เคล็ดลับของความสำเร็จ อยู่ที่มุมมองและวิธีการบางครั้งอีกมุมมองหนึ่ง อาจเปลี่ยนแปลงคนได้ทั้งชีวิต แม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์
ทัศนะมุมมองของคนในสมัยก่อน สร้างคนในยุค ปัจจุบัน และทัศนะมุมมองของคนปัจจุบัน จะแปรเปลี่ยนคนใน อนาคต
1. ใช้จิตใจที่ไม่หวังผลมาสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า
ความเป็นจริงของคนในยุคปีจจุบัน งานที่ไม่มีค่าตอบแทนมักไม่ทำ ผลปรากฎว่ายิ่งทำยิ่งทุกข์ ยิ่งทำยิ่งเหนื่อย เพราะหวังที่จะได้ค่าตอบแทนสูง ทำให้ผิดหวังทวีคูณ มักมี ชีวิตอยู่ในท่ามกลางความวิตก เป็นทุกข์กังวลว่าทำแล้วจะ เหนื่อยเปล่า ไม่ได้ค่าจ้าง ทุกอย่างถือเป็นอารมณ์
จอมปราชญ์ขงจื้อกล่าวไว้ว่า ทำเพื่อผลประโยชน์จะ ทะเลาะกัน กัลยาณชนพูดถึงแต่คุณธรรม คนถ่อยพูดถึงแต่ ผลประโยชน์ ขอเพียงแต่ถูกหลักธรรม เกิดประโยชน์แก่ ส่วนรวม ต้องช่วยกันทำ มาสำแดงออกถึงธรรมญาณที่เบื้องบน ประทานให้เรา ใช้จิตใจเพื่อส่วนรวม ให้ความรักกับเวไนย อย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อผลประโยชน์อันดีงามกับเวไนย
เหมือนเช่นพระพุทธะพระโพธิสัตว์ ที่ให้ความรักกับ เวไนยโดยปราศจากเงื่อนไข มิได้เห็นแก่ว่าเธอนำสิ่งของมากมายมาบูชากราบไหว้ แล้วพระองค์จึงจะคุ้มครองรักษาเธอ พระองค์ท่านมิได้มองแต่ผลประโยชน์
ในทางกลับกันคนในโลกมนุษย์ ที่แสดงออกถึงการให้ ความรักแต่กลับมีข้อแม้มากมาย แม้แต่การแต่งงาน ถึงกับมีการ เซ็นสัญญาคำนึงถึงความผาสุกของชีวิตด้วย สัญญาจะต้องพูด ชัดเจนจนเข้าใจกันก่อน ต้องตกลงกันว่าใครจะเป็นคนซัก เสื้อผ้า เป็นคนทำอาหาร ใครจะไปเทขยะ ใครจะทำหน้าที่ปัด กวาด ฯลฯ
มีข้อตกลงกันต่างๆ มากมาย มักจะเกิดความวิตกกังวล ว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำตามสัญญา เกิดความหวาดกลัว กังวล วิตก มี ปากเสียงทะเลาะกัน ปัญหาคู่สมรสจะตามมา โอกาสที่จะหย่า ร้างกันมีมาก
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นงานอริยะหรืองานทางโลก จะต้องมี จิตใจยินดีที่จะทำ ยินยอมที่จะรับ หากเป็นเช่นนี้ ผลที่ได้รับ อาจทำให้เธอตกใจก็ได้ ว่าทำไมจึงได้รับผลมากมายเช่นนี้ เพราะว่าเป็นวิถีธรรมชาติที่เบื้องบนประทานมาให้
เพราะว่าเธอได้ทุ่มเทให้ เบื้องบนจะตอบแทนให้เอง ผลกลับจะได้กับตัวเธอเอง หากเธอเต็มใจให้อย่างไม,มีเงื่อนไข ใดๆ มักจะไม่กังวลผลได้หรือผลเสีย มิได้มุ่งหวังเลยมิได้คิดว่า เป็นภาระ ทุกวันมีชีวิตอย่างมีความสุข มิได้คำนึงว่าจะหาเงินได้ หรือไม่ได้ แต่กลับทำให้จิตญาณมีความเป็นสุข
