คัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะ
"พกพาพระคัมภีร์ ขอหลีกลี้หมู่มารภัย สวดท่องคล้องจิตใจ มิให้เหลิงระเริงหลง สวดท่องต้องประจง อานิสงส์'จึงเกิดมี แผ่ให้ใด้ทุกที่ สวัสดีศรีสุขกัน"
คำปรารภ
น้อมกราบพระมหากรุณาธิคุณพระอนุตตร ธรรมเจ้า โปรดเกล้าฯ ประทานวิถีธรรม
พระบรรพจารย์ทุกพระองค์ทรงปรกโปรด
ท่านเหล่าเฉียนเหยิน ท่านเฉียนเหยินอุ้มชู หนุนนำ รักษา
อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมและอาวุโสส่งเสริม ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสค่อย ๆ เจริญธรรมขึ้นในอาณาจักร อนุตตรธรรมเช่นเดียวกับญาติธรรมทั้งหลาย
สิ่งเสริมสร้างให้เกิดการเจริญธรรมสำคัญยิงอีก ประการหนึ่ง ซึ่งขาดเสียมิได้คือ พระคัมภีf พระโอวาท ที่พระพุทธะ พระโพธิสัตว์และสิ่งคักดิ้สิทธิ้ได้โปรด ประทานอบรมกล่อมเกลาหรือแสดงปริศนาธรรมไว้ให้ ซึ่งผู้ใคร่จะปฏิบัติบำเพ็ญให้ตรงต่อสัจธรรมพึงศึกษา เรียนรู้ให้เข้าใจ
คัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะจากภาคภาษาจีน ฉบับนี้ก็เช่นกันที่นักธรรมผู้ใหญ่หลายท่านพยายามจะ เจาะลึกให้เข้าถึงปริศนาธรรมในแต่ละคำแต่ละตัวอักษร เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเจริญธรรมแก่ตนเองและแก่ ญาติธรรมทั่วไป
หลายปีที่ผ่านมาได้มีบทอรรถาธิบายจากท่าน ผู้รู้พิมพ์ออกเผยแพร่หลายเล่ม คำอรรถาธิบายมีทั่ง ใกล้เคียงกันและห่างกันจนมีบางท่านถึงกับปฏิเสธ หนังสือเหล่านั้นโดยมีความเห็นว่า
"พระคัมภีร์เป็นพุทธวจนะ ใครก็ไม่อาจเข้าถึง ปริศนาธรรมอันลึกซึ้งนั้นได้ จะต้องคอยจนกว่า พระพุทธะ พระโพธิสัตว์ โปรดประทับทิพย์ญาณ มาอรรถาธิบายเอง"
ข้าพเจ้าเองก็เป็นผู้หนึ่งที่รอคอยเรื่อยมาจน กระทั่งทนรบเร้าจากญาติธรรมมากมายไม่ไหวที่ต้องการ ให้ข้าพเจ้าถ่ายทอดความหมายในคัมภีร์สัจจคาถา เมตเตยยะออกมาเป็นภาษาไทยท้ายที่สุดประจวบกับ เป็นวาระสำคัญที่ญาติธรรมทั่งหมดจะร่วมกันสวดท่อง พระคัมภีร์ฉบับนี้ เพื่อแสดงกตัญ๓ตาธรรมต่อท่าน "หันเหล่า-เฉยนเหยิน" ชึงเพิงบรรลุธรรมกสับคืน1โป ข้าพเจ้าจึงจำใจต้องรวบรวมบทอรรถาธิบายในภาค ภาษาจีนจากหนังสือที่มีอยู่แปลเป็นไทยให้ญาติธรรม ไทยทำความเข้าใจ สักเล็กน้อยพอเป็นพื้นฐาน ซึ่งการนี้ ย่อมมีข้อบกพร่องไปจากแก่นแท้อย่างแน่นอนข้าพเจ้า จึงขอน้อมเคืยรอภิวาทพระองค์ผู้โปรดประสาทคัมภีร์ สัจจคาถาเมตเตยยะฉบับนี้ ขอได้โปรดประทานอภัย ในความไม่เหมาะสมหรือผิดเพี้ยนด้วยประการทั้งปวง อีกทั้งขอพระองค์ได้โปรดประทานปัญญาแก่ข้าพเจ้า ให้ได้เกิดความเข้าใจอ้นถ่องแท้ต่อปริศนาธรรมใน คัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะนี้ เพื่อจะได้แสดงความ อ้นถูกต้องชัดเจนกว่านี้ให้แก่ญาติธรรมทั้งหลายได้ ใน โอกาสต่อไป
ศุภนิมิต
" คัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะนื้เปัน พระคัมภีร์คาถาคักดิ๋สิทธิ้ยิ่ง ก่อนจะอัญเชิญ สวดท่องจะต้องรักษากาย ใจ ปากให้สะอาด เว้นจากการบริโภคชีวิตเลือดเนื้อเขา (อย่างน้อย มื้อก่อนหน้าที่จะอัญเชิญลวดท่อง)
พุทธานุภาพจากการสวดท่องเป็นไป ตามความมุ่งมั่นศรัทธา และความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งผู้อัญเชิญสวดท่องจะสัมผัสรับรู้ได้เอง"
ฝอชัว : พระพุทธองค์โปรดแสดงธรรม หมีเล่อ : พระเมตเตยยะ จิ๋วขู่ : เปลื้องทุกข์ จิง : คัมภีร์
ฝอซัวหมีเล่อจิ๋วขู่จิง พระพุทธองค์ได้โปรดแสดงธรรม ว่าด้วยคัมภีร์ สัจจคาถาเมตเตยยะอันสามารถเปลื้องทุกข์ได้กล่าวคือ:
หมีเล่อเซี่ยซื่อ: พระเมตเตยยะอุบติมายังโลกมนุษย์ ปู้เฟยชิง : มิใช่เรื่องเล็กน้อยธรรมดา
หมีเล่อเซี่ยซื่อปู้เฟยชิง อันว่าพระเมตเตยยะ โปรดแบ่งพระภาคอุบัติ มาในกาลครั้งนี้เพื่อเจริญปณิธานโปรดสามโลกในชั้น เทพเทวา มนุษย์และผี เพื่อการแปรเปลี่ยนโลกจุ่นวาย ให้เป็นเอกภาพ สมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกัน การอุบัติ มาของพระองคํในครั้งนี้จึงมิใช่เรื่อง เล็กน้อยธรรมดา
หลิ่งเป่า : สนองรับรัตนะพระโองการฯ ฉีหลู่ : เมืองฉีหลู่มณฑลชันตง ประเทศจีน หลิงชันตี้ : ดินแดนแห่งภูเขาคักดิ้สิทธิ์
หลิ่งเป่าฉีหลู่หลิงชันตี้ พระองค์สนองรับพระโองการลํ้าค่าหาใดเสมอ เหมือน ดุจดั่งรัตนะวิเศษสุดจาก
อนุตตรพระแม่ องค์ธรรมฯ พระเมตตยะแบ่งพระภาคอุบ้ติมา ณ เมืองฉีหลู่ มณฑลชันตง ดินแดนวิเศษแห่งภูเขาคักดึ๋สิทธิ์ (ดินแดนวิเศษแห่งภูเขาคักดิ้สิทธิ'นอกจากจะ หมายถึงสถานที่แล้วยังหมายถึงจุดสถิตพุทธจิตธรรม- ญาณของร่างกายสังขาร)
เหนี่ยนฮวา : ใช้นิ้วจับดอกไม้ อิ้นเจึ่ง : เป็นเครื่องหมายให้ประจักษ์ เข่าชันเฉิง : ยืนยันให้รู้ชัดถึงสามระดับยาน
เหนี่ยนฮวาอิ้นเจิ่งเข่าชันเฉิง เป็นเรื่องเดียวกันกับที่ "พระยู้มีพระภาค" เคย ประจงจับดอกไม้ชูขึ้นตรงพระพักตร์ แสดงปริศนา ธรรมให้ประจักษ์จุดตร้สรู้ ขั้นสูงสุดระดับยานที่สาม แด่สงฆ์สาวกหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบรูป ณ เชิงเขาคิชกูฏ
(ยานหรือญาณระดับต้น คือ : ระดับจิตและ แนวทางที่สาธุชนปฏิบัติบำเพ็ญโดยยึดหมายในอิทธิ ปาฏิหารย์ยึดหมายในวัตถุ, นามรูป และผลบุญ..........
ยานระดับกลางคือ : ปฏิบัติบำเพ็ญโดยยึดหมายพิธีกรรมพรํ่าสวด นั่งนึ่งภาวนา.......
