เ ก ร็ ด ธ ร ร ม ะ
ธรรมะเก็บตก
ตอนที่ 13....ลืมว่าเขาเป็นใคร

ทหารของฝ่ายข้าศึกนายหนึ่ง ได้บุกเข้าไปในบ้านพักของพลเรือนแถบชานเมือง หลังจากที่ได้รอนแรมมาหลายวัน แล้วใช้ปืนจ่อไปที่หน้าอกของชายเจ้าของบ้าน พร้อมกับสั่งภรรยาของเขาที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกลัว ให้นำเอาอาหารที่มีอยู่ทั้งหมดออกมา จากนั้นก็ได้ยึดเอาห้องนอนที่มีอยู่เพียงห้องเดียวของพวกเขาไป
ตกดึก ทหารข้าศึกคนนั้นก็ได้ม่อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง สะท้อนให้เห็นภาพเด็กหนุ่มที่มีในหน้าอิดโรยอย่างที่สุด
ภรรยาเจ้าของบ้านที่นั่งขดตัวอยู่มุมห้อง พลันคิดถึงลูกชายของตนที่จากบ้านไป ความรักความเห็นใจของหัวอกแม่ก็บังเกิดขึ้นในใจทันที
"เฮ้อ! ช่างน่าสงสารจริงๆ ยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่ก็ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอน มาเป้นเครื่องมือแสวงอำนาจของผู้ใหญ่ นี่ถ้าหากตอนนี้ยังอยู่ที่บ้าน เกรงว่ายังคงต้องให้พ่อแม่คอยเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่เสียด้วยซ้ำ ดูซิ! อากาศก็ออกหนาว เสื้อคลุมตกพื้นแล้วยังไม่รู้ตัวเลย"
ว่าแล้วก็จึงดันตัวขึ้นอย่างช้าๆ และค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ เพราะเกรงว่าเสียงฝีเท้าของตน อาจทำให้เด็กหนุ่มตกใจตื่นจากความ
ฝัน
"คงกำลังฝันถึงแม่ผู้เป็นที่รักอยู่กระมัง!"
เจ้าของบ้านหญิงก้มตัวลงหยิบเสื้อคลุมขึ้นมา แล้วบรรจง ห่มให้เด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา
ทันใดนั้นเอง ทหารข้าศึกคนนั้นก็ได้ลืมตาขึ้น เขาแผดเสียงตวาดร้องเหมือนสัตว์ป่าคำราม ร่างกายสั่นสะท้านเพราะตกใจอย่างสุดขีด มีดพกปลายแหลมถูกเสียบเข้าไปกลางอกของภรรยาเจ้าของบ้านจนมิดด้าม เลือดอุ่มๆ ไหลทะลักออกมาในขณะที่เขาผละตัวออกจากเก้าอี้
เสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด ชายเจ้าของบ้านถลาเข้าไป เพื่อหวังจะช่วยเหลือภรรยาล้มฟุปลงจมกองเลือดทันที
"นังหญิงชั่วนี่บังอาจคิดลอบกัดข้า" ทหารหนุ่มบ่นพึมพำ ขระดึงมีดออกจากร่างไร้วิญญาณของภรรยาเจ้าของบ้าน
"โอ...แม่ครับ! ดีที่ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเสียก่อน และโชคดีที่มีแม่คอยปกป้องผมอยุ่ในความฝัน มิฉะนั้นแล้วผมคงไม่มีโอกาสได้กลับไปพบหน้าแม่อีกเป็นแน่!
นักฝึกสัตว์ในคณะละครสัตว์แห่งหนึ่ง มีความเชี่ยวชาญในด้านฝึกสิงโตมากจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