ในทางกลับกัน หากทำงานพูดถึงค่าจ้างก่อน ไม่ว่าทำ แล้วจะได้กำไรหรือไม่ ก่อนอื่นจะไต้ลิ้มรสความยู่งยากรำคาญ ใจก่อน หากได้รับค่าจ้างแต่สูญเสียความสุขก็ไมมความหมาย
2. เปีนตัวของตัวเอง
2.1. เบื้องบนสร้างเราขึ้นมา
ให้สิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่กับเราที่จะเลือกทางเดินของ ชีวิต เบื้องบนเพียงแต่ติดตามคอยลูอยู่ห่างๆ และประทาน หลักธรรมให้
หากแต่สิ่งที่แต่ละคนเลือกเดิน ตัวเองต้องรับผิดชอบ ตัวเองต้องแบกรับเอง ดังที่กล่าวมาจึงขอถือโอกาสเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครอง อย่าไปบังคับลูกจนเกินไป อย่าไปเคี่ยวเข็ญเด็กว่า จะต้องเดินตามแบบอย่างของพ่อแม่ อย่าเป็นห่วงเป็นใยพิทักษ์ เด็กมากจนเกินไป
ขอให้เพียงบอกเด็กให้รู้ว่า หากปฏิบัติตามหลักธรรม ฟ้าจะรุ่งเรือง หากฝ่าฝืนหลักธรรมฟ้าจะม้วยมอด ทำอะไรไว้ ตนเองจะได้รับผลสิ่งที่ทำ นั่นคือหลักธรรมจริง เด็กๆ จะมีสติปีญญาของตัวเองในการที่จะเติบโตได้ ธรรมชาติในโลกนี้ ไม่มีต้นไม้สองด้นที่เหมือนกัน แต่ทุกต้น ต่างก็บุ่งเจริญงอกงาม ชูยอดขึ้นสู่ฟ้า
2.2 เสือกทิศทางชวิตของตนเอง ร่องรอยประว้ติศาสตร์ อารมณ์และจิตใจ การยอมรับ ฯลฯ
จะสรรสร้างชีวิตตนเองอย่างไร ตัวเองจะต้องตระหนัก จะ เปิดหน้าประวัติศไสตร์ของตัวเองอย่างไร ตัวเองจะต้องวางแผน อย่า ให้ภาวะแวดลัอมหรือคนอื่นชักจูง อริยะเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่ง ปุถุชนถูกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น
นัดหมายกันแล้วว่า จะเข้าประชุมชั้นฟ้นฟูจิตเดิมแท้ เมื่อไหร่ หรือเข้าชั้นศึกษาธรรม ช่วยงานธรรม ร่วมกิจกรรม ต่างๆ หากเข้าร่วมได้ต้องรีบฉวยโอกาสทันที อย่าได้พูดว่า ดูก่อน ไม่รู้จะมีเวลาว่างไหม มีอารมณ์ดีพอที่จะเข้าร่วมไหม ไม่รู้ว่าอากาศตอนนั้นดีหรือไม่ดี
นอกจากนั้นต้องมีอารมณ์จิตใจที่พร้อม อย่าให้สิ่ง ภายนอกมาเป็นชุปสรรค ปกติตัวเองเป็นคนร่าเริงดี ไปซื้อของ ปรากฎว่าทอนเงินขาด 50 บาท อย่าให้สิ่งเล็กน้อยนี้ทำให้ อารมณ์เสีย เพราะว่าความสุขของเราจะมีค่าเพียง 50 บาท เท่านั้นหรือ อย่าไปใส่ใจเรื่องเล็กน้อยมาเป็นอารมณ์
หากทุกคนแสวงหาความเป็นธรรมกันหมด ตลอดเวลา จะขาดความสุข แต่ต้องขอจากตัวเราว่าให้ทำดีที่สุดก็พอแล้ว
