เกร็ดธรรมะ
สัจธรรมนำสู่มาตุภูมิ
ตอนที่ 5.4 ......บำเพ็ญธรรมต้อง เสมอต้นเสมอปลาย
ที่ว่าการบำเพ็ญ คือการบำเพ็ญธรรม ส่วนธรรมะ คือหนทาง ฉะนั้นการบำเพ็ญธรรมจึงหมายถึงการปลูกสร้างหนทางที่จะกลับคืนสู่อนุตตรภูมิแดนนิพพานซึ่งเป็นบ้านเดิมของเราทุกคน หนทางอยู่ที่ไหน ? หนทางอยู่ใจกลางของเราทุกคน คัมภีร์ทางสายกลางกล่าวว่า : "ชีวิตที่ฟ้าประทาน เรียกว่าธรรมญาณ บำเพ็ญตามประสาธรรมญาณ เรียกว่าธรรมะ" ญาณทวาร จึงเป็นที่สถิตของธรรมญาณนั่นเอง ! ธรรมญาณ คืออนุตตรสัจธรรมที่ฟ้าประทานให้ เมื่อสัจธรรมสถิตกับฟ้าเรียกว่า หลักธรรมแห่งฟ้า ถ้าสัจธรรมสถิตในมนุษย์ เราเรียกว่า หลักธรรมญาณ ฉะนั้น หลักธรรมญาณจึงเป็นรากแห่งฟ้า ที่เข้าสถิตทางญาณทวารที่ส่านี้ ด้วยเหตุนี้ ท่านเหลาจื่อจึงได้กำหนดคำว่า "ธรรมะ" เข้ามาทางนี้ กลับคืนก็ต้องออกทางนี้ หากเป็นเช่นนี้แล้วทำไมยังต้องมีการบำเพ็ญธรรมอีกละ ! นั่นก็เพราะว่า ตั้งแต่มนุษย์เกิดกายลงมายังโลกมนุษย์ได้ถูกโลกีย์วิสัยครอบงำ ถูกพันธนาการด้วยธาตุทั้งห้า ก่อเกิดอารมณ์เยื่อใยผูกพัน อีกทั้งราคะตัณหาทำให้เลอะเลือนลุ่มหลง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ยึดสิ่งจอมปลอมว่าเป็นจริง ลืมแม้มาตุภูมิเดิมของตนอาลัยอาวรณ์อยู่กับมายาภาพ ทุกวันคืนได้แต่หลงระเริงอยู่ในสุรา นารี พาชี กีฬาบัตร จมปลักอยู่กับลาภยศชื่อเสียง ทำให้ต้องสูญเสียโฉมมเดิมแท้ไปเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะรู้ทางกลับคืนไปได้อย่างไร ? กษัตริย์ซุ่นจื่อได้กล่าวว่า : "เมื่อเกิดมาก็เลอะเลือน เมื่อจากไปก็หลงทาง เท่ากับเกิดมาไม่ได้อะไรในโลกนี้....." ท่านปราชญ์เมิ่งจือก็ได้กล่าวทำนองเดียวกันว่า : "ทางเเคบระหว่างเขาหากใช้สัญจรไปมาบ่อย ๆ ก็ กลายเป็นถนนหนทางได้ หากนานวันไม่ได้ใช้ก็จะเกิดหญ้ารกชิดกั้นทาง" นับตั้งเเต่มนุษย์เกิดกายมา น้อยคนที่รู้จักกลับคืนไปเเล้วจะมีใครที่รู้จักเดินทางนี้อีก ทางเมื่อไม่ได้ใช้มัน นานไปก็มีบ่อมีหลุม หญ้ารกขวากหนามก็เกิดขึ้น ทำให้ทางที่เชื่อมระหว่างอริยกับโลกียะก็ถูกตัดขาดในที่สุด นี่เป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมจึงต้องบำเพ็ญธรรม อย่างไรก็ตาม ในการบำเพ็ญธรรมต้องเสมอต้นเสมอปลาย และการที่จะบำเพ็ญให้เสมอต้นเสมอปลายได้ก็ต้องอาศัยความศรัทธามั่นคงต่อธรรมะ มีความแน่วแน่นการบำเพ็ญธรรม หากไม่สามารถเข้าใจวิถีธรรมได้อย่างถ่องแท้ ความศรัทธาก็จะไม่มั่นคง ส่งผลให้ขาดความแน่วแน่ กลับไปกลับมา จิตใจหวั่นไหวง่าย มักถูกคนอื่นล่อหลอก ซ้ำยังใช้อารมณ์เป็นหลักทำให้ง่ายแก่การถูกทดสอบถอยออกจากอาณาจักรธรรมไป เนื่องจากไม่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงไม่สามารถยืนหยัดจนถึงที่สุดทำให้ต้องเลิกรากลางคัน เพราะฉะนั้น จะต้องรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมะ อีกทั้งยังต้องบำเพ็ญจริงตามหลักสัจธรรม จึงจะสามารถบำเพ็ญให้คงเส้นคงวาเสมอต้นเสมอปลายให้ถึงที่สุด คัมภีร์มหาบุรุษกล่าวไว้ว่า " "...