เกร็ดธรรมะ
สัจธรรมนำสู่มาตุภูมิ
ตอนที่ 4.2 ......รับธรรมแล้วจะบำเพ็ญธรรมอย่างไร
วิธีการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมตั้งแต่ครั้งจำเนียรกาลมา ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจำต้องละทิ้งครอบครัว จาริกไปตามป่าเขา ทว่าในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคสามปลายกัป วิถีธรรมแท้ได้ลงโปรดสู่โลกเพื่อฉุดช่วย "คนเดิม" ทั้งสามภูมิอย่างกว้างขวางพร้อมทั้งได้มีพระบัญชา ให้พระวิสุทธิอาจารย์อวตารภาคมาเพื่อ "ถ่ายทอดหลักธรรมญาณแท้" อีกทั้งมีพระโองการฟ้าให้พุทธอริยเจ้าทุกพระองค์ได้ลงสู่บูรพาแดน (โลกมนุษย์) เพื่อรับหน้าที่ประกาศกล่อมเกลาแทนฟ้า เปิดเผยพระสัทธรรมแห่งหลักธรรมญาณแท้ ชี้แนะวิธีการบำเพ็ญทั้งชีวิตและจิตญาณโดยเริ่มจากหลักธรรมญาณ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องพลัดพรากจากภรรยาและบุตร ไม่ต้องละทิ้งครอบครัวเพื่อบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ไม่ต้องจาริกตามป่าเขาลำเนาไพรไม่ต้องตัดขาดจากสังคมภายนอก สามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรมได้ทั้งสามี-ภรรยา และบุตร-ธิดา ทำให้บิดาไม่ขาดความเมตตาบุตรธิดาไม่สิ้นความกตัญญู สามีภรรยาไม่ขาดมโนธรรมซึ่งกัน พี่น้องไม่ขาดภราดรธรรม ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ชาวนา หรือพ่อค้าแม่ขายตลอดทุกชนชั้นล้วนสามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรมได้อย่างถ้วนหน้า นอกจากนี้ ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมในวิถีอนุตตรธรรมยังสามารถเพียรบำเพ็ญปฏิบัติในขณะที่ยังมีหน้าที่การงานทางโลกที่เรียกว่า "กึ่งงานทางธรรมและกึ่งงานทางโลก" ด้านหนึ่งบำเพ็ญธรรม อีกด้านหนึ่งดำเนินงานทางโลก ไม่ว่าจะเป็นทุกระดับชนชั้นใดก็ตาม ล้วนไม่เป็นอุปสรรคต่อหน้าที่การงาน ความง่ายและความสะดวกในการบำเพ็ญปฏิบัติเช่นนี้ล้วนเป็นเพราะความเอื้ออาทรของพระแม่องค์ธรรมที่มีต่อพุทธบุตร พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น จึงทำให้ทุกคนมีโอกาสได้บำเพ็ญธรรม ไม่ว่าจะเป็นสตรี หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่รู้หนังสือ ล้วนสามารถอยู่เหนือการเกิดตาย พ้นจากการเวียนว่าย ขึ้นสู่ฝั่งนิรวาณ โอกาสทองที่ยากพบพานอย่างนี้ ขอเพียงผู้มีบุญสัมพันธ์ที่ได้รับวิถีธรรม รีบเร่งบำเพ็ญเพียร สำรวมตนส่งเสริมผู้อื่น... การส่งเสริมตน คือการบำเพ็ญตน ตนเองรู้สำนึกขอขมา แก้ไขทุกกิริยาวาจาให้สอดคล้องตามครรลองคลองธรรม การส่งเสริมผู้อื่น คือการฉุดช่วยคน ตนเองได้รับธรรมแล้วควรประกาศเผยแผ่ธรรมให้ญาติมิตรพี่น้องได้เข้าใจในสัจธรรม ให้ทุกคนได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ผิด ร่วมสถิตในอนุตตรภูมิ คัมภีร์ทางสายกลางได้กล่าวว่า : "ประสาธรรมญาณคือธรรมะ" (หมายถึงการบำเพ็ญตน) "บำเพ็ญธรรมคือศาสนา" (หมายถึงการฉุดช่วยคน) ฉะนั้น การประกาศธรรมกล่อมเกลาแทนฟ้า และการฉุดช่วยคนเป็นการสร้างบุญบารมีภายนอก ส่วนการละชั่วใฝ่ดีเป็นการสร้างกุศลจิตภายใน ปัจจุบันเป็นยุคสามปลายกัป กาลเวลาฟ้าคับขัน จึงต้องเน้นการปลูกสร้างบุญบารมีภายนอกมากกว่ากุศลจิตภายใน หากบุญบารมีภายนอกสมบูรณ์ กุศลจิตภายในก็จะพูนพร้อมเอง ด้วยเหตุนี้ การบำเพ็ญธรรมจึงเริ่มจากการสร้างบุญบารมีภายนอกก่อน อย่างไรก็ตามหากกายไม่บำเพ็ญก็ไม่สามารถสร้างครอบครัวบำเพ็ญได้ และถ้าหากไม่สามารถส่งเสริมครอบครัวตนให้บำเพ็ญ ก็ยากที่จะส่งเสริมครอบครัวอื่นให้บำเพ็ญได้เช่นกัน เพราะส่งเสริมตนแล้วจึงสามารถส่งเสริมผู้อื่น ส่งเสริมตนแล้วจึงสามารถกล่อมเกลาผู้อื่น จึงเห็นได้ว่าการบำเพ็ญธรรมนั้นจะขาดการบำเพ็ญกุศลจิตภายในก็ไม่ได้เช่นกัน กล่าวโดยสรุป การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมต้องไม่แยกว่าภายในหรือภายนอก การเคลื่อนไหวกับการสงบนิ่งต้องผสมผสานเป็นหนึ่ง ไม่มีทั้งภายในและภายนอก ความรู้กับการปฏิบัติต้องรวมเป็นหนึ่ง ก็จะดลใจได้รับผลอย่างสม่ำเสมอเช่นนี้ที่เรียกว่า "เอกพุทธมรรค" และยังเป็นการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริงย็ญทั้งช็