ดังนั้น หากเราไต้ตัดสินใจแล้ว อย่าให้คนอื่นมา ทดสอบ มาใช้คำพูดเสียดแทงใจโจมตีขัดขวาง อย่างเช่นพระ โพธิสัตว์กวนอิม มีจิตใจแน่วแน่ที่จะบำเพ็ญธรรม ไม่ว่าพระ บิดาจะขัดขวางอย่างไร พระองค์ท่านยังมุ่งหน้าไม,หยุดไม่ เปลี่ยน พระศากยมุนีพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ พระศาสดาทั้งห้า ของศาสนาต่างๆก็เช่นกัน
2.3 จัดการเรื่องราวว่องไวปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
ไม่ว่าจะเป็นงานทางธรรมหรืองานทางโลก บางครั้ง อาจเจอความยากลำบาก มีคนขัดขวาง ถึงตอนนั้นจะต้องหา วิธีแก้ไข หาวิธีการใหม่ๆ มาแก้ปัญหา พยายามติดตามข่าวสาร ความรู้ใหม่ๆ ทำจิตใจให้สงบ เปิดจิตให้สือกับเบื้องบน อาจ เกิดปีญญาที่ไต้คำตอบ ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่ายิ่งฟิงยิ่งมี ความรู้สึกชัดแจ้ง ถูกหลักธรรม หรือว่ายิ่งงมงายสับสน ถ้าหาก ชัดเจนนั่นคือถูกต้องแล้ว
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ เจริญก้าวหน้า อย่าเป็นคนหัวโบราณยึดติดไม,ยอมเปลี่ยนแปลง ขอให้แต่หลักการที่สำคัญ คือการปฏิบัติงานธรรมไม่เปลี่ยน ชั้นส์นฟูจิตเดิมแท้ไม่เปลี่ยน แต่วิธีการส่งเสริมปรับเปลี่ยนได้ อย่างการบรรยายธรรม จะใช้คอมพิวเตอร์สนับสนุนได้ ยิ่งเพิ่ม ความน่าสนใจ จะมีประสิทธิภาพที่ดี หรือจะใช้วิธีที่คน บรรยายกับคนหัเงสนทนาธรรมกันได้ แบ่งกลุ่มย่อย เพื่อ นักเรียนในชั้นจะได้มีส่วนร่วม เพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น หรือ อาจใช้วิธีต่างช่วยซึ่งกันและกัน
2.4 ความนึกคิดที่ดี
ความคิดที่มีพลังสร้างสรรค์และไม่ต้องใช้เงินทอง ไม่ ต้องกลัวว่าไต้คิดเรื่องดีๆ ไว้มากมายและยังต้องสิ้นเปลืองเงิน มากด้วย ดังนั้นจะมีสตางค์หรือไม่มีสตางค์ก็มีความคิดได้ ทั้งนั้น และอีกอย่างจะต้องคูว่าเราคิดอะไร คิดไปในทิศทางใด หากคิดในทางลบ คิดว่าการนำพาคนรับธรรมะนั้นยากจริงๆ การส่งเสริมยิ่งยากกว่าอีก ยิ่งคิดยิ่งหมดแรง ไม่อยากจะขยับ เลย สิ้นเปลืองพลังไปมาก ความคิดที่ทำให้หมดกำลังใจ ไม่ ก้าวหน้าและจะกลายเป็นความจริง คือ ยิ่งทำยิ่งยากขึ้น
หากคิดในด้านดี ออกไปนำพาคนรับธรรมะ จะนำพา ได้หรือไม่ได้ จะสำเร็จหรือไม่ เราก็ไม่สูญเสียอะไร นี่คือ ภาระหน้าที่ของเราที่จะต้องทำ
ไม่ว่าเขาจะเกิดจิตศรัทธาหรือไม่ จะรับการส่งเสริม หรือไม่ เรายังต้องเดินหน้าทำต่อ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด จะมีพลังส่งให้เราเดินหน้าโดยธรรมชาติ ผลชุดท้ายยิ่งทำยิ่ง เกิดผลดี
