|
นอกเหนือจากความเห็นแก่ตัวในเรื่องปากท้องของตนทั้งกินดื่มเสพ อันเป็นเหตุให้คนเราต้อง เข่นฆ่า ทำลายชีวิตผู้อื่น สาเหตุใหญ่ของการทำลายซึ่งกันและกันอีกประการหนึ่ง ก็คือ ความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาท จองเวรต่อกัน
คนที่มีอารมณ์โกรธเครียดแค้น มักจะก้าวร้าวชอบดุด่าและทำร้ายผู้อื่น นานวันเข้าก็กลายเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตหยาบกระด้าง ใจหิน ใจทมิฬ ใจด้านชา จนกระทั่งแม้ความตายของผู้อื่นก็เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่น่าใส่ใจ ในที่สุดก็จะกลายเป็นพวกยักษ์มารอสูรที่มีรูปร่างภายนอกเป็นคน ซึ่งสามารถเข่นฆ่าทำลายล้างได้แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเกล้า พี่น้องตลอดจนห้ำหั่นวงศาคณาญาติและฆ่าลูกเต้าในไส้ของตน ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้
เพราะฉะนั้นผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม จะต้องตัดเอาอารมณ์โกรธเกลียดอาฆาตพยาบาท ออกไปให้หมดสิ้น อย่าให้หลงเหลือ ไม่เพียงแต่เราต้องรักทะนุถนอมชีวิตของตนเองเท่านั้น แต่เรายังจะต้องรักและทะนุถนอมชีวิตของผู้อื่นด้วย มิเช่นนั้นแล้วก็จะได้รับวิบากกรรม ต้องไปเกิดเป็นสัตว์เลื้อยคลาน งู และสัตว์ประเภทดุร้ายทั้งหลาย
การที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติให้พุทธบริษัทถือศีล ข้อปาณาติบาตก็เพื่อให้หยุดการจองเวร โดยยุติการเข่าฆ่าเอาชีวิตผู้อื่น ทั้งนี้เนื่องด้วยสาเหตุที่ว่า หากบุคคลใด มีอารมณ์เครียดแค้นพยาบาทในชาตินี้ มันจะฝังแน่นอยู่ในกมลสันดานจนติดตามไปถึงภพหน้าชาติหน้า ฉะนั้นถ้าหากชาตินี้เราเข่นฆ่า กินเลือดเนื้อเขา
แน่นอน... ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติสืบต่อไปภายหน้า ก็จะถูกเจ้ากรรมนายเวรในอดีต ติดตามรังควานทวงหนี้ชีวิตทุกชาติๆไป เช่นนี้แล้วบุคคลผู้นั้นจะสามารถปฏิบัติธรรมให้บรรลุถึงความหลุดพ้นไปได้อย่างไร ??
|