝนจนแข็งแกร่งเติบใหญ่และเปล่งรัศมีด้วย
หยางเซิง : ความจริงเป็นเช่นนี้เอง
ซึ่งเป็นที่พิสดารละเอียดอ่อนยิ่งนัก
อรหันต์จี้กง : ถึงแล้วละ เจ้าจงลงจากดอกบัวเสีย
หยางเซิง : โอ้โฮ ลานที่อยู่เบื้องหน้านั้นช่างคึกคักสนุกสนานมากดนตรีทิพย์ได้บรรเล็งตลอดเวลา
มีโต๊ะเลี้ยงอาหารตั้งเต็มลานไปหมด ล้วนทำขึ้นจากหินหยกผู้คนเดินกันขวักไขว่
แต่ละคนไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนเลย บ้างก็ใส่เสื้อคลุมแบบศาสนาเต๋า
และมีพระภิกษุสามเณร กับที่แต่งกายแบบบัณฑิตชน มิทราบว่าพวกเขามาจากแห่งหนตำบลใด
?
อรหันต์จี้กง : เนื่องจากหนังสือ
"เที่ยวเมืองนรก" ที่แต่งขึ้นตามเทวโองการจะสำเร็จลงในเร็วนี้
"จอมศาสดา" ท่านได้จัดเลี้ยง ณ ราชวัง "ตี่ฉั้งเก็ง"
(พระราชวังของอรหันต์กษิติครรภ์) เป็นการเลี้ยงฉลองสมโภช วันนี้มีเรา
2 คนเป็นแขกผู้มีเกียรติ เจ้าจงมองดูเทวทูตพระสงฆ์สามเณร บัณฑิตชนและแขกทั้งหลายและท่านพระอรหันต์กษิติครรภ์ได้ออกมาต้อนรับเราแล้ว
เจ้าจงรีบเข้าไปความเคารพเถิด
หยางเซิง : ขอแสดงความคารวะต่อท่านพระอรหันต์กษิติครรภ์และเทวทูตทั้งหลาย
ข้าฯ ผู้น้อยนายหยางเซิงแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งเมืองไถ่ตงศิษย์ของท่านพระเจ้ากวนอู
ได้ติดตามท่านอาจารย์ท่องนรกแต่งหนังสือตามเทวโองการ ได้รับความกรุณาจากท่านพระอรหันต์กษิติครรภ์
ที่ได้สั่งให้นรกแต่ละขุมให้การร่วมมือช่วยเหลือการเขียนแต่งหนังสือเล่มนี้
บัดนี้ได้สำเร็จลุล่วงลงแล้ว จึงได้ติดตามท่านอาจารย์มาแสดงความขอบคุณต่อท่าน
มิบังอาจรบกวนท่านศาสดาจัดเลี้ยงสมโภชน์ถึงขนาดใหญ่โตมโหฬารยิ่งในขณะนี้
รู้สึกหวั่นเกรงเป็นที่ยิ่ง
จอมศาสดา : ท่านหยางเซิงลุกขึ้นเถิด
ท่านกับท่านอาจารย์ลำบากตรากตรำมามากแล้วตลอด 2 ปี มาได้บุกบั่นในแดนนรก
จิตใจที่มุ่งช่วยชาวโลกนั้น หาได้ยากยิ่ง ข้าพเจ้าจึงได้จัดเลี้ยงเป็นพิเศษขึ้นในวันนี้
เพื่อฉลองการสำเร็จลุล่วงของหนังสือเล่มนี้ขอเชิญท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงขึ้นนั่งบนเก้าอี้เถิด
หยางเซิง : หามิได้ขอรับ
อรหันต์จี้กง : วันนี้ท่านจอมศาสดาพระอรหันต์จัดเลี้ยงเราเป็นพิเศษฉันว่ามิควรบ่ายเบี่ยงนะ
หมกมุ่น 2 ปีจึงได้เกียรติสูงส่งอันนี้ นั่งลงตามฉันก็แล้วกัน
หยางเซิง : เมื่อท่านอาจารย์ได้นั่งลงแล้ว
กระผมก็จะนั่งตาม งานฉลองนี้ผู้คนยิ่งมายิ่งมากขึ้นทุกที ทุกท่านมีรัศมีเปล่งปลั่งบนศีรษะ
เชื่อได้ว่าคงบำเพ็ญเพียรมาไม่น้อยทีเดียว
จอมศาสดา : งานเลี้ยงวันนี้เป็นการฉลองหนังสือ
"เทียวเมืองนรก" ได้สำเร็จลุล่วงลง เนื่องจากว่านรกนั้นได้รับการยอมรับจากทุกๆ
ศาสนาในพิภพ ดังนั้นจึงได้เชื้อเชิญพระศาสดาจากทุกศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาบัณฑิต
เต๋า พุธ คริสต์ อิสลาม หรือศาสนาที่ตั้งขึ้นใหม่รวมทั้งสาวกผู้บำเพ็ญธรรมทั้งหลายล้วนได้รับเชิญมาเลี้ยงฉลองด้วย
ดังนั้นสวรรค์ทุกชั้นจึงส่งเทวินทร์เทวทูตมาร่วมด้วย พระจอมมารดาแห่งสุขาวดีแดนพุทธเกษตรได้ประทานผลไม้ทิพย์,
น้ำอมฤต ให้ด้วยซึ่งเป็นโชคลาภวาสนาของท่าน หยางเซิงแล้ว
หยางเซิง : ขอน้อมขอบพระคุณที่ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแห่งสวรรค์ที่ท่านกรุณาให้ความปรานีแก่ตัวข้าพเจ้า
ขณะนี้ดนตรีสวรรค์ได้หระหึ่มขึ้นแล้ว
.