งานทางโลกก็เช่นกัน หากเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเรา เป็นคนไม่มีสตางค์ ว่าเราเองขาดอย่างโน้นขาดอย่างนี้ อะไรก็ ไม่มี หน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ยอมขยับ มีแต่อารมณ์โกรธ แก้วจะ สั่งสมสิ่งที่ดีๆ ได้อย่างไร
หากเราตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าเรามีความชุขอยู่กับ การรู้จักพอ มีความชุขกับการให้ทาน ถึงแม้สตางค์จะขาดมือก็ ยังมีความดีอกดีใจอยู่ นี่แหละคือก้าวแรกที่เราได้ก้าวออกเพื่อ สรรสร้างงานธรรม
หากพยายามหมั่นคิดบ่อยๆ ในแง,ดีๆ แบบนี้ 21 ครั้งขึ้น ไป จะเปลี่ยนเป็นความเคยชิน จะเก็พัเงอยู่ในจิตสำนึกโดย อัตโนมัติ ทำให้จิตสำนึกมีความสำนึกในความดีงามที่เก็บไว้ หากวันใดพบกับความยากลำบาก ความสำนึกที่ดีงามที่เก็บไว้ จะถูกนำออกมาแก้ไขความยากลำบาก ดังนั้น เราจึงต้องหมั่นแกฝนความคิดที่ดีๆไว้ เพื่อ ขัดขวางการที่จะทำให้เราคิดไปในทางลบ
2.5 หากเป็นธรรมะจริงให้เดินหน้า จะต้องมั่นคงจนถึงที่สุด
การเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง มีความสำคัญมาก หากเลือก ผิดจะใช้ความพยายามบากบั่นเพียงไรก็ไร้ผล เทียบกับการฝน อิฐ จะพยายามบากบั่นแค่ไหนอิฐก็ไม่กลายเป็นกระจกเงาได้ นำทรายไปหุงต้ม นานเท่าไรก็ไม่มีทางกลายเป็นข้าวได้
วันนี้เราได้เลือกหลักธรรมจริง จะต้องมุ่งจิตหนึ่งใจ เดียว อย่าออกไปแสวงหาวิธีการต่างๆ จากที่อื่นอีก ไม่ว่าจะพบ อุปสรรคขัดขวาง พยายามผ่านพ้นการทดสอบต่างๆ เอาชนะให้ ได้ มีความอดทนจนถึงที่สุด ศึกษาตามปฏิปทาพระโพธิสัตว์ กวนอิม และพระศากยมุนีพุทธเจ้าเป็นเยี่ยงอย่าง
งานทางโลกก็เช่นกัน เลือกสัมมาอาชีพ และจะต้อง รับผิดชอบยืนหยัดจนถึงที่สุด อดทน ค่อยๆ สั่งสมผลสำเร็จ หากเปลี่ยนงานบ่อย ก็เหมือนคนที่ทำงานจับจด ผลสุดท้ายเริ่ม จากศูนย์ใหม่ทุกครั้ง มีคำกล่าวว่า หินที่กลิ้งอยู่ตลอดเวลาจะไม่ เกิดตะไคร่น้ำ
พระพุทธจี้กงกล่าวไว้ว่า ตั้งใจจริงจะประสบผลสำเร็จ ดังนั้นมีความมุ่งมั่นหนึ่งเดียวไม่เปลี่ยน นั่นสำคัญที่สุด
2.6 อยู่ในท่ามกลางที่มีความสุข
2.6.1 การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระหว่างการทำงาน หรือการดำรงชีวิตประจำวัน ย่อมอยู่อย่างมีความสุขสนุกสนาน นั่นคือสีสันของชีวิต หากไม่บำเพ็ญก็อยู่อย่างทุกข์ไม่มีความสุข ชีวิตก็มีสุขปนทุกข์
การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ ที่มีบรรยากาศปรองดอง กันสำคัญมาก หากมีความสมานฉันท์ช่วยเหลือกัน สรรสร้าง สวรรค์บนดิน ทุกคนคงสบายใจไม่เครียด หากไม,ปรองดอง กัน ทำให้หมดเปลืองพลังความตั้งใจไปมาก ทุกคนจะเหนื่อย และเจ็บปวด
ไม่มีใครที่ทำงานไม่เป็น คนยิ่งมากงานยิ่งเดิน แต่คน มากจะต้องร่วมมือกันจึงจะทำงานได้ดี ทุกคนอยู่ร่วมกันแบบมี ธรรมะ พุทธะก็สำเร็จไปจากคน คนจึงต้องร่วมกันเป็นกลุ่มจึง จะรวมพลังกันไต้ หากแต่มีคนมากไม่ร่วมมือกัน ขัคกันไป ขัดกันมากลับก่อให้เกิดปีญหา ทำให้ลดพลังที่จะทำงานลง ผล ที่ไต้จะถูกลดทอนลง
2.6.2 หากเจอเรื่องที่ทำให้ไม่เบิกบานหรือเจอเรื่อง ยากลำบาก วิธีแก้ไขที่ดีคือการยอมรับสภาพ แต่ปีญหาที่ไม่ สามารถแก้ไขไต้ เพราะเรามักจะคิดว่า ขาดความเป็นธรรมจึง ไม่ยอมรับ
หากทุกคนแสวงหาแต่ความยุติธรรมจากมุมมองของ ตัวเองจึงทำให้ทุกข์ ทุกคนมักจะมองจากมุมมองของตนเอง จึง ทำให้มองเห็นความยุติธรรมยาก หากเชื่อว่าไม่ยุติธรรม จิตจะ ไม่สงบไม่มีความสุข
แท้จริงจะยุติธรรมหรือไม่ ปล่อยให้เบื้องบนตัดสิน เป็นเรื่องของเบื้องบน ตังนั้นจงยินดีรับ จงเชื่อมั่นความยุติธรรม จากเบื้องบนจึงทำให้จิตสงบไต้ จึงเกิดสุขไต้
2.6.3 บำเพ็ญอย่างมีความสุขอย่างสบายใจ อย่าใส่ หน้ากากเข้าหากัน ใจคิดกับการแสดงออกการกระทำต้องเป็น หนึ่งเดียว หากแตกต่างกันมากทำให้ไม่มีความสุข จะต้อง จริงใจซื่อตรง บำเพ็ญจริงไต้รับผลจริง หากแนใจบำเพ็ญ ธรรมะ เพียงเพื่อที่จะขึ้นสู่เบื้องบนเพราะไม่มีทางเลือกอื่น
งานในอาณาจักรธรรมก็ทำตามปกติ แต่ว่าทำด้วยความ ทุกข์ลำบาก การบำเพ็ญเช่นนี้จะหาความสุขไม่ได้ จึงต้อง ปล่อยวาง ความคิดแบบนี้คือต้องมีความสบายใจ
2.7 ภายในภายนอกต้องกลมกลืนกัน
เรื่องราวจากภายนอกเราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลง แต่ เรื่องภายในของเราเองเราแก้ไขได้ ความสุขไม่ใช่ว่าจะเกิดจาก ข้างนอกมากหรือน้อย แต่จะต้องมีความร้สืกภาคภูมิใจกับ วาสนาที่เรามีอยู่แล้ว
หากเรามิได้สัมผัสกับความสุขจากภายในของเรา สิ่งที่ มีมาจากภายนอกจะมากอย่างไรก็ไร้ผล ภายในของเรามีขุมทรัพย์อยู่ ขุดถึงอะไรก็ได้อย่างนั้น