เขาไม่เพียงแต่สามารถฝึกให้เจ้าป่ากระโดดลอดห่วงไป หรือปีนบันไดมีดได้อย่างว่านอนสอนง่าย ยังมีความสามารถพิเศษที่คนอื่นไม่กล้าเลียนแบบ นั่นก็คือการง้างปากของสิงโตขึ้น แล้วเอาหัวของตัวเองสอดเข้าไปข้างใน
เขาได้แสดงโชว์พิเศษนี้นับเป็ฯพันครั้ง ภายใต้เสียงกรีดร้องด้วยความหวดเสียวของผู้ชม และสำหรับเขาแล้ว เจ้าสิงโต เพื่อนยากที่ร่วมแสดงด้วยกันมาหลายปี ก็เป็นเหมือนแมวเชื่องตัวหนึ่งเท่านั้น
ทว่าสุดท้าย เขาก็ยังตายด้วยคมเขี้ยวในปากของเจ้าสิงโตตัวนั้น ไม่มีแม้โอกาสที่ร้องขอความช่วยเหลือ
ที่เป็นเช่นนี้เพราะก่อนขึ้นแสดง เขาได้ทำมีดบาดถูกคางในขณะโกนหนวด
สิงโรตัวนั้นได้กลิ่นคาวเลือด.........
เด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งขับรถไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีกฎระเบียบสำหรับผู้มาเที่ยวชมว่า : ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม "ห้าม" ลงจากรถหรือเปิดกระจกรถเป็นอันขาด !
พวกเขาขับรถผ่านเข้าเขตสัตว์ป่าอันตรายด้วยความระมัดระวัง ผ่านฝูงสิงโตที่กำลังนอนเล่นกลางวันอยู่บนโขดหินผ่านฝูงเสือโคร่งที่กำลังแช่น้ำด้วยความสบายใจอยู่ในสระ จนมาถึงเขตของลิงบาบูน
เมื่อเห็นรถแล่นเข้ามา กลุ่มลิงบาบูนก็เริ่มกรูกันเข้ามาเดินวนเวียนอยู่รอบรถ เหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังตามตื้อจีบเด็กสาว บางตัวถึงกับอุตริปีนขึ้นไปนั่งบนหลังคารถ ทำทีเป็นขุนนาง นั่งเกี้ยว ดูช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ
เด็กคนหนึ่งทดลองไขกระจกลงเล็กน้อยแล้วทิ้งอาหารออกไป ฝูงลิงถลาเข้ามาใกล้ทันที เห็นลิงเหล่านั้นแย่งอาหารกันด้วยความชุลมุนวุ่นวาย เด็กวัยรุ่นในรถต่างก็หัวเราะชอบใจกันยกใหญ่
กระจกถูกไขลงมากขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น
ทันใดนั้น มือดำทมิฬข้างหนึ่งได้ยื่นเข้ามาในรถแล้วคว้าผมของเด็กสาวคนหนึ่งไว้ ภายใต้เสียงกรีดร้องที่บอกถึงความเจ็บปวดทรมารอย่างแสนสาหัส ศีรษะของเธอถูกกระชากออกไปพาดกับขอบกระจก กรงเล็บอันแหลมคมอีกมากมายรุมกันเข้ามา

หน้าต่างถูกฉาบจนแดงฉานไปทั่ว
หน้าของเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายถูกพวกลิงบาบูนที่ดุร้าย

สิงโตก็คือสิงโต
มันอาจเหมือนแมว
แต่มันก็ไม่ใช่แมว
และไม่มีวันที่จะเป็นแมวได้

ลิงบาบูนก็คือลิงบาบูน
มันอาจเหมือนคน
แต่มันก็ไม่ใช่คน
และไม่มีวันที่จะเป็นคนได้

ศัตรูก็คือศัตรู
ศัตรูอาจดูเหมือนญาติพี่น้องของเรา
และเราก็อาจจะสามารถเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรได้
แต่ในระหว่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงศัตรูอยู่นั้น
อย่าได้ลืมเป็นอันขาดว่า
เขายังเป็นศัตรูเขาเราอยู่!