|
ในระยะนี้ พระราชารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
เพราะผมบนศีรษะเริ่มร่อยหรอไปทีละน้อยๆ แม้หมอหลวงจะทรงถวายการรักษาอย่างไร
ก็ยังไม่อาจช่วยทำให้ศีรษะที่ใกล้ล้าน มีผมดกหนาดังเดิมได้
"เราเป็นถึงกษัตริย์ ปกป้องคุ้มครองคนทั่วทั้งแผ่นดินได้
แต่เส้นผมบนศีรษะของตัวเองแท้ๆ กลับยังรักษาไว้ไม่อยู่ รู้ไปถึงไหนก็อายเขาไปถึงนั่น!"
พระราชาทรงปรับทุกข์กับพระราชินี
"ทุกครั้งที่เห็นเหล่าขุนนางที่มีอายุมากกว่า แต่กลับมีผมดกดำหนายิ้มให้กับเรา
ก็มักรู้สึกว่าตัวเรากำลังถูกพวกมันหัวเราะเยาะอยู่ คิดแล้วก็แค้นใจจนอยากจับพวกมันไปประหารเสียให้หมด!"
เมื่อคำพูดถูกแพร่ออกไป ขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนักไม่มีใครกล้ายิ้มอีกเลย
จะมีก็แต่เพียงบางคนที่ไม่กลัวตายเท่านั้น ที่ยังกล้ายิ้มต่อหน้าพระพักตร์
เพราะมีศีรษะล้านกว่าพระราชา
พระราชินีก็พลันบังเกิดความคิดแยบคายขึ้นมา จึงได้ทรงรับสั่งกับพระราชาว่า
"ทำไมพระองค์ไม่ทรงเลื่อนตำแหน่งสูงๆ ให้แก่ขุนนางที่มีศีรษะล้านเหล่านั้นล่ะเพคะ?"
พระราชาได้ทรงปฏิบัติตาม และตั้งแต่นั้นมา พระราชาก็ทรงมีแต่ความสุขตลอด
ไม่มีความกลัดกลุ้มอีกเลย เพราะในราชสำนักมีแต่คนอยากหัวล้าน
"หัวลานมีอะไรไม่ดีเล่า? ดูสิ! คนหัวล้านมีแต่โชคดีได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง
บางคนอยากหัวล้านแต่ยังทำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ!" พระราชาคิด
ความสุขของมนุษย์ มักตั้งอยู่บนความคล้ายคลึงกัน
เช่น เรามาจากครอบครัวเดียวกัน
มีสัญชาติเดียวกัน
เป็นคนประเภทเดียวกัน
หรือแม้กระทั่ง...ประสบชะตากรรมเดียวกัน
|