ยานระดับที่สามคือ : ปฎิบัติบำเพ็ญโดยเข้าถึง จิตเดิมแท้ เข้าถึงสุญญตาภาวะ เข้าถึงวิถีแห่งจิต รู้จุด สถิตพุทธจิตธรรมญาณ คือจุดตรัสรู้โดยตรง)
ลั่วไจ้จงเอวึ๋ยน : ปรกโปรดลง?jใจกลางต้นกำเนิด ชันชิงตี้ : ดินแดนสามดาว อักษรจีนชิน คือหัวใจมีสามจุดเหมือนสามดาว สามจุด หมายถึง คือ : โลภ โกรธ หลง
ลั่วไจ้จง เอวึ๋ยนชันชิง ตี้ ใจกลาง ต้นกำเนิดแห่งอารยประเทศของโลก คือ ประเทศจีน
ใจกลางต้นกำเนิดแห่งกายสังขาร คือ จุดสถิต พุทธจิตธรรมญาณ เป็นดินแดนวิเศษที่อยู่เหนือดินแดน สามดาว หมายถึง หัวใจที่ก่อเกิด อารมณ์โลภ โกรธ หลง
(การถ่ายทอดวิถีอนุตตรธรรมหรอวิถีแห่งจิตได้ เริ่มขึ้นและสืบต่อเรื่อยมาหลายพันปีที่ประเทศจีน
การถ่ายทอดวิถีอนุตตรธ1รรมสู่สาijฃนจนถึง เทพเทวา และวิญญาณผี เบื้องบนได้โปรดอนุญาต ตั้งแต่สมัยพระบรรพจารยํจินกงเป็นต้นมา)
ต้าเจิ้ง : ประจักษ์หลักฐานครั้งยิ่งใหญ่ ซื่อซวน : มณฑลเสฉวน หรือธารโลกีย์สี่สาย คือ หู ตา จมูก ปาก อรั๋งเถาชิน : ชึ่อสวนดอกไม้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ กลางใจอ๋อง (ผู้เป็นใหญ่)
ต้าเจิ้งซื่อชวนอวั๋งเถาชิน ประจักษ์หลักฐานครั้งยิ่งใหญ่ ปรากฏในมณฑล เสฉวน ณ สวนดอกไม้อวั๋งเถาชิน
(พระวิสุทธิอาจารย์แห่งยุค รู้กาลดับขันธ์บรรลุ ธรรมของพระองค์ณทีแห่งนี้ศึกษารายละเอียดได้จาก หนังสือ "พระพุทธบรรพจารย์เทียนหยาน")
ประจักษ์หลักฐานครั้งสำคัญ ณ กลางใจอ๋อง ผู้เป็นใหญ่เหนือธารบาปธารโลกีย์ทั้งสี่สาย
ธารบาปธารโลกีย์ทั้งสี่สาย คือ หู ตา จมูก ปาก
อักษรจีนกลางใจอ๋อง หมายถึง จุดสถิต พุทธจิตธรรมญาณอันเป็นศูนย์กลางกาย
เทียน : พระธรรมาจารยํเทียนหยาน เจิน : พระธรรมจาริณีซู่เจิน เทียนเจิน : สัจธรรมจากฟ้า โชวเอวึ๋ยน : เก็บงานสมบูรณ์ผล เก็บ จิตญาณกลมใส กว้าเชิ่งเฮ่า : จารึกในทะเบียนอริยะ เทียนเจินโซวเอวึ๋ยนกว้าเชิ่งเฮ่า พระวิสุทธิอาจารย์แห่งธรรมกาลยุคขาวสุดท้าย ทั้งสองพระองค์คือ พระธรรมาจารย์เทียนหยานและ พระธรรมจาริณีซู่เจิน (พระธรรมจาริณีจือชี่หรือ อริยมาตาจงฮว๋า) สมัยที่ 18 สุดท้ายยุคหลัง
ทั้งสองพระองค์สนองรับพระธรรมโองการถ่ายทอด สัจธรรม จากฟ้าส่สาธุชน เก็บงานสมบูรณ์ผล คือ เก็บจิตญาณกลมใสบริสุทธิ*ของผู้บำเพ็ญดี จารึก ใน ทะเบียนอริยะ
เติ่งไต้:รอคอย สีอจื้อ:เมื่อถึงเวลานั้น เตี่ยนเสินปีง : คัดเลือกญาณวิเศษ รวมพล เทพเทวา เติ่งไต้สิอจื้อเตี่ยนเสินปีง เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ก็จะเป็นวาระคัดเลือก รวมพลญาณวิเศษและเทพเทวา
(สาธุชนจะได้ถวายชื่อถือบวชบำเพ็ญจิต ที่สุด คือบรรลุมรรคผลก้นมากมายดังพุทธพยากรณ์ ที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่พระสุภูติว่า
ภายหน้าในธรรมกาลยุคสุดท้าย คือหลังจาก ตถาคตเข้าสู่ปรินิพพานแล้วสองพันห้าร้อยปี ระหว่าง นั้นจะมีผู้ที่ถือศีลบำเพ็ญกุศลมากมาย......)
อวิ๋น : เมฆ (น้ำ) เหลย : อัสนึ่ (ไฟ) เจิ้นไค : สะเทือน เปิด อู้จี่ถู่ : แผ่นดินใจกลาง (ตามสัญลักษณโปิยก่วย) ในที่นิ้หมายถิง จุดสถิตจิตญาณณ ใจกลางของร่างกาย
อวิ๋นเหลยเจิ่นไคอู้จึ๋ถู่ พระธรรมจาริณีซึ่งมีพระธรรมธาตุเช่นเมฆ เช่น นํ้า หรือเช่นดวงจันทร์
พระธรรมาจารย์ซึ่งมีพระธรรมธาตุเช่นอัสนี เช่นไฟ หรือเช่นดวงอาทิตย์จะแสดงพระบุญญาธิการ เปิดวาระธรรมกาลยุคขาวในใจกลางแผ่นดินจีน ด้วย การถ่ายทอดเปิดจุดสถิตจิตญาณณใจกลางร่างกาย คน เป็นมหาวาระแห่งมหาธรรมปฏิบัติ อันสะเทือนฟ้า สะเทือนดินซึ่งมิเคยปรกโปรดแต่ก่อนใดมา
เทียนเชี่ย : ใต้หล้า เสินกุ่ย : เทพเทวา ผีสาง ปู้อันหนิง : ไม่สงบสุข
เทียนเซื่ยเสินกุ่ยป้อันหนิง ใต้'นล้าฟ้าน เทพเทวาผีสางต่างตื่นตระหนก กระวนกระวายไม่สงบสุข เพราะถึงยุคสุดท้าย มหันตภัย จะกวาดล้างทั้งสามโลก แต่เบื้องบนปรกโปรดประทาน หนทางรอดแก่ชีวิตจิตญาณที่จะเก็บไว้เป็นกุศลพันธุ ต่อไปในกาลข้างหน้าได้ทุกชีวิตจิตญาณจึงต่างวุ่นวาย ใฝ่หาพระวิสุทธิอาจารย์ผู้นำทาง
ชินไจ้เหยินเทียน : สนิทชิดใกล้ฟ้าอันการุณ จงฮว๋าหมู่ : พระอริยมาตา'จงฮว๋า อริยฐานะ นามของพระวิสุทธิอาจาริณีชึ่งมืความหมายว่า "ศูนย์กลางอันเจิดจรัส" ชินไจ้เหยินเทียนจงฮว๋าหมู่ ทุกชีวิตจิตญาณจึงต่างปรารถนาจะสนิทชิด ใกล้ฟ้าอันการุณกลับคืนไปยังอนุตตรธรรมมารดาจึงต่าง ใคร่รู้ธรรมญาณอันเจิดจรัสในศูนย์กลางกายแห่งตน
อีกนัยหนึ่งคือ ต่างปรารถนาชิดใกล้พระอริย- มาตาจงฮว่า พระผู้ทรงรับพระภาระเก็บจิตวิญญาณ อันเจิดจรัสของผู้บำเพ็ญดีทุกคน เรียกว่าเก็บงาน สมบูรณ์ผล ช่วงสุดท้ายในการปรกโปรดครั้งนี้
จิ่วเหลียน : อริยะฐานะบัลลังก์บัวเก้าระดับ เซิ่งเจี่ยว : ศาสนาอันอาจบำเพ็ญให้บรรลุ อริยมรรคได้ กุยชั่งเฉิง : กลับไปยังยานระดับสูง
จิ่วเหลียนเซิ่งเจึ่ยวกุยชั่งเฉิง ทุกชีวิตจิตญาณจึงต่างปรารถนาจะปฏิบัติ บำเพ็ญในศาสนาอันอาจบรรลุมรรคผลแห่งอริยะกลับ ไปยังยานระดับสูงประทับบนบัลลังก์บัวเก้าระดับได้ (บัลลังก์บัวเป็นปริมณฑลฐานที่รองรับผู้บรรลุ ธรรมระดับต่าง ๆ แบ่งเป็นชั้น ๆ คือ ล่างตำ ล่างกลาง ล่างบน กลางตํ่า กลางกลาง กลางบน และ สูงตํ่า สูงกลาง สูงบน ท่านที่ได้ไปพบเห็นมา กล่าวว่า แต่ละบัลลังก์ บัวกว้างใหญ่สุดสายตาอีกทั้งงดงามจนสุดจะพรรณา)