ย้อนกลับเข้ามาภายในของเรา ย้อนกลับไปในทิศทางที่ เหมือนกับของทุกคน ข้างในของทุกคนมีสิ่งที่ลำค่า เหมือนกับ เป็นโลกที่สันติภาพเหมือนกัน เป็นความเสกของทั้งครอบครัว ออกไปหาจากข้างนอก เป็นการออกไปในหนทางผิด แผกกัน อย่างเช่นรูปลักษณ์ไม่มีใครที่เกิดมาความเคยชํนความเป็นอยู่ก็ต่างกัน อย่าตั้งความหวังว่ายาสืหัเน เวลาบีบจะต้องออกจากทางเดียวกันทุกยี่ห้อ ต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ก็จะไม่มีเหมือนกันดั่งพิมพ์เดียวกันทุกต้น ออกไปหา จากข้างนอกจะต้องมี!]ญหามาก อยู่ร่วมกันลำบาก แต่หาจาก ภายในจะเหมือนกัน
สมมุติจิตญาณของแต่ละคน ต่างก็ขึ้นสู่เบื้องบน เพราะว่ามาจากที่เดียวกัน มีจิตเมตตากันทุกคน หากทุกคนมีจิต เมตตาเหมือนกันจะไม่มีกิเลส ไม่เหมือนกันจึงเกิดกิเลส แม้คน ในโลกแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน แม้มือเท้าจะไม่เหมือนกัน มือก็ไม่รังแกเท้า มือเท้าต่างร่วมมือช่วยเหลือกัน และกันอย่างแข็งขัน
ดังนั้นเราทุกคนต่างมีจิตเมตตาเหมือนกัน จะไม่มีคน แสดงความรังเกียจกัน แนวความคิดอันนี้จะรักษาคนที่ไม่มี ความปรองดองกันไต้ ครอบครัวที่แตกแยก สังคมที่สับสน วุ่นวาย แม้กระทั่งทำให้โลกเกิดสันติสุขกันไต้
2.8 ยังมีชีวิตอยู่
เรายังมักจะคิดกันว่ายังมีเวลาอีกยาวนาน จึงทำให้ขาด โอกาสไปมาก พระพุทธจี้กงกล่าวไว้ว่า ศัตรูอันยิ่งใหญ่ของคน มิ!ใช่ความตาย แต่เป็นการปล่อยกาลเวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ หากตายแล้วก็หมดโอกาส การปล่อยกาลเวลาผ่าน ไปโดยไร้ประโยชน์ คือการลังเลสองจิตสองใจ ไม่ตัดสินใจ ได้ แต่ผัดวันประกันพรุ่งและรอ
เราไม่สามารถควบคุมให้ชีวิตเรายืนนานได้ ไม่รู้ว่า ความตายจะมาถึงวันไหน ได้แต่ปล่อยกาลเวลาผ่านไปโดยไร้ ประโยชน์ ความสว่างไสวของชีวิต อาจจะขาดโอกาสที่จะได้ สำแดงออก
สุภาษิตกล่าวไว้ว่า คนเป็นไมมวันพรุ่งนี้ คนตายไม่มีวันนี้
ยึดเอาแต่ละวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต หากเป็นได้ เช่นนี้จะสำแดงพลังแฝงที่มีอยู่ออกมาได้ ดังนั้นการเกี่ยวข้อง ของเราจะดีขึ้น
เพราะว่า คนใกล้หมดลมหายใจ วาจาที่กล่าวออกมาจะ เป็นวาจาที่ดีงาม การงานทุกอย่างจะประสบผลสำเร็จ
สรุป
พระอาจารย์จึ๋กงกล่าวไว้ว่า เข้าประดูพุทธะไม่จน ออก จากประดูพุทธะไม่รวย ขอเพียงแต่เราทุกคนยังบังเกิดจิตที่จะ บำเพ็ญธรรมะ ปฏิบัติงานธรรม ตามแนวความคิดและวิธีการ ดังกล่าว
ไม่ว่างานอริยะหรือว่างานทางโลก จะปรองดอง สมานฉันท์กันอย่างมีความสุข ทำให้ค่อยๆ เดินบนเสันทางที่ เป็นงานอริยะและงานทางโลกอย่างสมความปรารถนา
**************************************
กลับไปข้างบนโปรดคลิก