ลูกศิษย์ในสำนักสอนยิงธนูแห่งหนึ่ง
ได้ไปพบอาจารย์ของตนแล้วกล่าวว่า
"อาจารย์ครับ ผมได้ฝึกปรือฝีมือยิงธนูของผม จนมีความชำนาญมากกว่านักยิงธนูในอดีตแล้ว
และต่อให้มีนักยิงธนูรุ่นใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา ก้คงจะสู้ผมไม่ได้อย่างแน่นอน
?"
"เจ้ายิงได้แม่นหรือเปล่าล่ะ ?" อาจารย์ถาม
"แม่นสิ่ครับ อย่างนกที่บินอยู่บนฟ้า หากท่านเรียกให้ผมยิงตาซ้าย
ก็ไม่มีทางที่ผมจะยิงถูกตาขวาของมันอย่างแน่นอน
ขณะนั้นเอง มีนกตัวหนึ่งกลังบินผ่านมาตรงหน้า
"ไหนลองยิงตาซ้ายของมันซิ !" อาจารย์ตะโกนสั่ง
.ลูกศิษย์ง้างธนูเตรียมยิงทันที แต่แล้วก็กลับวางธนูลง
"ยิงไม่ได้หรอกครับ เราะว่ามันบินจากซ้ายไปขวา ตาซ้ายของมันจึงมิได้หันมาทางผม
แล้วจะให้ผมยิงได้อย่างไง?"
"กลังแขนของเจ้าล่ะมีมากมั้ย? " ผู้เป็นอาจารย์ถามต่อ
"มากสิครับ ขนาดคันธนูที่มีกำลังถึง 7 สือ (สือ เป้นหน่วยวัดแรงดันของธนูในอดีตของจีน)
ผมยังสามารถที่จะดึงมันจนสุดได้เป็นเวลาหลายๆ ชั่วยามโดยไม่ปล่อยเลย"
"โอ...วิเศษจริงๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าลองยิงธนูออกไปดูซิ
เอาให้ไกลเท่าไหร่ได้ยิ่งดี"
ลูกศิษย์จึงได้ยิงธนูออกไปตามที่อาจารย์สั่ง
ในขณะเดียวกัน ผู้เป็นอาจารย์ก็ได้หยิบคันธนูขนาด 6 สือของตนขึ้นมา
แล้วยิงลูกธนูออกไปหนึ่งดอก แต่ลูกธนูของผู้เป็นอาจารย์ กลับพุ่งไปได้ไกลกว่าของลูกศิษย์มากมายทีเดียว
ลูกศิษย์ถึงกับงงมาก อาจารย์จึงได้บอกกับลูกศิษย์ว่า
"คันธนูที่ดีนั้น จะต้องรักษาความคงตัวของเส้นเอ็นไว้อยู่เสมอ
เราะความคงตัวของเส้นเอ็นเป็นส่วนที่ทำให้แรงดีดมีมากขึ้น
หากคันธนูต้องถูกง้างอยู่ตลอดเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นเสียไป
จนไม่อาจที่จะมีแรงดีดลูกธนูออกไปให้ไกลได้"
คนที่ยโสโอหังหยิ่งทะนงในความสามารถ
ไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนเพื่อใฝ่ศึกษาหาความก้าวหน้านั้น
ต่อให้มีความรู้มากเพียงใด ก็ไม่อาจแตกฉาน
และได้รับประโยชน์สูงสุดจากความรู้นั้นได้