เทียนฮว๋า : อุบลสวรรค์ เหลาหมู่ : อนุตตรธรรมเจ้า พระแม่องค์ธรรม ฯลฯ ฉุยอวี้เชี่ยน : หย่อนสายบุญดุจหยกงามลํ้าค่า
เทียนฮวาเหลาหมู่ฉุยอวี้เชี่ยน ทุกชีวิตจิตญาณและสาธุชนจะมีโอกาสสนิท ชิดใกล้อุบลสวรรค์บัลลังก์บัวด้วย "พระอนุตตรธรรมเจ้า พระแม่องค์ธรรม" โปรด หย่อนสายบุญบริสุทธิ้สูงส่งเป็น มงคลดั่งหยกดั่งทอง ลงมานำพาพุทธบุตรดั่งเดิมอันเป็น กุศลพันธุ
โซวเอวึ๋ยน : เก็บงานสมบูรณ์ผล เสี่ยนฮว่า : ปรากฏพุทธานุภาพ ไจ้ : ณ กู่ : อักษรจีน คือ เก่าก่อนโบราณหรือจุด ญาณทวาร ตง : โลกมนุษย์ โชวเอวึ๋ยนเสี่ยนฮว่าไจ้กู่ตง เพื่อการเก็บงานสมบูรณ์ผลนำพาชีวิตจิตญาณ พุทธบุตรสาธุชนกลับคืนเบื้องบนพ้นจากการเวียนว่าย ตายเกิดต่อไปการนี้จะปรากฏพุทธานุภาพให้ประจักษ์ จริงในโลกมนุษย์ ณ ดินแดนประเทศเก่าก่อนโบราณ (ประเทศจีน)
เพื่อการเก็บงานสมบูรณ์ผล ชีวิตจิตญาณที่ ตกตํ่าเสียหายจะได้รับการฟืนฟูชูชุบณจุดญาณทวาร ผู้ที่ผ่านการจุดเบิกจากพระวิสุทธิอาจารย์แล้ว จะผัน เปลี่ยนจิตใจและบำเพ็๓ให้บรรลได้ในที่สุด
หนันเป่ย : ใต้ - เหนือ เหลี่ยงจึ๋ : สองขั้ว เหลียนจงซวี่ : ประสานคืนกลับต้นสายตระกูลเดิม
หนันเป่ยเหลี่ยงจึ๋เหลียนจงชวี่ ธรรมปฏิบัติที่แตกต่างห่างไกลกัน ดังฝ่ายใต้ ฝ่ายเหนือสองขั้ว เช่น พระธรรมาจารย์ฮุ่ยเหนิง (เว่ยหล่าง) ที่บำเพ็ญแนวทาง "นิรรูป" ฉับพลัน แต่ศิษย์ ผู้พี่คือพระอาจารย์"เสิน่ซิ่ว"บำเพ็ญแนวทาง "รู้รูป" ค่อยปลงรูป หรือการปฏิบัติบำเพ็ญในแนวทางอื่น ๆ แต่ละศาสนาลัทธินิกาย
ในธรรมกาลยุคขาวสุดท้ายนี้ ทุกแนวทาง ปฏิบัติ บำเพ็ญ จะประสานกันคืนกลับต้นสายตระกูล เดิม
(แก่นแท้ของ "ธรรม" นัยดั่งรากฐานต้นตระกูล เดิม แต่ผู้สืบต่อแตกแยกกันไปคนละทิศคนละทาง ทุก ธรรมปฏิบัติจะประสานกลับคืนมาเป็นหนึ่งเดียวกันใน ครั้งนี้ จากการที่ได้เข้าถึงต้นธาตุต้นธรรมในตน)
อุ่นเอวึ๋ยน : บรรพกาล กูเซ่อ : รูปแบบที่กำหนดไว้ก่อน๓'า ไจ : อยู่ที่ จงอยัง : ศูนย์กลาง ฮุ่นเอวึ๋ยนกู่เซ่อไจ้จงอยัง ตั้งแต่บรรพกาลมา รูปแบบของมนุษย์ที่ องค์ธรรมมารดาซึ่งเป็นพระผู้สรางได้กำหนดไว้ตั้งแต่ ก่อนเก่านั้นคือ จุดสถิตพุทธจิตธรรมญาณของ กายสังขาร อยู่ที่ศูนยกลางกาย (ศีรษะ)
เหลาหมู่ : องค์ธรรมมารดา เจี่ยงเซี่ย : โปรดประทานลงมา ทงเทียนเชี่ยว : ประตูทางผ่านไปยังฟ้า
เหลาหมู่เจี้ยงเซี่ยทงเทียนเชี่ยว ศูนย์กลางกายที่ศีรษะจุดนี้ องค์ธรรมมารดา พระผู้สรางได้โปรดประทานให้เป็นประตูทางผ่านให้ ชีวิตจตญาณกลับคืนไปยังฟ้า กลับส่สุญญตา หรือ วิ มุติภาวะแต่เดิมทีของตน
อู๋อิ่ง : ไร้เงา ซันเฉียน : เบื้องหน้าภูเขา (เบื้องหน้าภูเขาไร้เงา : จมูก) ตุ้ยเหอถง : ตรวจสอบลัญจกร
อู๋อิ่งชันเฉียนตุ้ยเหอถง หลังจากพระวิสุทธิอาจารย์เบิกจุดญาณทวาร ตรงศูนย์กลางกายอันเป็นประตูทางผ่านไปยังฟ้าซึ่งอยู่ ไกล้กับเบื้องหน้าภูเขาไร้รูปเงานั้นแล้ว การกลับคืน เบื้องบนไปของผู้ได้รับการถ่ายทอดวิถีธรรมแล้วยัง จะต้องแสดง "ลัญจกร" ตราประทับของพระพุทธะ (ฝออิ้น) เพื่อยืนยันความบรสุทธิ'สูงส่งของจิต ใจที่ไม่ผิดเพี้ยนเอนเอียง ไม่แบ่งเขา แบ่งเรา ซึ่งเป็น สภาวะธรรมอันสมานฉันท์ในจิตของตนอีกด้วย
อิงเอ๋อ : ทารก เหย้าเสี่ยง : คิดที่จะ กุยเจียชวี่ : กลับคืนบ้าน
อิงเอ๋อเหย้าเสี่ยงกุยเจียชวี่ พุทธบุตรผูมีจิตบริสุทธิ'โปร่ง ใส ดั่งทารกน้อย หากคิดทีจะกลับคืนล่บ้านเดิม (บรรลุธรรม)
ฉีอเนี่ยน : ประคองท่องไว้ ตังไหล : อันได้มีมา หมีเล่อจิง : คัมภีร์เมตเตยยะ
ฉือเนี่ยนตังไหลหมีเล่อจิง พึงประคองท่องจำคัมภีร์เมตเตยยะ อันได้มา แต่เดิมทีไว้ให้ดี คัมภีร์เมตเตยยะอันได้มาแต่เดิมทีจึง แฝงปริศนาไว้ หมายถึง ดวงธรรมญาณอันบริสุทธิ้ โปร่งใสอันเป็นสุญญตาภาวะ แผ่ไพศาลจนประมาณ ขอบเขตมิได้ อีกทั้งเมื่อรวมศูนย์ไว้จะ "สงบหาย" จน
เหมือนไม่มีสิ่งเล็กละเอียดใด ๆ แทรกอยู่ภายในได้เลย "ประคองท่องจำ"คือรำลึกกำหนดรู้สภาวะธรรม ความเป็นอยู่ของธรรมญาณตน
นั่นคือ บำเพ็ญจิตทุกขณะเวลาให้ตรงต่อ ความหมายของคำว่าพระคัมภีร์เมตเตยยะ อันได้มา แต่เดิมที
ย่งซินฉีอฺเฆี่ยน : ตั้งใจประคองท่องจำ ฝอไหลจิ้ว : พระพุทธะมาโปรด
ย่งชินฉีอเฆี่ยนฝอไหลจิ๋ว หากประคองท่องจำกำหนดรู้ในความเป็นอยู่ ของธรรมญาณอันบริสุทธิ'โปร่งใสด้วยจิตใจละเอียด ประณีตลึกซึ้งสุขุมดีแล้ว เมื่อนั้นพระพุทธะจะมาโปรด
เมื่อพุทธภาวะแห่งตน "มุ่งหมาย" "ใกล้เคืยง" "ตรงต่อ" หรือ "เข้าสู่" กระแสธรรมของพระพุทธะ พระโพธิสัตว์พระองค์ใดในหมื่นโลกธาตุได้พุทธภาวะ แห่งตนก็ยังอาจบังเกิดพุทธานุภาพเป็นที่พึ่งแห่งตนได้
ตั๋วตั่วจินเหลียน : บัวทองทุก ๆ ดอก ซวี่เชาเชิง : ไปเกิดในภพอันล่วงพ้น
ตั๋วตั่วจินเหลียนซวี่เชาเชิง ที่สุด บัวทองทุก ๆ ดอก คือผู้บำเพ็ญจริงทุกคน ในธรรมกาลยุคขาว จะสามารถล่วงพ้นจากวัฏสงสาร