จอมศาสดา : ก่อนงานฉลองจะเริ่ม
พระศาสดาทุกพระองค์และพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม)
ก็เสด็จมาด้วย
เจ้าแม่กวนอิม : เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านท่านอาจารย์และท่านหยางเซิง
หยางเซิง : ขอน้อมแสดงความเคารพต่อพระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม
จอมศาสดา : งานฉลองสมโภชจะเริ่มขึ้น
ณ บัดนี้ จงบรรเลงเพลงทิพย์
ขอเจริญพรท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้สูงเกียรติจากสวรรค์
วันนี้ได้เสด็จมายังยมโลก ทำให้ยมโลกเปล่งปลั่งสว่างไสวขึ้น
เนื่องจากสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง เมืองไถ่ตง มณฑลไต้หวัน ในชมภูทวีป
ได้รับเทวโองการจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ให้ท่องนรกแต่งหนังสือ
เพื่อปลอบเตือนชาวโลกขจัดปัดเป่ากลิ่นไอแห่งความสกปรกโสมม
ท่านอาจารย์พระอรหันต์จี้กง ซึ่งมีวิสัยตลกคนองยังความหรรษาชื่นชมแก่ผู้พบเห็น
ท่านเลยถือโอกาสนี้ (วิสัยนี้) ทำการช่วยเหลือชาวโลก คำพูดของท่านแต่ละคำแต่ละประโยค
จึงคล้ายกับโอสถขนานวิเศษ สามารถที่จะทำให้คนตายแล้วฟื้นคืนชีพขึ้น
ดังนั้นท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ จึงได้สั่งให้ทำการนำเที่ยวทั้งนี้ไม่เฉพาะที่จะทำให้สามารถล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ในยมโลก
และยังจะทำให้ความจริงแห่งศาสนามีชีวิตชีวาขึ้นด้วย อันจะนับได้ว่าเป็นผู้นำเที่ยวที่ล้ำเลิศสุดวิเศษผู้หนึ่ง
ส่วานท่านหยางเซิงซึ่งเป็นนักทรงเอกแห่งสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
ซึ่งมีจิตใจอันผ่องแผ้ว ได้ติดตามท่านจี้กงท่องมาทั่วทั้ง
10 ขุมนรก ได้สร้างกรรมดีที่ปลอบเตือนชาวโลกอย่างใหญ่ยิ่ง
วันนี้ หนังสือเล่มนี้ได้แต่งสำเร็จเรียบร้อยลง จึงได้จัดเลี้ยงฉลองเป็นกรณีพิเศษ
เพื่อแสดงความชื่นชมยินดี และอันดับต่อมาก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า
แม้ว่าโลกนี้จะกว้างใหญ่ไพศาลเพียงใด แต่ในแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์แล้ว
ทุกๆ ศาสนาต่างไม่มีการกีดกันซึ่งกันและกัน ดังนี้ได้เห็นอยู่ในขณะนี้
แต่ละศาสนิกชนล้วนได้นั่งลงเป็นที่ระเบียบเรียบร้อยมีความสนิทสนมกลมกลืนกัน
แสดงออกซึ่งภาพพจน์ที่ปราศจากการเห็นแก่หมู่พวก ข้าพเจาจึงหวังในความเข้าใจในหลักธรรมความจริงของมวลมนุษย์
จงฝึกฝนจิตใจบำเพ็ญธรรม ปฏิบัติแนวทางตามศีลธรรมของท่าน ขงจื้อเม่งจื่อ
มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นการทอดทิ้งความถูกต้อง ทำนองคลองธรรมอันดีงาม
และจะเกิดนิสัยป่าเถื่อนขึ้น ไม่เป็นการดีแก่โลกอารยธรรมเลย
ธรรมที่ยิ่งใหญ่เมื่อแพร่ออกสู่โลกแล้ว โลกทั้งโลกจะผสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
โดยปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง จากความมั่งคั่งอันน้อยๆ ขยับขยายเป็นความมั่งคั่งอันเป็นปึกแผ่นไปทั่วทั้งโลกา
สิ่งนี้แหละคือความสุขของชาวโลกละ เมื่อได้กล่าวถึงตอนนี้
งานเลี้ยงฉลองสมโภชได้เริ่มขึ้น
..
