|
มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน อันผสมผสานด้วยทั้งภาวะบริสุทธิ์และภาวะขุ่นมัว มีทั้งความดีและความชั่ว ทั้งสุภาพชนและคนถ่อย จึงทำให้วิถีชีวิตต้องแยกออกเป็น 2 ทาง คือทางอริยะ และทางโลกียะ
หนทางแห่งโลกียะ คือการที่ทุกขณะจิตคิดแต่เรื่องปากท้อง แสวงหาแต่ความสุขทางด้านวัตถุ คิดเพียงเพื่อลูกเมียจมปลักอยู่ในสุรา นารี พาชี กีฬาบัตร หลงระเริงอยู่กับลาภ สักการะและความใคร่ วันๆ เอาแต่หาเงินหาทอง คืนๆ ได้แต่เสพกามารมณ์ มิหนำซ้ำยังใช้กลอุบายเล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อ อาศัยวิธีการที่ต่ำช้าและสกปรกโสมมเพื่อทำลายล้างผู้อื่นก่อให้เกิดเรื่องครหานินทาพากลัดกลุ้มใจ ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็ประดังเข้ามาอีก อีกทั้งยังไม่แยแสต่อครรลองคลองธรรม ผิดต่อมโนสำนึก ทำตามอำเภอใจ ก่อบาปสร้างเวร ผูกเวรผูกกรรม ตอนมีชีวิตอยู่ยังไม่รู้จักสำนึกผิด ตายไปก็ยังไม่รู้สึกอะไร หลงผิดคิดว่าตัวเองจะมีอายุยืนยาวตลอดไป ในที่สุดเมื่ออนิจจังมาเยือนจึงจำเป็นต้องจากทรัพย์สมบัติ อำลาลูกเมีย เพื่อไปพบยมบาลด้วยมือเปล่าทั้งสอง จากนั้นพยายมก็จะพิจารณาบาปบุญคุณโทษตามระเบียบ ยังผลให้ต้องโทษทัณฑ์ทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส อีกทั้งยังถูกกำหนดให้ต้องเวียนว่ายในภูมิวิถี 6 นานนับกัปกัลป์ ไม่อาจได้กายเนื้อ ทั้งนี้และทั้งนั้น ล้วนเป็นผลพวงที่ทุกข์ทรมานอันเนื่องมาจากการกระทำด้านโลกียกิจ และดำเนินตามหนทางแห่งโลกียะนั่นเอง !
ส่วนหนทางแห่งอริยะ คือการปล่อยวางทางโลก จริงจังในการสร้างเสริมคุณธรรม คลายโซ่พันธนาการแห่งความรัก โลภ โกรธ หลงอยู่เหนือลาภยศสักการะ พ้นจากสุรา นารี พาชี กีฬาบัตร ปลอดจากการครหานินทา เข้าสู่ประตูธรรม ยึดในความดี มีจิตสำนึกในวิบากกรรม ถือศีลกินเจ ขจัดอกุศลกรรมบท 10 อีกทั้งมิจฉาภาวะทั้ง 8 สำรวมตนในตรัยสรณะคมและศีลห้าเข้าถึงเจตากุศลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์พุทธอริยเจ้า เจริญรอยตามปฏิปทาของปราชญ์เมธี สำรวมจิตศรัทธามั่นคง บำเพ็ญธรรมกำหนดคุณธรรม สละทรัพย์สละแรง สร้างบุญสร้างกุศล บำเพ็ญปฏิบัติจนมรรคพร้อมผลพูน หากทำได้เช่นนี้เชื่อว่าต้องมีพระโองการฟ้าทรงโปรดให้บรรลุอนุตตรภูมิ ไม่สำเร็จเป็นพระพุทธะก็สำเร็จเป็นเทพเซียน สถิต ณ สุขาวดีแดนสรวง ทั้งนี้และทั้งนั้นเป็นผลบุญกุศลของการกระทำในอริยกิจ และดำเนินตามหนทางแห่งอริยะนั่นเอง !
ฉะนั้น หากขึ้นชื่อว่า สุภาพชนหรือสัตบุรุษก็ควรพัฒนาและยกระดับตนให้พ้นโลกีย์วิสัยเพื่อเข้าสู่อริยภาวะย็ญทั้งช็
|