(คำว่า "ทอง" ในโปิยก่วย หมายถึง "สิขาว" "บัวทอง" จึงหมายถึงผู้บำเพ็ญจิตบริสุทธในธรรม กาลยุคขาว)
ซึเต๋อ : ได้เข้าใจรู้จัก ซีไหล : มาจากฟากฟ้าตะวันตก (พุทธเกษตร) ไป้หยังจี่อ : พุทธบุตรแห่งธรรมกาลยุคขาว
ชึเต๋อซีไหลไป๋หยังจี่อ เพราะเราได้เข้าใจ ได้รู้จักดวงธรรมญาณในตน แต่เดิมทีทีมาจากฟากฟ้าตะวันตกอันเป็นดินแดนพุทธ เกษตร อีกทั้งยังได้เข้าใจได้รู้ว่าเราก็คือพุทธบุตร แห่ง พระอนุตตรธรรมมารดา เราก็คือผู้บำเพ็ญในธรรม กาลยุคขาวสุดท้ายนี้
เซียงเอ๋อ : พุทธบุตรจากบ้านต้นกาเนิด เตึ๋ยนเถื่ย :จรดนิ้วลงไปบนเหล็ก ฮว่าเฉิงจีน : :แปรเปลี่ยนเป็นทองขาวบริสุทธิ์
เชียงเออเตึ๋ยนเถื่ยฮว่าเฉิงจิน พุทธบุตรที่มาจากฟากฟ้า มาจากพุทธเกษตร อันเป็น บ้านต้นกำเนิดก่อนเกิดกาย เมื่อได้รับวิถีธรรม ก็จะ สะดุดใจได้ฉุกคิด บังเกิดจิตสำนึก
เมื่อพระวิสุทธิอาจารย์ได้โปรดจรดนิ้วลงบนจุด สถิตจิตญาณซึ่งแม้จิตดวงนั้นในบัดนี้จะพอกพูนด้วย โลกีย์วิสัยมาหลายชาติจนแข็งกระด้างดั่งเหล็กหนา ก็อาจแปรเปลี่ยนเป็นทอง, เป็นดวงจิตขาวบริสุทธิ์ ดังเดิมได้
เหม่ยยื่อ : ทุกวัน จี้'อ:ชิน : มุ่งใจหมายมั่น ฉังฉือเนี่ยน : ประคองท่องจำไว้เสมอ
เหม่ยยื่อจี้อชินฉังฉีอเนี่ยน ต่อจากนั้น ประกอบกับตนเองมุ่งใจหมายมั่น ประคองท่องจำกำหนดรู้สัจธรรมในพระคัมภีร์ สัจจคาถาเมตเตยยะ
ประคองท่องจำกำหนดรู้สัจธรรมในพุทธภาวะ ของดวงจิตชีวิตธรรมญาณตน
(ขณะท่องพระคาถาให้กำหนดเดวงธรรมญาณ ในตนด้วยเสมอ)
ชันไจ : ภัยทั้งสาม ปานั่น : ความทุกข์ทั้งแปด ปู้ไหลชิน : ไม่กลํ้ากราย
ชันใจปานั่นปู้โหลชิน เมื่อกำหนดรู้อยู่เสมอ ภัยจากโลภ โกรธ หลง ในตน และภยันตรายจากนํ้า ไฟ ลมภายนอกจะไม่อาจ ให้ร้าย ความทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย จาก พราก อยากใคร่ ผิดหวัง คั่งแค้นและขันธ์ห้าจะไม่อาจให้ทุกข์ อีกทั้งวินาศภัยจากนํ้าท่วม ไฟไหม้ หอกดาบ มีดพร้า ศาสตราภัย สงครามยํ่ายี แห้งแล้งอดอยาก จมนํ้าตาย ไร่นาเสียหาย พืชผลล้มเหลว... ความวิบ้ตเหล่าใ!ก็จะ ไม่ก่อทุกข์ให้
เหย้าเสี่ยง : คิดที่จะ เฉิงฝอ : บรรลุพุทธะ ฉินหลี่ไป้ : หมั่นน้อมกราบ
เหย้าเสี่ยงเฉิงฝอฉินหลี่ไป้ หากคิดจะบรรลุพุทธะ จงหมั่นน้อมกราบพุทธะ ผู้ไปดีแล้วจากการบำเพ็ญเพียรของพระองค์เอง และเจริญรอยตามแบบอย่างของพระองคํให้จงได้
หากคิดจะบรรลุพุทธะจงหมั่นน้อมกราบพุทธะ ภาวะแห่งตนซึ่งตนจะร้ดีกว่าใครอึ่นว่าตนนั้นสูงส่งดีงาม สมควรได้รับการกราบไหว้จากตนเองและผู้อื่นเพียงไร
ฉังฉีอ : หมั่นประคองรักษาไว้ ชงหมิง : หูตาสว่าง แจ่มชัด จื้อฮุ่ยซิน : ปัญญาจะเกิดแก่จิต ฉังฉีอซงหมิงจึ้อฮุ่ยซิน หากหมั่นประคองรักษาพุทธภาวะอันบริสุทธิ้ โปร่ง ใส ในตนไว้เสมอ หูตาจะสว่างแจ่มชัดกว้างไกล ปัญญาญาณอันลํ้าเลิศจะเกิดแก่จิต
หมั่นประคองท,องจำคัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะ ไว้เสมอพุทธานุภาพในพระคัมภีร์จะช่วยให้หูตาสว่าง แจ่มชัด กว้างไกล ปัญญาญาณอันลํ้าเลิศจะเกิด ตามมา
ซิวทิง : หยุด อย่าได้ฟัง เสียเหยิน : มิจฉาบุคคล หูซัวฮว่า : พูดเหลวไหล ซิวทิงเสียเหยินหูซัวฮว่า จงหยุด อย่าได้เชื่อฟังคำยุแหย่ ยกยอ หยาม หยาบ หรือคำชักนำ อันเป็นมิจฉาวาจาจากมิจฉา บุคคล "ภายนอก" ทั่วไป
จงหยุด อย่าได้ฟังคำยุแหย่ ยกยอ หยามหยาบ หรือคำชักนำจากมิจฉาบุคคล "ภายใน" คือกายใจของ ตนเอง ที่พูดจาเหลวไหลไม่ตรงต่อหลักสัจธรรม ความเป็นจริง
เหลาซวน : ล้อมคอก คล้องไว้ อี้หม่า : ความคิดจิตใจวิ่งไปเหมือนม้า เฆี่ยนอู๋เชิง : ท่องจำกำหนดเอยู,ที่องค์ธรรม มารดาอันเป็นสุญญตาภาวะไม่เกิดดับ
เหลาซวนอี้หม่าเนื่ยนอู๋เซิง จงล้อมคอกความคิดจิตกระเจิงไว้ เหมือน คล้องคอม้าพยศให้สงบหยุดนิ่งลงได้
จงมุ่งหมายท่องจำกำหนดรู้อยู่ที่องค์ธรรมมารดา
พุทธบุตรจากองค์ธรรมมารดาคือธรรมญาณตน จงคล้องใจพุทธบุตรไว้ มิให้ความคิดเกิดดับ เกิดดับ......สับสนเรื่อยไป
เหลาหมู่ : องค'ธรรมมารดา เจี้ยงเซี่ย : ปรกโปรดประทานให้ เจินเทียนโจ้ว : สัจคาถาจากฟ้า
เหลาหมู่เจึ่ยงเซี่ยเจินเทียนโจว องค์ธรรมมารดาปรกโปรดประทานสัจจคาถา จากฟ้า นั่นคือ "ดวงธรรมญาณ" ไว้ในรูปกายสังขาร ดวงธรรมญาณหรือสัจคาถาจากฟ้าจึงมีความ ศักดิ'สิทธิ'พร้อมแล้วอยู่ในตั
ย่งซิน :ตั้งใจ ฉือเนี่ยน: ประคองท'องจำ โหย่วเสินทาง : มีความศักดิ์สิทธิ์รอบรู้
ย่งซินฉือเนี่ยนโหย่วเสินทง พึงตั้งใจประคองท่องจำสำนึกรู้ในสัจจคาถา จากฟ้า คือดวงธรรมญาณของตนไว้เรื่อยไป จนกว่าจะ เข้าถึงความศักดิ''สิทธึ่'เกิดปัญญาระลึกรอบรู้ได้
หมั่นเทียน : ทั่วฟ้า ซิงโต่ว : หมู่ดาวเทพสถิต โดวเซื่ยซื่อ : ต่างลงมาล่โลก
หมั่นเทียนชิงโต่วโตวเชี่ยชื่อ บัดนี้เทพสถิตประจำดวงดาวทุกหมู่เหล่าต่าง มุ่งลงมาสู่โลก บ้างเกิดกาย บ้างแฝงกายเพื่อเสริมส่ง ธรรมปฏิบัติในยุคสุดท้ายนี้