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิงอย่าได้เกรงใจ
อาหารเหล่านี้คือน้ำอมฤตและผลไม้ทิพย์ของพระจอมมารดา รับประทานแล้วสามารถช่วยให้มีอายุวัฒนยืนนาน
หยางเซิง : ขอบคุณท่านอาจารย์
กระผมจะไม่เกรงใจอีกแล้ว ถือโอกาสรับประทานสัก 2-3 ผลเลย
จอมศาสดา : ขอน้อมต้อนรับท่านศาสดาจารย์
ลูซุ่งเอี้ยง ที่ได้อุตส่าห์มาร่วมในงานนี้ด้วย
ศาสดาจารย์ลู
: ท่านจอมศาสดาจงอย่าได้แสดงการคารวะมากนักเลย ข้าพเจ้ารับคำบัญชาจากท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่ให้นำเอา
"หนังสือชมเชย" มามอบให้นายหยางเซิง เพื่อเป็ฯรางวัลแก่สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งที่ได้ทการแต่งหนังสือในครั้งนี้
หยางเซิง : ขอกราบขอบคุณท่านพระมหากรุณาธิคุณด้วยเกล้าฯ
จอมศาสดา : ขอเชิญท่านศาสดาจารย์
ลูซุ่งเอี้ยง รับประทานอาหารด้วยขอรับ
ศาสดาจารย์ลู : ขอบใจละ...
จอมศาสดา : เนื่องจากเวลาดึกมากแล้ว
ขอได้รับความอภัยในสิ่งขาดตกบกพร่องต่อท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย
ท่านอาจารย์จี้กงและท่านหยางเซิง ที่ได้มาร่วมงานนี้ในวันนี้
ข้าพเจ้ามีความปลื้มปิติเป็นที่ยิ่ง สำนักทรงทำการบรรยายพระศาสนา
ประกาศธรรมตามแต่โอกาสอำนวยให้ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามความคิดเห็นของสวรรค์ท่าน
และปฏิบัติต่อมวลมนุษย์ หนังสือ "เที่ยวเมืองนรก"
เล่มนี้ได้เขียนแต่งสำเร็จลงล้วนได้อาศัยความศักดิ์สิทธิ์
"พู่กันด้ามท้อลิว" อันที่ได้สืบต่อมาจากปราชญ์ผู้เปรื่องปราดในโบราณกาล
ชาวโลกจึงควรตระหนักให้ถ่องแท้ในความเมตตาของสวรรค์ท่าน จงประพฤติปฏิบัติตามกฎสวรรค์และจิตใจที่ทรงธรรมเมื่อตายลงงแล้วจึงจะมิต้องถูกทำโทษจากนรก
10 ขุม คำว่า "ตี่ฉั้งพ้อสัก" (พระอรหันต์กษิติครรภ์)
เป็นการยกย่องในศักดิ์สูงแห่งศาสนาพุทธ แต่ทางศาสนาเต๋าจะใช้คำว่า
"ฮงโตวไต่ตี่" (มหากษัตริย์แห่งยมโลก) ดังนั้นนรกจึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า
"ฮงโตวตี่เง็ก" อันนี้ชาวโลกส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะเข้าใจถึง
วันนี้จึงถือโอกาสในวาระที่เที่ยวเมืองนรกได้บรรลุสำเร็จลงนี้
ผนวกไว้ในท้ายหนังสือเพื่อที่จะให้ชาวโลกรับรู้ไว้ด้วย
อรหันต์จี้กง : ดอกบัวช่อนี้กำลังโบยบินอยู่บนอากาศในขณะนี้
ซึ่งเป็นการสำเร็จแห่งมรรคผลจากศิษย์ทั้งหลายของสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
ข้าฯ ไม่มีของขวัญอะไรจะมอบให้ จึงมอบดอกบัวช่อนี้ให้แก่เจ้าอันเป็นของที่ระลึกในการท่องนรกแต่งหนังสือของเราอาจารย์ในระยะเวลา
2 ปีที่ผ่านมา หวังว่าเจ้าจงถนอมรักษาไว้เป็นอย่างดี
หยางเซิง : ขอบคุณท่านอาจารย์
ที่ประทานช่อบัวให้เป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกกระดากใจด้วย กระผมจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านอาจารย์