วิถีสู่มหาบุรุษเริ่มต้นที่การฟื้นฟูธรรมญาณ..." หากเราต้องการได้รับการฟื้นฟูธรรมญาณ ก่อนอื่นก็ต้อง "เข้าถึงธาตุแท้ของวัตถุ" จากนั้นจึงสามารถ"รู้แจ้งแทงตลอด" .... จึงกล่าวว่า : "เมื่อเข้าถึงธาตุแท้ของวัตถุ จึงรู้แจ้งแทงตลอด เมื่อรู้แจ้งแทงตลอด จึงบังเกิดจิตศรัทธา เมื่อบังเกิดจิตศรัทธา จึงพาให้จิตสำรวม เมื่อจิตสำรวม กายจึงบำเพ็ญ..." ที่กล่าวมานี้เป็นขั้นตอนการบำเพ็ญธรรม นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวต่อไปอีกว่า : "สรรพสิ่งมีที่มาและที่ไป ทุกๆ เรื่องราวก็มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด หากเข้าใจในลำดับของต้นสายปลายเหตุ ก็ไม่ห่างจากธรรมะเท่าไร" ผู้บำเพ็ญธรรมต้องมีจิตใจที่มั่นคง เพราะความมั่นคงจะเป็นแรงผลักดันช่วยให้ผู้บำเพ็ญมีความเสมอต้นเสมอปลายทั้งนี้เพื่อชีวิตที่สมบูรณ์แบบ หากผู้บำเพ็ญ "มีแต่ต้นแต่ขาดปลาย" ก็ไม่อาจพบกับความสำเร็จได้ ตรงกันข้าม หากผู้บำเพ็ญ "เสาะหาแต่ปลายแต่ลืมต้น" ก็จะทำให้ขาดความต่อเนื่องได้เช่นกัน ดังนั้น เมื่อมีต้นก็ย่อมมีปลาย เช่นมีต้นไม้ก็ย่อมมีรากไม้ มีลำธารก็ย่อมมีต้นน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น ยิ่งกว่านั้น หากรากยิ่งหยั่งลึกต้นไม้ก็ยิ่งมั่นคง ไม้ผลที่ตกลงมาก็จะยิ่งสมบูรณ์ผู้บำเพ็ญที่มีความมั่นคง ต่อให้มีปณิธานความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่ มีความแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า เมื่อพบพานกับวิกฤตการณ์ก็ทำให้ต้องแปรเปลี่ยนทิศทางความมุ่งมั่น จากความแข็งแกร่งเป็นอ่อนปวกเปียก จากความบริสุทธิ์เป็นความมัวหมอง จากบุญคุณกลายเป็นโทษ จากปัญญามาเป็นความลุ่มหลง พบอุปสรรคก็ย่อท้อ เห็นความสบายก็เก็บอุดมการณ์เข้ากระเป๋า รักของใหม่ชังของเก่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัว และในที่สุดอาจทำให้ต้องเลิกรากลางคัน เพราเหตุที่ได้ตัดขาดตัวเองไปจากรากเหง้าอุดตันตัวเองจากต้นกำเนิด ช่างเวทนาจริงหนอ ! ปัจจุบัน เหล่าพญาอสูรได้มาเกิดในโลก พร้อมทั้งภูติผีปีศาจที่เหี้ยมโหดชั่วร้าย ทำลายซึ่งแบบแผนประเพณีอันดีงามของสังคม ขาดจริยาไร้คุณธรรม หันหลังให้ธรรมะ จิตใจไม่ประเสริฐงดงามเหมือนครั้งบรรพกาล เสพสุขมั่วสุมตามอารมณ์รักง่ายหน่ายเร็ว ฯลฯ มิหนำซ้ำยังไม่รู้ถึงสัจธรรมที่ดำรงอยู่ไม่รู้ในกาลเวลาแห่งฟ้า ไม่เกรงกลัวต่ออาณัติสวรรค์ ลบหลู่อริยเจ้า ดูแคลนพระสูตรพระคัมภีร์ ไม่เหลือแม้แต่เงาของคุณธรรมความดีงามให้เห็นสักนิด.... บรรยากาศแห่งความชั่วร้ายที่ได้กล่าวมานี้ได้พวยพุ่งสู่เบื้องบน สร้างความพิโรธแก่แม่ฟ้าปางก่อนที่ไม่อาจทนให้ถลำลึกได้อีกต่อไป จึงได้ประทานวิถีธรรมลงมาเพื่อกอบกู้สาธุชนคนบุญทั้งหลาย หากใครก็ตามที่มีจิตสำนึกขอขมากลับเนื้อกลับตัว ก็จะได้รับการนิรโทษกรรม และการคุ้มครองให้แคล้วคลาดต่อมหันตภัยร้าย หากมิฉะนั้นถ้าฟ้าเบื้องบนทรงพิโรธประทานภัยร้ายทั้งสาม และความวิบัติทั้งแปดลงมา กวาดล้างคนชั่ว หรือที่เรียกว่า "ยุคสามมหันตภัย" แล้วละก็ ทุกสิ่งทุกอย่างในสากลจักรวาลต้องถูกทำลายเรียบในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นหมื่นศาสตร์พันลัทธิที่ผุดขึ้น รวมทั้งศาสนานอกรีตอีกมากมายที่ล่อหลอกผู้คน เนื่องจากเป็นช่วงที่ธรรมะแท้ได้อำพรางสิ่งจอมปลอมต่างๆ นานาจึงปรากฏขึ้นเมื่อเป็นเช่นนี้ หากผู้บำเพ็ญขาดความมั่นคง ในการบำเพ็ญไร้สติปัญญาในการแยกแยะ และไม่มีความเชื่อมั่นในวิถีธรรมแล้ว ก็จะถูกมารพาไปได้ง่าย ทั้งนี้และทั้งนั้นมีสาเหตุมาจากจิตใจที่ไม่มั่นคง ไม่แน่วแน่ เพ้อฝันอยู่ตลอดเวลา มีต้นแต่ไร้ปลายทำให้ไม่มีเรื่องใดที่ทำได้ดีและสำเร็จ จนสุดท้ายเมื่อสูญเสียกายเนื้อไปก็ไม่สามารถกลับมามีกายสังขารได้อีกตลอดชั่วนิรันดร์ย็ญทั้งช็