อู่ฟัง : ห้าทิศ เลี่ยเซียน : เซียนทกระดับ เซี่ยเทียนกง : ลงมาจากปราสาทชนฟ้า อู่ฟังเลี่ยเซียนเชื่ยเทียนกง เซียนทุกระดับจากทิศตะวันออก ตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้และศูนย์กลาง ต่างลงมาจากปราสาท ทิพยวิมานในชั้นฟ้า
เก้อฟัง : แต่ละด้าน เฉิงหวง : พระกาฬประจำเมือง ไหลตุ้ยเร่า : ตรวจสอบเลขที่ เก้อฟังเฉิงหวงไหลตุ้ยเร่า พระกาฬประจำเมืองแต่ละด้านต่างรีบเร่ง ทำการตรวจสอบเลขที่บัญชีรายชื่อของผู้อยู่อาศ้ยใน เมืองซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของท่านว่าใครได้ รับการถอนชื่อเพื่อถวายขึ้นไปในบัญชีอรียะ(รับธรรมะ) พ้นจากหน้าที่ปกครองของท่านแล้วบ้าง
เป้าซื่อ : รายงาน หลิงถง : ทิพย์กุมาร ฉาเตอชิง : ตรวจสอบแน่ชัด
เป้าซี่อหลิงถงฉาเตอชิง การนี้ยังมีทิพย์กุมารสื่อสารอีกมากมายร่วม ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีรายชื่อให้ตรงกับบุคคลนั้น ๆ อย่างแน่ชัด เพื่อถวายรายงานต่อ
ซันกวนต้าตี้ : มหาราชเจ้าทั้งสามพระองค์คือ เหยา ซุ่น อวี่ บรรพกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในอดีตกาล (พระอริยฐานะขณะนี้คือ ตรีเทพพิทักษ์มหาราช) ฉิอเปยจู้: ได้โปรดจารึกไว้
ชันกวนต้าตี้ฉีอเปยจู้ .... มหาราชเจ้าทั้งสามพระองค์ที่ทรงโปรดทำ หน้าที่ จารึกรายชื่อที่ถวายขึ้นไปในบัญชีอริยะเบื้องบน
เซ่อจุ้ย : อภัยโทษ ชันเฉา : สามโลก จิ้วจ้งเซิง : ฉุดช่วยมวลชีวิต เซ่อจุ้ยชันเฉาริ้วจ้งเชิง เป็นบุญวาระสุดท้ายที่เบื้องบนทรงโปรดฉุด ช่วยมวลชีวิตจิตญาณ เทพเทวา มนุษย์ ฝี ที่ได้รับการ ฉุดช่วยทั้งสามโลกในครั้งนี้จะได้รับการอภัยโทษ ผ่อนผันเป็นการเฉพาะจากองค์ธรรมมารดา
จิ้วขู่เทียนจุน : พระองค์ผู้ปลดเปลื้องทุกข์ ไหลริ้วชื่อ : มาโปรดชาวโลก
จิ้วขู่เทียนจุนไหลริ้วซื่อ เมื่อพระเมตเตยยะ จะเจริญมหาปณิธาน มาปรกโปรด เพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ให้ชาวโลกใน ครั้งนี้
ชินเตี่ยนเหวินปู้ : คัดเลือกกำหนดหมายฝ่าย บุญแทธ เจียตีเสิน : พระผู้เข้าถึงจิต
ชินเตี่ยนเหวินป้เจียตี้เสิน พระองค์ทรงคัดเสือกกำหนดหมายด้วย พระองค์เอง ให้พระอริยะพระโพธิสัตว์ฝ่ายบุญฤทธิ้ ซึ่งเข้าถึงจิตของสาธุชนดั่งดวงตะวันจันทราสว่างฟ้า ทั่วหล้า ทั่วสกล คือพระพุทธจกงและพระโพธิสัตว์ จันทรปัญญา ให้ทรงทำหน้าที่วิสุทธิอาจารย์ เบิก จุดสถิตจิตพุทธะให้แก่ผู้ขอรับวิถีธรรม
ปาต้าจินกัง : วัชรเทพแปดฝ่าย ไหลฮู่ฝ่า : มาพิทักษ์ธรรม
ปาต้าจินก้งไหลฮู่ฝ่า พระองค์ทรงคัดเลือกกำหนดหมายวัชรเทพ ผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอีกแปดฝ่าย อีกทั้งท้าวจตุมหา- โลกบาลทั้งสี่ อันประกอบด้วยพระวัชรอ้สนี พระวัชรวายุ พระวัชรพยัคฆา และพระวัชรนาคา พร้อมกันมาพิทักษ์ธรรม
(อาจารย์ถ่ายทอดเบิกธรรมซึ่งทำหน้าที่แทน พระวิสุทธิจารย์ จะต้องน้อมจิตอาราธนาทุกพระองค์ ดังกล่าวก่อนทำพิธีถ่ายทอดเบิกธรรมให้แก่สาธุชน)
ชื่อเว่ยผูซ่า : พระโพธิสัตว์ทั้งสี่ จิ้วจ้งเชิง : ฉุดช่วยเหล่าเวไนย
ชื่อเว่ยผูซ่าจิ้วจ้งเชิง อีกทั้งยังมีมหาโพธิสัตว์ทั้งสี่คือ : พระโพธิสัตว์กวนอิมพระโพธิสัตว์จันทรปัญญา พระโพธิสัตว์มัญ'ชุศรี พระโพธิสัตว์สมันตภัทร ทรงคํ้าชูงานถ่ายทอดเบิกธรรม ทรงฉุดช่วยคุ้มครอง รักษาเหล่าเวไนยฯ
จิ๋นหลิ่ง : นำพาประชิด ซันซึลิ่ว : สามสิบหก เอวึ๋ยนเจึ่ยง : เทวาอารักษ์น้อยใหญ่
จิ๋นหลิ่งซันซึลิ่วเอวึ๋ยนเจี้ยง เมื่ออาราธนาหรือสวดท่องพระคัมภีร์สํจจคาถา เมตเตยยะ พระองค์จะนำพาจอมทัพฟ้าและเทวา อารักษ์น้อยใหญ่ อีกสามสิบหกพระองค์ลงมายังโลก มนุษย์อย่างเร่งรีบประชิดตัว
อู๋ไป่หลิงกวน : ทิพยมนตรีห้าร้อยพระองค์ จี่นสุยเกิน : ตามติดประชิดมา
อู๋ไป่หลิงกวนจิ่นสุยเกิน อีกทั้งนำพาทิพยมนตรีอีกห้าร้อยพระองค์ ตามติดประชิดมา เพื่อทรงร่วมคุ้มครองรักษาสาธุชน และสอดส่องความเป็นไปในสามโลก
ฝูจู้ : ประคองรองรับ หมีเล่อ : พระเมตเตยยะ เฉิงตาเต้า : บรรลุมหาอริยมรรค ฝูจู้หมีเล่อเฉิงต้าเต้า ทุกพระองค์ทรงร่วมทำหน้าที่ประคองรองรับ การอุป้ติมาของพระเมตเตยยะเพื่อบรรลุมหาอริยมรรค เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป อีกนัยหนึ่งคือ ประคองรองรับเมตเตยยะองค์ น้อย ๆ คือ พุทธบุตรผู้ปฏิบัติบำเพ็ญในธรรมกาล ยุคขาวนี้ให้ได้บรรลุธรรมในภายภาคหน้า
เป่าอิ้วเซียงเอ๋อ : คุ้มครองพุทธบุตรจากบ้านเดิม เต๋ออันหนิง : ให้ได้รับความสงบสุข
เป่าอิ้วเชียงเอ๋อเด๋ออันหนิง คุ้มครองพุทธบุตรจากบ้านเดิมคือ ผู้ปฏิบัติ บำเพ็ญทั้งหลาย ให้ได้รับความสงบสุข เพื่อจะได้ ตั้งหน้าตั้งตาเจริญธรรมกันให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
เป่ยฟังเจินอู่ : เทพเจ้าผู้ทรงฤทธิ้แห่งทิศอุดร เหวยเจี้ยงไชว่ : เป็นนายทัพ
เป่ยฟังเจินอู่เหวยเจี้ยงไซว่ งานคุ้มครองป้องภัยนี้มี "เปยฟังเจินอู่" เทพเจ้า ผู้ทรงฤทธิ่แห่งทิศอุดร เป็นนายทัพนำกอง
(หนังสือบางเล่มในภาคภาษาจีนอธิบายไว้ว่า "เป่ยฟังเจินอู่" คือพระภาคเดิมพระภาคหนึ่งของ พระเมตเตยยะ)
ชิงเหลี่ยนหงฝ่า : พระพักตร์สีเขียว พระเกศา สีแดง เสี่ยนเสินทง : สำแดงฤทธานุภาพ
ชิงเหลื่ยนหงฝ่าเสี่ยนเสินทง "เปยฟังเจินอู่" ผู้ทรงฤทธิ้พระองค์มีพระพักตร์ สีเขียว พระเกศาสีแดง มีฤทธานุภาพยิ่งใหญ่
ผู้บำเพ็ญในธรรมกาลยุคสุดท้ายนี้ก็เช่นกัน ท่านอุปมาให้เป็นเช่นทหารกล้า สำแดงฤทธานุภาพ ฝ่าฟันอุปสรรค ในการฉุดช่วยผู้คน ใช้ปัญญาฟาดฟัน กิเลสมารในจิตตนให้แพ้พ่ายมลายสูญดุจเดียวกับ พระองค์"เป่ยฟังเจินอู่" ผู้ทรงฤทธิ์
เฉ่อฉี่เจ้าฉี : คว้าเอาธงดำ เจอยื่อเอวี้ย : บดบังตะวันเดือน
เฉอฉี่เจ้าฉีเจอยื่อเอวี้ย ความห้าวหาญของพระองค์ผู้ทรงฤทธิ้ยิ่งใหญ่ ถึงขนาดคว้าเอาธงดำมาบดบังตะวันเดือนได้
โถวติ่ง : บนพระเศียร เซินหลัว : ประดับไว้รายรอบ ชีเป่าชิง : ดวงดาวรัตนะทั้งเจ็ด โถวติ่งเซินหลัวชิเป่าชิง บุญญาธิการในพระองค์ส่องแสงสว่างกระจ่าง- ฟ้าดั่งมีดวงดาวรัตนะทั้งเจ็ดประดับไว้รายรอบพระเศียร เป็นอุปมาให้ผู้บำเพ็ญเสรมสร้างบารมีเปล่งรัศมีธรรม กำจัดภัยมีดเพื่อตนและเพื่อทุกชีวิต
เวยเจิ้น : อิทธิฤทธึ๋สะเทือน เป่ยฟ้ง : ทิศอุดร เหวยไซว่โส่ว : เป็นยู้นำใหญ่ เวยเจิ้นเป่ยฟังเหวยไซว่โส่ว อิทธิฤทธึ่ความน่าเกรงขามของพระองค์สะเทือน เลือนลั่นไปทั่วทิศอุดร พระองค์เป็นใหญ่ เป็นผู้นำทางทิศอุดร
ซู่ฉิ่งจูเอ้อ : เร่งรัดขอให้หมู่มารร้าย กว้าเจยปีง : แขวนเกราะพลรบ ซู่ฉิ่งจูเอ้อกว้าเจี่ยปีง พระองค์เร่งรัดขอให้หมู่มารร้ายแขวนเกราะ พลรบ หยุดการก่อกวนราวีผู้ปฏิบัติบำเพ็ญดีในวิถี อนุตตรธรรม ซึ่งอาจบรรลุมรรคผลได้ในภายหน้า หยุดก่อกวนราวี ผู้ที่ตงใจสวดท่องคัมภีร์ สัจคาถาเมตเตยยะนี้
ตาจิ้ว : เป็นสื่อฉุดช่วย เอวึ๋ยนเหยิน : คนเดิมจากเบื้องบน เชียงเอ๋อหนวี่ : หญิงชายจากบ้านต้นกำเนิด ตาจิ๋วเอวึ๋ยนเหยินเชียงเอ๋อหนวี่ พระองค์ยังทรงเป็นสื่อทอดสะพานบุญ ฉุด ช่วยคนเดิมที่มาจากเบื้องบน คือสาธุชนหญิงชาย ผู้ที่1ใด้รับ'วิถีธรรมที่ปฏิบัติยำเพ็ญจริง
หั่วกวง : แสงไฟ ลั่วตี้ : ตกสู่พื้นดิน ฮว่าเหวยเฉิน : แปรเป็นเถ้าธุลี หั่วกวงลั่วตี๋ฮว่าเหวยเฉิน แม้แสงไฟเพลิงจะตกลงมาสู่พื้นแผ่นดินก็มิให้ เป็นอันตรายแก่สาธุชน คนดีผู้ที่ได้รับ'วิถีธรรม แต่ให้ กลับกลายแปรเป็นเถ้าธุลีดิน
ชื่อไห่ : สีคาบสมุทร หลงอวั๋ง : พญานาคา ไหลจู้เต้า : มาร่วมช่วยงานธรรม ซึ่อไห่หลงอวั๋งไหลจู้เต้า พญานาคาทั้งสี่คาบสมุทรใหญ่ก็ให้มาร่วมช่วย เสริมสร้างงานถ่ายทอดวิถีธรรมให้มาร่วมช่วยคุ้มครอง ป้องกันภัยแก่ผู้ได้รับวิถีธรรมและสาธุชนคนดี
เก้อเจี้ยเสียงอวิ๋น : ต่างประทับบนเมฆมงคล ซวี่เถิงคง : ทะยานขึ้นสุญญตานภากาศ
เก้อเจี้ยเสียงอวิ๋นชวื่เถิงคง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติบำเพ็ญเจริญธรรมเรื่อยไปได้ อย่างราบรื่น ดุจได้ประทับนั่งอยู่เหนือเมฆมงคล เพื่อ ทะยานตน ให้พ้นโลกีย์ สูงส่งขึ้นไปบนสุญญตานภากาศ
สิอฟัง : สิบทิศ เทียนปิง : เทวาอารักษ์ ฮู่ฝอเจี้ย : คุ้มครองพุทธบาท สือฟังเทียนปีงฮู่ฝอเจื่ย เทวาอารกษ์ทั้งสิบทิศก็ให้มาร่วมคุ้มครอง พุทธบาทพระเมตเตยยะ ให้บรรลุมหาปณิธานในอัน ทีจะตระเตรียมกุศลพันธุไว้ในพุทธกาลหน้าต่อไป
เป่าอึ่ว : ปกป้องรักษา หมีเล่อ : เมตเตยยะ ชวื่เฉิงกง : บรรลุผล
เป่าอิ้วหมีเล่อชวี่เฉิงกง ปกป้องรักษาพระเมตเตยยะเพื่อให้ได้บรรลุผล ในมหาปณิธานที่จะแปรเปลี่ยนโลกจุ่นวายให้กลาย เป็น วิสุทธิแดนดินอันใสสด งดงามดังดอกบัวบาน อีกทั้งปกป้องรักษาเมตเตยยะองค์น้อย ๆ คือผู้บำเพ็ญ ในธรรมกาลยุคขาวนี้ให้ได้สำแจมรรคผล
หงหยัง : ธรรมกาลยุคแดง เหลี่ยวเต้า : บรรลุธรรม กุยเจืยชวี่ : กลับคืนเบื้องบนบ้านเดิม
หงหยังเหลี่ยวเต้ากุยเจียชวี่ เมือยุคกาลของธรรมกาลยุคแดงล่วงเลยไป ผู้บำเพ็ญในธรรมกาลยุคแดงต่างก็บรรลุธรรมกลับคืน บ้านเดิมเบื้องบนไปแล้ว
จ่วนเต้าชันหยัง : เวียนมาถึงยุคสาม หมีเล่อจุน : พระศรีอารยเมตไตรย จ่วนเต้าชันหยังหมีเล่อจุน บัดนี้ ย่างเข้าส่ธรรมกาลยุคที่สาม พระศรีอารย- เมตไตรยจะปกครองธรรมกาลต่อไปหนึ่งหมื่นแปดร้อยปี (ธรรมกาลยุคเขียวในครั้งพระทีปังกรพุทธเจ้า ปกครองธรรมกาลหนึ่งพันห้าร้อยปี ต่อด้วยธรรมกาล ยุคแดงครั้งพระสมณโคดมปกครองธรรมกาลสามพันปี)
อู๋ฮวั๋ง : พระอนุตตรธรรมเจ้า ชึ่อลิ่ง : บัญชาประกาศิต จี้เซี่ยเชิง : พุทธบุตรทีจุติฝากเกิดกายในโลกต่ำ
อู๋ฮวั๋งชี่อลิ่งจี้เซี่ยเซิง ธรรมกาลยุคสุดท้ายนี้ พระอนุตตรธรรมเจ้า พระแม่องค์ธรรมจึงโปรด บัญชาประกาศิตให้พระพุทธะพระโพธิสัตว์เทพพรหม องค์อินทร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด พร้อมกันสนองธรรม โองการรับหน้าที่ฉุดช่วยเหล่าพุทธบุตรที่จุติฝากเกิด กายไว้ในโลกตํ่า
โซวฝูหนันเอึ้ยน : เก็บและกำราบโลกมนุษย์ กุยเจิ้งจง : กลับสู่ต้นตระกูล
โซวฝูหน้นเอึ๋ยนกุยเจิ่งจง ให้ทุกพระองค์ร่วมกันทำหน้าที่ตามหาพุทธบุตร ที่หลงเวียนว่ายอยู่ในโลกมนุษย์ เก็บรวบรวมมาไว้ กำราบด้วยพุทธานุภาพ ให้คืนกลับสู่ต้นตระกูล คือ กลับสู่อนุตตรพระแม่องค์ธรรมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกชาติภาษา ทุกศาสนา ทุกคน
ไหลอวั๋งเจ้าเซื่ย : มา-กลับโปรดกำหนดให้ เจินเอื้ยนโจ้ว : ลัจจคาถา ไหลอวั่งเจ้าเซี่ยเจินเอึ๋ยนโจ้ว การจุติเกิดกายในโลกคือ "มา" ถึงกาลเก็บงานสมบรณ์ผลบัดนี้ คือ "กลับ" พุทธบุตรจะต้องกลับคืนบ้านเดิมเบื้องบนใน ครั้งนี้ด้วยดวงธรรมญาณอันบริสุทธิ้ โปร่ง ใส พระอนุตตรพระแม่องค์ธรรมได้โปรดประทาน ลัจจคาถาทั้งเที่ยวมา (เกิดกาย) และเที่ยวกลับ (หลุดพ้น)
ฉวนเซี่ย : ถ่ายทอดประทานให้ ตังไหล : อันได้มีมา ต้าจํ๋งจิง : มหาธรรมปิฎก พุทธจิตธรรมญาณ
ฉวนเซี่ยตังไหลต้าจงจิง พระอนุตตรพระแม่องค์ธรรมได้โปรดประทาน พุทธจิตธรรมญาณอันได้มีมาจากเบื้องบนแต่เดิมที พุทธจิตธรรมญาณอันได้มีมาจากเบื้องบนแต่ เดิมทีนั้น เปรียบได้ดั่งมหาธรรมปิฎกที่สมบูรณ์พร้อม ด้วยแก่นแท้แห่ง ธรรมสาระ
อิงเอ๋อ : ทารก ซ่าหนวี่ : ทุลสตรี ฉังฉือเนี่ยน : ประคองท่องจำรำลึกเสมอ
อิงเอ๋อซ่าหนวี่ฉังฉีอเนี่ยน หากแม้นประคองท่องจำ "คัมภีร์สัจจคาถา เมตเตยยะ" อยู่เสมอ หากแม้นประคองท่องจำรำลึกในความเป็น พุทธจิตธรรมญาณอันบริสุทธิ้โปร่ง ใส ดั่งทารกน้อย กำหนดจิตไม่สอดส่ายไปจากฐานเดิมดั่งกุลสตรี ที่อยู่กับเหย้าเฝ็ากับเรือนสำรวมระวังตนอยู่เสมอ
เสียเสิน : เทพอัปมงคล ปู้กั่น : ไม่กล้า ไหลจิ้นเชิน : มาใกล้ตัว
เสียเสินปู้กั่นไหลจึ๋นเชิน เทพอัปมงคล สิ่งเลวร้ายภายนอก และมิจฉาทิฐิ ในตนจะไม่กล้าสำแดงความชั่วร้ายไม่กล้ากล้ำกราย เข้าใกล้ตัว
ฉีอเนี่ยนอึ๋เปียน : ประคองท่องจำรำลึกหนึ่งรอบ เสินทงต้า : ปัญญาญาณจะคักดสิทธิ๋ยิ่งใหญ่
ฉือเนี่ยนอึ๋เปียนเสินทงตา ประคองท่องจำรำลึกคัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะ หนึ่งรอบ ประคองท่องจำรำลึกในความเป็นพุทธจิต ธรรมญาณอันบรสุทธิ์ โปร่ง ใส ไว้ได้รอบหนึ่ง ปัญญา ญาณในตนจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่
ฉีอเนี่ยนเหลี่ยงเปียน : ประคองท่องจำรำลึก สองรอบ เต๋อเชาเชิง : ได้ล่วงพ้นการเกิดตาย
ฉีอเนี่ยนเหลี่ยงเปียนเต๋อเชาเซิง ประคองท่องจำรำลึกคัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะ ด้วยจิตบริสุทธิ้โปร่ง ใส สองรอบ จิตจะสงบนึ่งไม่สอด ส่ายวุ่นวายจิตจะไม่เกิดตายไปตามความคิดดำริหรือ อารมณ์เท่ากับจิตล่วงพ้นการเวียนเกิดเวียนตาย
ฉีอเนี่ยนชันเปี้ยน : ประคองท่องจำรำลึกสามรอบ เสินกุ่ยท่า : เทพเทวาผีสางต่างเกรงกลัว ฉือเนี่ยนชันเปียนเสินกุ่ยท่า ประคองท่องจำรำลึกสามรอบ พุทธานุภาพ ของ คัมภีร์ลัจจคาถาเมตเตยยะ จะปรกแผ่คุ้มครอง รักษาจนเทพเทวาผีสางต่างเกรงกลัว ประคองท่องจำรำลึกสามรอบด้วยจิตมั่นคง เที่ยงตรงมีพลัง เทพเทวาผีสางต่างเกรงกลัวในผู้นั้น
อวั่งเหลี่ยง : ผีป่าผีน้ำทุกแห่งหน เสียหมอ : มาร และสิงอัปมงคล ฮว่าเหวยเฉิน : แปรเป็นผงธุลีดิน อวั่งเหลี่ยงเสียหมอฮว่าเหวยเฉิน เมื่อพุทธจิตธรรมญาณในตนสำแดงคุณศักดิ'สิทธิ้ ยิ่งใหญ่ ขณะสวดท่องคัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะ พุทธานุภาพจากสิ่งศักดิสทธิ'ทุกพระองค์อีกทั้งพุทธานุภาพ ในตนจะปกปัองภัยจากผีปาผีนํ้าทุกแห่งหนมารอัปมงคล ทั้งหลายเข้าใกล้มาเมื่อไรพุทธานุภาพก็จะดลบันดาลให้ กลับกลายแปรไปเป็นผงธุลีดิน
ซิวฉือ : บำเพ็ญมั่นไว ้เจึ๋ยเน่ย : ท่ามกลางภัยพิป้ติ สวินลู่จิ้ง : หาแนวทาง
ซิวจีอเจึ๋ยเน่ยสวินลู่จิ้ง ท่ามกลางภัยพิบัติทุกข์เข็ญ จงบำเพ็ญจิต มั่น คงไว้มิให้ไหวหวั่น ขณะเดียวกันคือกำหนดหา แนวทาง ที่จิตญาณจะผ่านพ้นอุปสรรคทั้งปวง
เนี่ยนฉี่เจินเอึ๋ยน: ท่องสัจจคาถา กำหนดจิตเดิมแท้ กุยฝอลิ่ง : กสับคืนไปสู่พุทธภาวะแห่งตน
เนี่ยนฉี่เจินเอึ๋ยนกุยฝอลิ่ง เมื่อกำหนดแนวทางของจิตได้แล้วท่องสัจจคาถา กำหนดจิตเดิมแท้ไว้ที่จุดญาณทวารโน้มนำจิตเดิมแท้ ให้เข้าถึงพุทธคุณแห่งพระนามพระพุทธะที่สวดท่องนั้น
หนันอู๋ : นโม เทียน : ฟ้าเบื้องบน เอวึ๋ยน : ปฐมกาลอันเป็นเบื้องต้น ไท่เป่า : พระผู้พิทักษ์ธรรมจักรวาล อาหมีถัวฝอ : อมิตาพุทธ
หนันอู๋เทียนเอวึ๋ยนไท่เป่าอาหมีถัวฝอ สวดท่องพระคัมภีร์สัจจคาถาพระเมตเตยยะ จบลงแล้วให้ตั้งจิตระลึกถึงพระนามของพระพุทธองค์ ชึ่งจะอุบัติมากอบกู้กุศลพันธุ์ในกาลต่อไป คือ "พระเมตเตยยะ พระศรีอารยเมตไตรยเทียนเอวี๋ยนไท่เป่าอาหมีถัวฝอ" พระองค์ทรงเป็นอมิตาพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ซึ่งพิทักษ์ ธรรมจักรวาลเบื้องต้นตงแต่ปฐมกาลแห่งฟ้าเบื้องบน คัมภีร์สัจจคาถาเมตเตยยะ อักษรไทย บรรทัดแรกอ่านออกเสียงจีนกลาง บรรทัดที่สอง อ่านออกเสียงจีนแต้จิ๋ว ฝอซัวหมีเล่อจิ้วขู่จิง หมีเล่อเซี่ยซื่อปู้เฟยชิง ฮุกส่วยหนีเล็กกิ้วโขวเก็ง หนีเล็กเหี่ยสี่ปุกฮุยคิง
หลิงเป่าฉีหลู่หลิงซันตี้ เหนี่ยนฮวาอิ้นเจิ้งเข่าซันเฉิง เหนียป้อฉี่ลู่เหล่งซัวตี่ เนียมฮวยอิ้งเจ่งเขาซาเซ้ง
ลั่วไจ้จงเอวี๋ยนซันซิงตี้ ต้าเจิ้งซื่อชวนอวั๋งเถาซิน เหลาะต่อตงง้วงซาแซตี่ ไต่เจ้งสี่ชวงอ่วงถ่อซิม
เทียนเจินโชวเอวี๋ยนกว้าเซิงเฮ่า เติ่งไต้สือจื้อเตี่ยนเสินปิง เทียงจิงซิวอี๊คั่วเซี่ยห่อ เต็งไถ่ซี้จี่เตียมสิ่งเปีย
อวิ๋นเหลยเจิ้นไคอู้จี๋ถู่ เทียนเซี่ยเสินกุ่ยปู้อันหนิง หุ่งล้อยจิงไคโบ่วกี่โท่ว ทีแอ๋สิ่งกุ้ยปุกอัวเล้ง
ซินไจ้เหยินเทียนจงฮว๋าหมู่ จิ่วเหลียนเซิงเจี้ยวกุยซั่งเฉิง ซิงต่อหยิ่งเทียงตงหั่วบ้อ กิวไน๊เซี่ยก่ากุยเสียงเซ้ง
เทียนฮวาเหลาหมู่ฉุยอวี้เซี่ยน โซวเอวี๋ยนเสี่ยนฮว่าไจ้กู่ตง เทียงฮวยเหลาบ้อสุ่ยเหง็กสั่ว ซิวอี๊เหียงห่วยต่อโกวตัง
หนันเป่ยเหลี่ยงจี๋เหลียนจงซวี่ ฮุ่นเอวี่ยนกู่เช่อไจ้จงอยัง หน่ำปักเหลียงเก๊กเหลียงจงซู้ ฮุ่งง้วงโกวแฉะต่อตงเอียง
เหลาหมู่เจี้ยงเซี่ยทงเทียนเชี่ยว อู๋อิ่งซันเฉียนตุ้ยเหอถง เหลาบ้อกั้งเหียทงเทียงเขี่ยว บ่อเอี้ยซัวไจ๊ตุ้ยหะตั๊ง
อิงเอ๋อเหย้าเสี่ยงกุยเจียชวี่ ฉือเนี่ยนตังไหลหมีเล่อจิง เอ็งยี้เอี้ยวเสี่ยวกุยแกขื่อ ถี่เหนียมตึงไล้หนีเหล็กเก็ง
ย่งซินฉือเนี่ยนฝอไหลจิ้ว ตั๋วตั่วจินเหลียนชวี่เชาเซิง เอ่งซิมถี่เหนียมฮุกไหล่กิ่ว ต่อต๊อกิมไน้คื่อเทียวเซ็ง
ซึเต๋อซีไหลไป๋หยังจื่อ เซึ่งเอ๋อเตี๋ยนเถี่ยฮว่าเฉิงจิน เส็กติกไซไล้แปะเอี่ยงจื้อ เฮียวยี้เตียมถิฮ่วยเส่งกิม
เหม่ยยื่อจื้อซินฉังฉือเนี่ยน ซันไจปานั่นปู้ไหลชิน หมวยยิกจี้ซิมเสี่ยวถี่เหนียม ซาไจโปยหลั่งปุกไหล่ซิ้ม
เหย้าเสี่ยงเฉิงฝอฉินหลี่ไป้ ฉังฉือชงหมิงจื้อฮุ่ยซิน เอี้ยวเสี่ยวเส่งฮุกขึ่งโหลยไป่ เสี่ยวท้งชงเม้งตี้หุ่ยซิม
ซิวทิงเสียเหยินหูซัวฮว่า เหลาซวนอี้หม่าเนี่ยนอู๋เซิง ฮิวเทียเสี่ยยิ้งหู่ส่วยอ่วย หล่อช้วงอี้แบ้เหนี่ยมบ่อแซ
เหลาหมู่เจี้ยงเซี่ยเจินเทียนโจ้ว ย่งซินฉือเนี่ยนโหย่วเสินทง เหลาบ้อกั๊งเหี่ยจิงเทียงจิ่ว เอ่งซิมถี่เหนียมอู่ซิ้งทง
หมั่นเทียนซิงโต่วโตวเซี่ยซื่อ อู่ฟังเลี่ยเซียนเซี่ยเทียนกง หมัวทีแซเต้าโตวเหี่ยสี่ โหงวฮึงเหลียกเซียงเหี่ยเทียงเก็ง
เก้อฟังเฉิงฮวั๋งไหลตุ้ยเฮ่า เป้าซื่อหลิงถงฉาเตอชิง กักฮึงเสียฮ้วงไหล่ตุ้ยห่อ ป้อสื่อเหล่งท้งฉักตีเซ็ง
ซันกวนต้าตี้ฉือเปยจู้ เซ่อจุ่ยซันเฉาจิ้วจ้งเซิง ซากัวไต่ตี่ฉื่อปุยจู่ เซี่ยจ๋วยซำเช้ากิ้วจ้งเซ็ง
จิ้วขู่เทียนจุนไหลจิ้วซื่อ ชินเตี่ยนเหวินปู้เจียตี้เสิน กิ้วโค่วเทียวจุงไหล่กิ้วสี่ ชิงเตียมบุ่งโป๋วเกียะตี่ซิ้ง
ปาต้าจินกังไหลฮู่ฝ่า ซื่อเว่ยผูซ่าจิ้วจ้งเซิง โป๊ยไต่กิมกังไหล่หู่หวบ สี่อุ่ยผ่อสักกิ้วจ้งเซ็ง
จิ๋นหลิ่งซันซึลิ่วเอวี๋ยนเจี้ยง อู่ไป่หลิงกวนจิ่นสุยเกิน กิงเหนียซาจับหลักอ่วงเจี่ยง โหง่วแปะเหล่งกัวกิงสุ่ยเก็ง
ฝูจู้หมีเล่อเฉิงต้าเต้า เป่าอิ้วเซียงเอ๋อเต๋ออันหนิง หู่จ่อหนีเล็กเส่งไต่เต๋า ปออิ่วเฮียวยี้ติกอัวเล้ง
เป่ยฟังเจินอู่เหวยเจี้ยงไซว่ ชิ งเหลี่ยนหงฝ่าเสี่ยนเสินทง ปักฮึงจิงบู้อุ่ยเจี้ยงส่วย แชเลี่ยงอั่งหวกเฮียงสิ่งทง
เฉอฉี่เจ้าฉีเจอยื่อเอวี้ย โถวติ่งเซินหลัวชีเป่าซิง แชคีเจ่ากี๊เจียหยิกง้วย เถ่าเต้งเซียมล้อชิกปอแช
เอวยเจิ้นเป่ยฟังเหวยโซว่โส่ว ซู่ฉิ่งจูเอ้อกว้าเจี่ยปิง อุยติ่งปักฮึงอุ่ยซ่วยซิ่ว ซกเชียจูอักคั่วกะเปีย
ตาจิ้วเอวี๋ยนเหยินเซียงเอ๋อหนวี่ หั่วกวงลั่วตี้ฮว่าเหวยเฉิน ตะกิ้วหง่วงยิ้งเฮียวหยี่นึ่ง ฮวยกวงเหลาะตี่ฮ่วยอุ่ยติ๊ง
ซื่อไห่หลงหวังไหลจู้เต้า เก้อเจี้ยเสียงอวิ๋นชวี่เถิงคง สี่ไฮ่เหล่งอ๊วงไหล่จ่อเต๋า กักแก้เสียงฮุ้งคื่อเถ่งคง
ซึฟังเทียนปิงฮู่ฝอเจี้ย เป่าอิ้วหมีเล่อชวี่เฉิงกง จับฮึงเทียงเปียหู่ฮุกแก่ ปออิ่วหนีเล็กคื่อเส่งกง
หงหยังเหลี่ยวเต้ากุยเจียชวี่ จ่วนเต้าซันหยังหมีเล่อจุน อั่งเอี๊ยงเหลียวเต๋ากุยแกขื่อ จวงเก้าซาเอี๊ยงหนีเหล็กจุง
อู่หวงชื่อลิ่งจี้เซี่ยเซิง โซวฝูหนันเอี๋ยนกุยเจิ้งจง บ่อฮ้วงเท็กเหล็งกี้เหี่ยแซ ซิวฮกหน่ำเงี้ยมกุยเจี้ยจง
ไหลอวั่งเจ้าเซี่ยเจินเอี๋ยนโจ้ว ฉวนเซี่ยตังไหลต้าจั้งจิง ไหลอ้วงเจ้าเหี่ยจิงหงั่งจิ่ว ถ่วงเหียตึงไล้ไต่จั่งเก็ง
อิงเอ๋อซ่าหนวี่ฉังฉือเนี่ยน เสียเสินปู้กั่นไหลจิ้นเซิน เอ็งยี้แถะนึ่งเสี่ยวถี่เหนียม เสียซิ้งปุกกาไหล่เก่งซิง
ฉือเนี่ยนอี๋เปี้ยนเสินทงต้า ฉือเนี่ยนเหลี่ยงเปี้ยนเต๋อเชาเซิง ถี่เหนียมเจ็กเผี่ยงซิ้งทงไต๋ ถี่เหนียมเหลียงเผี่ยงติกเทียวเซ็ง
ฉือเนี่ยนซันเปี้ยนเสินกุยพ่า อวั๋งเหลี่ยงเสียหมอฮว่าเหวยเฉิน ถี่เหนียมซาเผี่ยงสิ่งกุ้ยผ่า บ๋วงเลี่ยงเสี่ยม้อฮ่วยอุ่ยติ๊ง
ซิวฉือเจี๋ยเน่ยสวินลู่จิ้ง เนี่ยนฉี่เจินเอี๋ยนกุยฝอลิ่ง ซิวที้เกียไหลฉิ่มโหล่วแก่ เหนี่ยมขีจิงงั้งกุยหุกเหล็ก
หนันอู่เทียนเอวี๋ยนไท่เป่าอาหมีถัวฝอ นำโมเทียงง้วนไท้ป้อออหนี่ถ่อฮุก
ทุกข์สี่สถาน
การเกิด
แก่ เจ็บ ตาย
จะมีใคร
กระโดดพ้น
กำแพงนี้
ในโลกล้วน
คนหลง
รอรี
ทะเลโลกีย์
น้อยคนนัก
ประจิกษ์ทาง
เร่งบำเพ็ญ
ตัวจริง
อนุตตรญาณ
ค่อยคืบคลาน
บำเพ็ญ
เป็นคนหมาง
เมื่อวิสุทธิ
อาจารย์
ได้ชี้ทาง
ภัยต่างต่าง
ได้พ้น
ไม่วนไป
สวรรค์-นรก
เป็นสองทาง
ระหว่างกัน
แล้วแต่ท่าน
จะก้าวลง
เรือลำไหน
เป็นอรหันต์
เป็นผี
แล้วแต่ใจ
จะห่างไกล
แม้พลาดพลั้ง
เพียงเศษเดียว
**************************************
กลับไปข้างบนโปรดคลิก