และหวังว่าต่อไปนี้ท่านอาจารย์จะให้การชี้แจงแนะนำตามโอกาสอำนวยให้ด้วยนะครับ
อรหันต์จี้กง : พระพุทธท่านได้อยู่ใกล้ตัวของเจ้าเพียงแต่เจ้าจะยึดมั่นในพระธรรมก็จะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้
จอมศาสดา : น้ำอมฤตขวดนี้ขอให้ท่านหยางเซิงช่วยนำกลับไปที่สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้ง
เพื่อให้ศิษย์ทั้งหลายได้ดื่มกันโดยทั่วถึง พวกเขาก็ลำบากมามากเช่นเดียวกัน
บรรดาผู้ที่ได้พิมพ์แจก หรือช่วยประกาศบรรยาย "เที่ยวเมืองนรก"
เป็นการปลอบเตือนชาวโลกนั้น จะมีเจ้าผู้ตรวจตราทั้งกลางวันและกลางคืนได้ทำการตรวจสอบรายงานให้ทราบ
และยมโลกก็ได้จดบันทึกไว้ด้วย สิ่งที่ต้องการที่ตนได้บนไว้
จะต้องได้รับผลสำเร็จตามความปรารถนาทุกอย่าง จึงหวังว่าชาวโลกจงจัดพิมพ์เผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งๆ
ขึ้น ผลบุญในการปลอบเตือนจิตใจมวลมนุษย์นั้นจะหาที่สุดมิได้เลย
ในวาระสุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ผลบุญของศิษย์ทั้งหลายในสำนักจงสำเร็จลงด้วยความสมบูรณ์
สำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งจงเจริญรุ่งเรืองตลอดกาลนานเทอญ
อรหันต์จี้กง : เจ้าหยางเซิง
เราเตรียมตัวกลับกันเถิด
หยางเซิง : ขอน้อมกราบขอบพระคุณท่านเง็กเสียงอ๊วงตี่
ท่านจิมศาสดา ท่านอาจารย์ และท่านผู้ทรงธรรมอาวุโสทั้งหลาย
ที่ได้ให้การชี้แจงแนะนำ จะไม่ขอลืมจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ขอกราบลาละครับ
จอมศาสดา : ขอเชิญท่านได้โปรดยืนขึ้น
เพื่อนมัสการส่งท่านอาจารย์ ท่านหยางเซิงกลับสำนัก
อรหันต์จี้กง : น้ำอมฤตนั้นระวังถือให้ดี
อันนี้คือผลที่ได้รับในระยะ 2 ปีนี้แหละ
หยางเซิง : กระผมจะไม่ทำให้หล่อนหายหรอกครับ
ได้กุมผลแห่งความสำเร็จนี้ไว้อย่างหนาแน่นแล้ว บัตรชมเชยก็อยู่ในกระเป๋ากระผมได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
เชิญท่านอาจารย์ออกเดินทางกลับสำนักได้แล้วครับ
อรหันต์จี้กง : ตรากตรำวุ่นวายเพื่อใครกันหนอ
"เขตแดนระหว่างมนุษย์และยมโลก" ประตูผีย่ำผ่านตลอดชั่วแดนนรกยมโลกตลอดระยะ
2 ปี ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจอย่างไม่อั้น ก็เพื่อจะให้มวลมนุษย์ละความชั่วสร้างความดี
บัดนี้ได้สมตามความปรารถนาดีแล้ว ที่เหลืออยู่นั้นเพียงแต่จะเฝ้ามองมวลมนุษย์จะหวนกลับเข้าหาฝั่ง
เมื่อแต่งเรื่อง "เที่ยวเมืองนรก" เสร็จสิ้นลงแล้ว
ตัวก็สบายท่านจะบำเพ็ญหรือไม่อาตมาไม่เกี่ยว จะตกนรก จะขึ้นสวรรค์
ล้วนขึ้นอยู่กับตัวของท่านเอง สั่งเสียแล้วก็สั่งเสียอีก หวังว่ามวลมนุษย์จะเหมือนดอกบัวที่เติบโตจากตมเลนที่ไม่มีรอยเปื้อนจากตมเลนนั้นเลย
ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเวิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม